โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท็อป พิพัฒน์ ไม่เปลี่ยนใจมีลูก ชี้ไม่อยากผลักภาระให้เด็ก มาเลี้ยงดูตอนแก่

Khaosod

อัพเดต 02 มิ.ย. 2566 เวลา 13.32 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2566 เวลา 13.32 น.

ท็อป พิพัฒน์ ยืนยันคำเดิม ไม่เปลี่ยนใจมีลูก ชี้ไม่อยากผลักภาระให้เด็กมาเลี้ยงดูตอนแก่ รับวางแผนเกษียณไว้แล้ว ทุ่มเททำงานด้านสิ่งแวดล้อม

ยังยืนยันคำเดิม ไม่เปลี่ยนใจมีลูกแน่นอน สำหรับพิธีกรหนุ่ม ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร ที่ตอนนี้มีความสุขกับการทุ่มเททำงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ ทั้งยังวางแผนชีวิตในวัยเกษียณ พร้อมภรรยา สาว นุ่น ศิรพันธ์ ไว้เรียบร้อยแล้ว

มีโอกาสเจอ หนุ่มท็อป ที่มาทำหน้าที่พิธีกร ในงานแคมเปญ “CENTRAL / ROBINSON LOVE THE EARTH” ชวนคนไทยร่วมภารกิจ “ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น” ต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก ณ ลิฟวิ่งเฮ้าส์ ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์เผยเหตุผลที่ไม่อยากมีลูก เพราะไม่ต้องการผลักภาระให้ลูกมาเลี้ยงดูตัวเองตอนแก่ ประกอบกับทำงานด้านสิ่งแวดล้อม รับรู้ปัญหาเรื่องนี้มาตลอด จึงไม่อยากให้ลูกต้องมาเผชิญกับสภาพแวดล้อมในอนาคตที่อาจเลวร้ายลงจนกู่ไม่กลับ

ไม่รับงานละครแล้ว? “ผมไม่ได้รับงานแสดงเลย ก็จะมาเป็นพิธีกรบ้างสำหรับบางงานที่เราสนใจ ถามว่าทำไมไม่รับงานแสดงเลย คือผมรู้สึกเคารพในการแสดงนะ ตอนนั้นผมดูตัวเองแล้วรู้สึกว่ายังทำได้ไม่ดีพอ ถ้าเกิดผมจะไปแสดงให้ทุกคนได้เห็น ผมต้องทุ่มเทมากกว่านี้เยอะเลย ในฐานะของการเป็นนักแสดงอาจจะยังไม่ได้เหมาะกับผมในช่วงเวลานั้น แล้วมันมีอย่างอื่นที่ให้ผมทำพอดี ผมก็เลยไปทำพิธีกร ไปทำเรื่องสิ่งแวดล้อม มาเปิดบริษัท พอมันขยับองศาหนึ่งมันเลยฉีกมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เลยไม่ได้แสดงมา 10 กว่าปีแล้ว”

เรารู้สึกเองว่าทำได้ไม่ดีพอ มันไม่ใช่เรา? “เรื่องแบบนี้เรามองตัวเองเราก็บอกได้แล้วครับ เราดูทีวีแล้วเราเห็นว่าเนี่ยแสดงไม่ดีแล้วไปด่าเขาหรือวิจารณ์คนอื่น พอเห็นตัวเองก็เหมือนกัน ผมว่าไม่ต้องให้ใครบอกหรอก บอกตัวเองก็ได้ว่ามันยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่หรอก”

เคยมีคิดแว้บๆ ว่าอยากกลับไปลองเล่นอีก ได้ปรึกษาภรรยามั้ย? “ไม่ได้ปรึกษาคุณนุ่นในเรื่องการจะกลับไปแสดงหรือเปล่า แต่ว่ามันจะมีบางครั้งที่เรารู้สึกว่าบางทีไปเล่นเอ็มวีที่ไม่ได้ใช้เวลามาก 1-2 วันจบอันนี้โอเค แต่ถ้าเกิดต้องไปแสดงแบบใช้เวลาปีหนึ่งเหมือนอย่างคุณนุ่น คิดว่าอาจจะยากแล้วในการต้องกลับไปแสดงแบบยาวๆ คงไม่แล้วครับ”

