โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพเก่าเล่าตำนาน : พันเอกชัยชาญ หาญนาวี...ยอดมนุษย์ทรหด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 พ.ค. 2566 เวลา 05.48 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2566 เวลา 04.34 น.

ภาพเก่าเล่าตำนาน : พันเอกชัยชาญ หาญนาวี…ยอดมนุษย์ทรหด

หนึ่งเดียวของทหารต่างชาติ… ที่มีภาพแขวนในห้อง Hall of Heroes ในกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เป็นวีรบุรุษสงครามตัวจริงที่เชลยศึกสหรัฐและกองทัพสหรัฐยกย่อง…สุดยอดในความกล้าหาญ

ท่านเป็นนายทหารชาวไทย ผู้ตกเป็นเชลยศึกที่ถูกคุมขังยาวนานที่สุดที่เรือนจำฮัวโล (Hoa Lo) ในกรุงฮานอย เมื่อช่วงสงครามเวียดนาม ถูกทรมานแสนสาหัส…

ชัยชาญ หาญนาวี เป็นชาวอยุธยา สมัครเข้าเป็นทหารพลร่มของกองรบพิเศษที่ 1 ค่ายวชิราลงกรณ์ จ.ลพบุรี

ประสบการณ์รับราชการของผู้เขียนที่ผ่านมาในครอบครัว “ทหารพลร่ม-ทหารรบพิเศษ” ในค่ายสมเด็จพระนารายณ์ฯ ลพบุรี

“ทหารรบพิเศษ” มักจะเป็นตัวเลือกที่หน่วยเหนือ “เลือกเป็นอันดับแรก” ในการทำภารกิจที่เร่งด่วน คล่องตัว มีประสิทธิภาพ เพราะฝึกมาดี ไม่พะรุงพะรัง เรื่องการส่งกำลังบำรุงไม่เรื่องมาก ทั้งเป็นหน่วยและเป็นตัวบุคคล

“วันเสียงปืนแตก” 7 สิงหาคม พ.ศ.2508 เป็นวันสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ไทย เป็นวันที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับตำรวจเป็นครั้งแรก ที่บ้านนาบัว อ.เรณูนคร จ.นครพนม ตั้งแต่นั้นมา…รัฐบาลและกองทัพไทยและตำรวจต้องเผชิญกับ “ภัยคอมมิวนิสต์” ที่เราไม่รู้จักตัวตนเค้ามาก่อน

รู้แต่เพียงว่า…คอมมิวนิสต์คือภัยคุกคามที่แข็งแกร่ง กำลังปลุกระดมเผยแพร่อุดมการณ์ในประเทศไทย มี “จีนแดง” สนับสนุน กำลังเติบใหญ่ใน ลาว กัมพูชา เวียดนาม รวมถึงในมาลายา (มาเลเซีย)

นายทหารไทยถูกส่งไปศึกษา ฝึกทำการรบในสหรัฐอเมริกา เน้นเรื่องการปราบปรามคอมมิวนิสต์ ในประเทศ…ทหารต้องเรียนในทุกหลักสูตรเรื่องของลัทธิคอมมิวนิสต์

ตั้งแต่ พ.ศ.2495 “หน่วยรบพิเศษ” ของกองทัพบกไทยถูกสร้างขึ้นมา เติบโต มีประสิทธิภาพ ถูกนำไปใช้ในภารกิจ “ปราบปราม” คอมมิวนิสต์ทั่วประเทศ เน้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ

สหรัฐเข้ามาทำงานกับ “ผู้นำทางทหารไทย” นำกองทัพไทยออกไปรบนอกประเทศ ในลาว เวียดนาม

จ่าชัยชาญเป็นทหารพลร่ม ถูกส่งไปรบในลาวเป็นพลวิทยุ

21 พฤษภาคม พ.ศ.2508 นายเออร์เนสต์ เบรซ ในฐานะ “ผู้สังเกตการณ์” ชาวอเมริกัน (จากหน่วยซีไอเอ) ชวนจ่าชัยชาญไปขึ้นเครื่องบิน PC-6 (Porter) เพื่อบินไปส่งเสบียงให้ทหารตามฐานปฏิบัติการ ให้ช่วยดูภูมิประเทศที่เป็นป่าเขาสูง มีทหารลาวและ
หญิงท้องแก่ขึ้นเครื่องไปด้วย

มุ่งไปจุดหมายปลายทางที่เมืองเบา ขณะลงจอดและแท็กซี่ไปจนสุดทางวิ่ง เครื่องบินถูกยิงด้วยจรวดและปืนเล็ก

ทหารลาวและผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ในเครื่องบินเสียชีวิต เครื่องบินถูกยิงเกิดไฟลุกไหม้ จ่าชัยชาญและกัปตันเบรซพุ่งตัวออกมาจากกองไฟ หลบหนีเข้าไปในป่าที่อยู่ห่างออกไปราว 50 หลา

ไม่รอดจากสายตา…ทั้ง 2 คนถูกกองกำลังเวียดนามเหนือ (NVA) กรูกันเข้าจับตัว… นี่คือ “รางวัลก้อนยักษ์” สำหรับนักรบเวียดนามเหนือ ที่สามารถทำลายอากาศยานและจับตัวเชลยได้

ทหารเวียดกงพา 2 เชลยศึกเดินเท้าราว 15 วันไปถึงเมืองเดียนเบียนฟู จ่าชัยชาญ และกัปตันถูกมัดมือในระหว่างการเดินทาง แทบไม่ได้ทานอาหาร ไม่มีการรักษาบาดแผล

จ่าชัยชาญและเออร์เนสต์ เบรซ ติดคุกในเดียนเบียนฟูราว 3 ปี แยกกันขังไว้ในกระท่อมเล็กๆ ห่างกันประมาณ 15 หลา

ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในค่ายนี้ จ่าชัยชาญถูกจองจำด้วยขื่อล็อกที่ข้อเท้าทั้ง 2 ตลอดเวลา ในเวลากลางคืนยังเพิ่มด้วยการผูกข้อมือของเขา ยังต้องใส่เหล็กที่คอด้วย

เวลาเดียวที่เขาได้รับอนุญาตให้ออกไปคือ 15 นาทีในตอนเช้า และ 15 นาทีในตอนเย็น มีเพียงข้าวและผักเพียงเล็กน้อย

(แถมเป็นข้อมูลครับ…สำหรับหน่วยต้นสังกัดของ จ่าชัยชาญ ทหารไทย เมื่อได้รับรายงานเรื่องเครื่องบินถูกยิงทำลาย มีซากศพ ก็คงอนุมานว่า “ตายกันหมดแล้ว” คงไม่มีใครห่วงใยไปตามหาให้เสี่ยงตาย …เมื่อหายไปเป็นเดือน ง่ายที่สุด คือ ระบุว่า “เสียชีวิต” เพื่อปิดบัญชี : ผู้เขียน)

ตำราวิชา หลบหนี-หลีกเลี่ยง ข้อ 1 เขียนว่า … “เมื่อถูกจับเป็นเชลยให้คิดหนีอย่างเดียว ต้องไม่เลิกล้มความตั้งใจ”

อยู่มาวันหนึ่ง…กัปตันเบรซตัดเชือกที่มัดมืออยู่กับจ่าชัยชาญ หลบหนีเข้าป่าได้ 3 วัน ถูกล่าตัวกลับมาเข้าคุกต่อ

จ่าชัยชาญที่ถูกมัดไว้ด้วยกัน “ซวยเต็มพิกัด” ถูกตั้งข้อหา “ช่วยให้เพื่อนหลบหนี” ต้องรับผิดชอบ จ่าทหารไทยเดนตายถูกซ้อมอย่างโหดเหี้ยมปางตาย

ปี พ.ศ.2511 จ่าชัยชาญและเบรซถูกพาไปยังเรือนจำฮัวโลในกรุงฮานอย (ฝ่ายสหรัฐเรียกเรือนจำแห่งนี้แบบประชดประชันว่า “ฮานอยฮิลตัน”) ประเทศเวียดนามเหนือ

จ่าชัยชาญถูกขังเดี่ยวอยู่ที่นั่นอีก 2 ปี

ในคุกแห่งใหม่…จ่าได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกวันละ 2 ชั่วโมง เพื่อทำความสะอาดบริเวณโดยรอบคุก ตักน้ำ กรองน้ำสำหรับนักโทษใช้ดื่ม เมื่องานแล้วเสร็จ จะถูกแยกตัวกลับไปขังเดี่ยว

ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ทำความสะอาด ห้ามพูดกับใครทั้งนั้น ในขณะที่มีเชลยศึกอเมริกันทยอยเข้า

1 ปีในฐานะพนักงานทำความสะอาด จ่าชัยชาญในสภาพที่แสนจะอิดโรย แต่ใจแกร่งดังเหล็กเพชร ไม่ยอมแพ้โชคชะตา ค้นหาวิธีการเพื่อจะสื่อสาร เชื่อมโยงข่าวสาร ข้อมูลระหว่างบรรดาเชลยอเมริกันทั้งหลายที่ “หมดหวัง-ใกล้ตาย”

ภาษาอังกฤษ ก็ไม่ถนัด

“ตัวกลาง” คนสำคัญที่พระเจ้าส่งมาอยู่ในคุกด้วย คือ นักบินของกองทัพอากาศเวียดนามใต้ชื่อ “มาซ” ซึ่งสามารถพูดภาษาเวียดนาม ฝรั่งเศส และอังกฤษได้

