โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ททท.คาดปีใหม่ 2567 คึกคักเงินสะพัด “เที่ยวไทย” กว่า 5.44 หมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ธ.ค. 2566 เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2566 เวลา 10.35 น.

ททท.ประเมินเทศกาลปีใหม่ 2567 ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 1.18 ล้านคน คนไทยออกเดินทาง 3.76 ล้านคน-ครั้ง เงินสะพัด 5.44 หมื่นล้าน ด้าน ทอท.ยันทั้งสนามบิน-ผู้ให้บริการภาคพื้นพร้อมให้บริการเต็มที่ เผยเฉพาะสุวรรณภูมิมีศักยภาพรองรับผู้โดยสารที่ 80 ล้านคนต่อปี

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 นี้ ททท.คาดว่าบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวไทยทั้งตลาดต่างประเทศและตลาดในประเทศจะคึกคักขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้ทางการท่องเที่ยวไทยรวมประมาณ 54,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 1 ล้านคน

โดยในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2567 (ระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2566-1 มกราคม 2567) รวม 11 วัน คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเที่ยวไทย 1,180,000 คน เพิ่มขึ้นประมาณ 56% สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว 41,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ 2566

ทั้งนี้ คาดว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศเข้าไทยตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสจนถึงช่วง countdown ปีใหม่จะคึกคักขึ้นจากรอบปีที่ผ่านมา เนื่องจากไทยมีมาตรการกระตุ้นส่งเสริมการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ สายการบินจากต่างประเทศและประเทศไทย เพิ่มเส้นทางบินเข้าไทย

สอดคล้องกับแนวโน้มต่างชาติเที่ยวไทยที่คาดว่าจะมีพัฒนาการดีขึ้นจากความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวตลาดศักยภาพ อาทิ มาเลเซีย จีน รัสเซีย เกาหลีใต้ อินเดีย สิงคโปร์ สหรัฐอมริกา สหราชอาณาจักร คาซัคสถาน ฯลฯ

ไฟลต์เพิ่ม-วีซ่าฟรีดึงต่างชาติ

นางสาวฐาปนีย์กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่คาดว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 คือ 1.การเปิดเที่ยวบินเข้าไทยเดือนธันวาคม 2566 ที่มีที่นั่งเครื่องบินระหว่างประเทศเข้าไทยรวม 3.7 ล้านที่นั่ง (เพิ่มจาก 313 ล้านที่นั่ง ในเดือนพฤศจิกายน 2566) โดยมีการเปิดเที่ยวบินใหม่และเพิ่มความถี่เที่ยวบินมาจากหลายประเทศทั่วโลก

โดยเฉพาะตลาดจีน ฮ่องกง เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย แคนาดา เช็ก กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย กาตาร์ ตุรกี อุซเบกิสถาน 2.การอำนวยความสะดวกการเดินทางเข้าไทยและมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วง High Season ประกอบด้วย การยกเว้นการตรวจลงตราเข้าไทย (Visa Exemption) แก่นักท่องเที่ยวชาวจีน คาซัคสถาน อินเดีย ไต้หวัน

ขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซีย ได้สิทธิพำนักในไทยสูงสุด 90 วัน จากเดิม 30 วัน ส่วนนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ได้สิทธิยกเว้นยื่นแบบ ตม.6 ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา จังหวัดสงขลา

นอกจากนี้ ภาครัฐยังได้ขยายเวลาเปิดบริการสถานบันเทิงยามค่ำคืนถึงเวลา 04.00 น. ในพื้นที่ท่องเที่ยว ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และสถานบันเทิงในโรงแรมจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทั่วประเทศ และสำหรับวันส่งท้ายปีเก่า (31 ธันวาคม 2566) สถานบันเทิงทุกพื้นที่ทั่วประเทศได้รับอนุญาตให้เปิดบริการจนถึงเวลา 06.00 น. ของวันปีใหม่ (1 มกราคม 2567)

และ 3.การส่งเสริมตลาดต่างประเทศเข้าไทยของ ททท. สำนักงานต่างประเทศต่อยอดการทำงานภายใต้มาตรการ Visa Exemption การทำกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับบริษัทนำเที่ยว/สายการบิน กระตุ้นการเดินทางในพื้นที่ตลาด รวมไปถึงการสร้างประชาสัมพันธ์สินค้าเสนอขาย เจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีกำลังซื้อใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยวปีใหม่พร้อมทำกิจกรรมตามความสนใจของนักท่องเที่ยวในไทย