เคยพูดมาตลอดว่าไม่อยากมีลูก ณ ตอนนี้วางแผนอนาคตวัยเกษียณอย่างไร? “ผมไม่มีลูกครับ ผมก็วางแผนเรื่องการเงินไว้เรียบร้อย คือผมจะรู้ว่าในปีหนึ่งผมต้องหาเงินให้ได้เท่าไหร่ แล้วผมจะเกษียณอายุเท่าไหร่ แล้วพอผมเกษียณผมอยากทำอะไรบ้าง ช่วงเวลาที่ผมเกษียณแล้ว ผมจะต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่ การดูแลสุขภาพก็มีซื้อประกันเอาไว้เพื่อรออนาคตเรียบร้อย เรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราอยากมีชีวิตหลังเกษียณที่มันแฮปปี้ ณ วันนี้ต้องทำอะไรบ้าง ก็เลยทำให้เรารู้ว่าปีหนึ่งต้องทำอะไร แล้วให้ได้เงินประมาณเท่าไหร่ แล้วพอได้เงินเท่านั้นผมก็พอแล้ว ผมวางแผนเกษียณประมาณ 65 อีกพักใหญ่ ตอนนี้ผมก็ 40 กว่าแล้ว ตอนนี้ผมทำเรื่องสิ่งแวดล้อมก็เป็นงานที่รักด้วย มันอาจจะทำเลยเกษียณแต่ว่าบทบาทที่ทำอยู่ตอนนี้ เราพยายามบิลด์บริษัทให้เป็นเหมือนสตาร์ตอัพด้วย และเป็นโซเชียลอินเตอร์ไพรส์ด้วย ก็อาจจะต้องเหนื่อยหน่อยช่วงนี้”

อยากจะรับเด็กมาเลี้ยงมั้ย? “ไม่ครับ คงไม่ได้จะดูแลเด็ก แต่ว่าอาจจะมีสัตว์เลี้ยงในอนาคต”

หลายคู่เคยบอกไม่อยากมี แต่ก็เปลี่ยนใจมี แล้วคู่เราไม่มีเปลี่ยนใจเหรอ? “ผมไม่เปลี่ยนใจแล้ว เหมือนกับผมทำเรื่องสิ่งแวดล้อมในวันที่ผมเลือกว่าผมสนใจเรื่องนี้ ผมทำเรื่องนี้จริงจังมาเรื่องเดียวเลย เวลาที่ผมตัดสินใจอะไรเราคิดมาทั้งหมดดีแล้ว วันนี้ก็เลยคิดว่าเรื่องลูกที่ได้ถามกันมาตลอด ผมไม่เปลี่ยนใจ และคิดว่าคงจะไม่เปลี่ยนใจครับ ผมวางแผนมาแล้ว ผมรู้สึกว่าเด็กไม่ควรที่จะต้องมีหน้าที่มาเลี้ยงผมตอนแก่ คือผมว่ามันดูแล้วเหมือนผลักภาระเกินไป ผมคิดเองนะ แต่ผมไม่รู้ว่าคนอื่นคิดยังไง แต่ผมรู้สึกว่าถ้าเกิดจะมีลูกเพื่อหวังว่าจะให้เขามาเลี้ยงเราตอนแก่ ผมว่าคงไม่ใช่ ผมก็เคารพในการตัดสินใจความคิดเห็นที่แตกต่างของน้องๆ ในออฟฟิศ ถ้าเกิดผมยิ่งอายุมากขึ้น แล้วถ้าผมมีลูกอีก ผมว่าระยะห่างช่องว่างบางอย่างมันอาจจะไม่ได้สนุกมาก ถ้าเกิดเราคุยกันบางเรื่องที่อาจจะไม่แน่ใจ แต่ว่า ณ วันนี้พอไม่มีปุ๊บก็ไม่ต้องซีเรียส(ยิ้ม)”

เราทำงานเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม มีส่วนทำให้มองว่าการมีลูกในยุคนี้มันอันตรายไหม? “ผมไม่ได้มีลูก ส่วนเล็กๆ ส่วนนึงก็คือกลัวด้วยว่าเขาจะอยู่ยังไงในสภาพแวดล้อมที่มันเปลี่ยนไป เขาบอกว่าถ้าเกิด 1.5-2 องศาที่มันเปลี่ยนไปในอนาคต สิ่งที่มันจะเกิดขึ้น เรียกว่ามันเลวร้าย มันกู่ไม่กลับ ไม่ได้เหมือนกับช่วงแรกๆ ที่โควิดมาแล้วเรายังรู้สึกว่าเดี๋ยวจะมีวัคซีนสักวันนึงแหละ แล้วเราพยายามจะรีบฉีดวัคซีนเพราะกลัวตาย ต่ถ้าเกิดสิ่งแวดล้อมมันกู่ไม่กลับ มันไม่สามารถจะทำอะไรได้เลย แค่รอวันตายกับสิ่งแวดล้อมแย่ๆ ผมก็เลยรู้สึกว่าถ้าเกิดเรามีลูก ส่วนนึงด้วยเราก็ไม่อยากที่จะให้เขามาเจอกับอะไรแบบนั้นในอนาคต**”.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...