ปัญหาคือ จ่าชัยชาญก็พูดภาษาอังกฤษไม่ถนัดและภาษาเวียดนามก็ไม่คุ้นเอาเลย …สัญญาณมือ คือ “จุดร่วม” ที่ทำให้สื่อสารได้บ้าง… เวลาผ่านไป ทั้งคู่เริ่มเข้าใจกันมากขึ้น

ในที่สุด มาซและจ่า ก็พอจะเข้ากันได้ ที่เพิ่มขึ้นมา ฝึกฝนเรียนกันในยามยาก คือ “Tap Code” ที่จ่าเป็นทหารสื่อสารเข้าใจ ใช้งานอยู่บ้าง สภาพบังคับเป็นเดือน เป็นปี หลายปี ทำให้ต้องเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ทำให้มีโอกาสส่งข่าวให้ทหารอเมริกันในคุกที่ต้องการ “กำลังใจ” ระหว่างติดคุกอยู่ด้วยกัน ถือเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อตัวเขาเองอย่างที่สุด เท่ากับว่า…ช่วยให้เชลยศึกอเมริกันที่ติดคุกอยู่ด้วยกันมีโอกาสรู้จักกันและกัน

การเป็น “ผู้ส่งข่าว” เริ่มพัฒนาไปอีกขั้น…จ่าชิบ (ชื่อที่อเมริกันเรียก) เริ่มขโมยดินสอ กระดาษ เชลยทั้งหลายที่ร่อแร่มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป

สถานการณ์ภายนอกคุก กองทัพอากาศสหรัฐยังระดมทิ้งระเบิดแบบ “ล้างโลก” ในกรุงฮานอย หวังให้เวียดนามเหนือยอมแพ้สงครามที่ยืดเยื้อมาเกือบ 10 ปี วอชิงตันเริ่ม “เจรจาลับ” เพื่อขอให้เวียดนามเหนือปล่อยตัวเชลยศึก เนื่องด้วยชาวอเมริกันนับแสนออกมาประท้วง ต่อต้านสงครามในเวียดนามอย่างหนัก

จ่าชิบ คือ คนสำคัญของทุกชีวิตที่อยู่ในคุก สมาชิกในคุกพอเข้าใจรหัสลับเพื่อรับรู้กันและกัน ทุกชีวิตยอมสยบให้กับความเก่ง กล้า มีสติปัญญาของทหารรบพิเศษของกองทัพบกไทย ให้เครดิตว่าเป็นวีรบุรุษในคุกที่ทำให้พวกเขามีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้

1 ในเชลยศึกอเมริกันนับร้อยคน คือ เรือเอก จอห์น แม็คเคน (John Sidney McCain III) ซึ่งเมื่อตุลาคม พ.ศ.2510 เขาบินขึ้นมาจากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Forrestal มาถล่มกรุงฮานอย ถูกยิงตกบาดเจ็บสาหัส มาติดคุกร่วมกับจ่าชิบในฮานอยฮิลตันราว 6 ปี

เมื่อถูกปล่อยตัวกลับอเมริกา ลาออก เข้าสู่ถนนการเมือง เป็นขวัญใจชาวอเมริกันในความซื่อตรง กล้าหาญ เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ (เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2561)

พ.ศ.2516 การเจรจายุติสงครามในเวียดนามที่ตั้งโต๊ะคุยกันในปารีสบรรลุผล เชลยศึกอเมริกันได้รับการปล่อยตัว หากแต่ “จ่าชิบ” มิได้รวมอยู่ในนั้น เนื่องจากเขาเป็นคนไทยและถูกจับที่ประเทศลาว เขาจึงไม่ได้รับการปล่อยตัว

จ่าสิบเอก ชัยชาญถูกขนขึ้นรถบรรทุกและพาขึ้นเหนือไปยังจังหวัดเฝอเยน ของเวียดนามเหนือ ติดกับชายแดนจีน มีเชลยศึกชาวไทยอีก 216 คนถูกจับ “จ่าชิบ” ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าเชลยศึกไทย ทหารเวียดนามเหนือต้องการให้เชลยศึกทุกคนอาสาเข้ารับการฝึกอบรม “ปรับทัศนคติ” ให้เชื่อมั่นในระบอบคอมมิวนิสต์

จ่าสิบเอก ชัยชาญปฏิเสธโดยสิ้นเชิง…จึงถูกตั้งข้อหาว่า “ขัดคำสั่ง” ถูกแยกขังเดี่ยวใน “ห้องมืด” เป็นเวลา 6 เดือน ได้รับอนุญาตให้อาบน้ำเดือนละครั้ง ให้ออกมาเทถังที่บรรจุของเสียจากการขับถ่าย ทหารยามมาตรวจทุกวันว่า มีชีวิตอยู่หรือไม่

สภาพร่างกายทรุดหนัก ผู้คุมพาเขาไปหาหมอและหลังจากนั้นไม่นานเขาก็เริ่มตอบสนอง

เมื่อฟื้น… จ่าถูกเรียกไปพบ ผบ.ค่าย …ถูกถามซ้ำอีกว่า “พร้อมที่จะอบรมลูกน้องหรือไม่?” จ่าเดนตายตอบว่า “ไม่”

ผบ.ค่าย ฉุนขาด กระชากลูกเลื่อนปืน AK-47 เล็งไปที่หัว

จ่ารบพิเศษจากลพบุรีไม่มีอาการสะทกสะท้าน ลุกขึ้นยืน…แล้วพูดว่า “ไปเถอะ” “ฉันไม่ใช่คอมมิวนิสต์และฉันไม่อยากเป็น… สงครามจบแล้ว ฉันแค่ต้องการกลับบ้าน ฉันจะไม่เป็นคอมมิวนิสต์”

ผบ.ค่าย ทำอะไรไม่ถูก… แต่ก็ยกย่องทหารไทยคนนี้ที่ “ใจโคตรเด็ด” ให้นำตัวกลับไปขังคุกมืดต่อไป

ในสหรัฐอเมริกา อดีตเชลยศึกชาวอเมริกันที่ได้รับการปล่อยตัวออกไป ไม่ลืมที่จะติดตามหาวีรบุรุษชาวไทย อดีตเชลยศึกเวียดนามในอเมริกากดดันรัฐบาลสหรัฐให้ตามหาตัว “จ่าชิบ” ให้จงได้

รัฐบาลสหรัฐ กองทัพสหรัฐสัตย์ซื่อ ไปติดตามจ่าชัยชาญจนพบตัว มีการเจรจาขอให้ปล่อยตัวจ่า

“วีรบุรุษตัวจริง” ทหารไทยได้รับการปล่อยตัวจากการถูกจองจำในวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2517

จ่าชัยชาญเป็นเชลยศึกที่ยาวนานที่สุดในสงคราม ลาว-เวียดนาม ติดคุกนาน 9 ปี 4 เดือน 8 วัน (ในช่วงที่ผ่านมากองทัพบกขอพระราชทานยศเป็น “พันโท” ด้วยเหตุเสียชีวิตขณะปฏิบัติการรบ)

1 เดือนหลังจากเดินทางกลับมาประเทศไทย ได้รับพระราชทานยศเป็น “พันเอก”

กองทัพบกสหรัฐเชิญไปรับเหรียญ Silver Star และอิสริยาภรณ์ขั้นสูง จัดทหารกองเกียรติยศ ให้ประดับรูปนายทหารท่านนี้ในห้อง Hall of Heroes แบบที่ไม่เคยมีใครได้รับเกียรติมาก่อน

กลาโหมสหรัฐให้ไปเรียนภาษาอังกฤษ (แบบพักผ่อน สบายๆ) นานเกือบ 1 ปี แล้วจัดให้ไปอบรม-พักผ่อน ณ ฟอร์ตแบรก ในหลักสูตรการปฏิบัติการจิตวิทยา รัฐนอร์ทแคโรไลนาอีก 7 เดือน

นี่คือ ยอดมนุษย์ที่ทนต่อความเจ็บปวด ขมขื่น ทารุณ โหดร้าย ท่านผ่านมันมาได้ด้วยจิตใจอันเด็ดเดี่ยว มีผู้เขียนยกย่องท่านหลายโอกาส ท่านยังอุทิศตน ทำหน้าที่เป็นครูในหน่วยรบพิเศษจนเกษียณอายุราชการ ท่ามกลางสายตาของผู้ที่ยกย่องสรรเสริญ

พันเอก ชัยชาญ หาญนาวี ที่ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 ในวัย 87 ปี ที่ จ.ลพบุรี โดยพันเอกเรดมอน (Col Larry Redmon) ได้ไปร่วมพิธี มอบจดหมายแสดงความเสียใจจากเอกอัครราชทูตสหรัฐ เดวีส์ ให้แก่คุณรัชนียากร บุตรสาว

ลองคิดเล่นๆ ว่า…ถ้าอดีตเชลยศึกอเมริกันที่ถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว ไม่ไปกดดันรัฐบาลสหรัฐให้ตามหา “จ่าชิบ” …จะมีใคร-หน้าไหน ไปตามหาท่านบ้าง เพราะแทงบัญชี “ตาย” ไปนานแล้ว…

พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...