ตาราง ท่องเที่ยว

ปีใหม่คนไทยแห่ไปอีสาน

นางสาวฐาปนีย์กล่าวต่อไปว่า สำหรับในส่วนของตลาดภายในประเทศนั้น คาดว่าช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2567 (ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2566-1 มกราคม 2567) จะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 3.76 ล้านคน-ครั้ง และสร้างรายได้หมุนเวียน 12,700 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10% และ 11% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนมากที่สุด (820,330 คน-ครั้ง) รองลงมาคือ ภาคตะวันออก (794,830 คน-ครั้ง) และภาคเหนือ (726,350 คน-ครั้ง)
สำหรับภูมิภาคที่สร้างรายได้มากที่สุด คือ ภาคตะวันออก (3,380 ล้านบาท) ส่วนอันดับที่ 2 และ 3 คือ ภาคเหนือ (2,660 ล้านบาท) และกรุงเทพมหานคร (1,910 ล้านบาท)

ขณะที่ 10 จังหวัด ในการจัดกิจกรรมกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของ ททท. ที่ดำเนินการเองและร่วมกับภาคเอกชนจัดกิจกรรมแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2567 หรือ “Amazing Thailand Countdown 2024” คาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่ 1,114,990 คน-ครั้ง และสร้างรายได้ 4,740 ล้านบาท

โดยปัจจัยหลักที่คาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนและรายได้ท่องเที่ยวในประเทศช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 คือ 1.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจาก ททท. และพันธมิตร โดยเฉพาะการนำศิลปินนักร้องที่มีชื่อเสียงทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาจัดคอนเสิร์ต ซึ่งช่วยกระตุ้นให้บรรดา FC ของกลุ่มศิลปิน ต่างเดินทางหลั่งไหลเข้าพื้นที่จัดงานเป็นจำนวนมาก

เช่น การแสดงคอนเสิร์ตของแบมแบม วง GOT7 เมื่อช่วงเคานต์ดาวน์ปีใหม่ 2566 ณ พัทยา จ.ชลบุรี ที่เหล่าอากาเซ่ อาทิ ชาวไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม เดินทางเข้าร่วมงานคอนเสิร์ตกว่า 400,000 คน

2.การอำนวยความสะดวกการเดินทางท่องเที่ยว อาทิ การยกเว้นค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์, การเพิ่มเที่ยวบินของสายการบินภายในประเทศเส้นทางจังหวัดท่องเที่ยวหลัก และ 3.การจัดโปรโมชั่นราคาที่พัก และกิจกรรมท่องเที่ยวของผู้ประกอบการเอกชน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนเกิดการพักค้างและเข้าร่วมทำกิจกรรมท่องเที่ยวมากขึ้น

นักท่องเที่ยวจีน-อินเดียพุ่ง

นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า จากการประเมินจำนวนผู้โดยสารในช่วงเทศกาลปีใหม่ พบว่ามีจำนวนสูงสุดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาหลังการระบาดโควิด-19 เป็นต้นมา โดยปริมาณผู้โดยสารในช่วงนี้เพิ่มขึ้น 46% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และปัจจุบันมีปริมาณผู้โดยสารน้อยกว่าปี 2562 ก่อนการระบาดของโควิด-19 ที่ประมาณ 20%

ขณะเดียวกันพบว่าผู้โดยสารชาวจีน เดิมก่อนการบังคับใช้มาตรการยกเว้นการตรวจลงตราในหนังสือเดินทางแก่นักท่องเที่ยวชาวจีน จะมีปริมาณผู้โดยสารชาวจีนใช้บริการเฉลี่ยที่ 13,300 คนต่อวัน แต่หลังจากที่มีมาตรการดังกล่าวบวกกับเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (ข้อมูล 1-15 ธันวาคม 2566) พบว่า ผู้โดยสารชาวจีนใช้บริการเฉลี่ยที่ 21,300 คนต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นราว 60% จากอัตราเฉลี่ยเดิม

เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย โดยก่อนมีมาตรการวีซ่าฟรี มีผู้โดยสารเฉลี่ยต่อวันที่ 5,100 คนต่อวัน และหลังบังคับใช้มาตรการดังกล่าว ผู้โดยสารปัจจุบันเพิ่มเป็น 6,500 คนต่อวัน ซึ่งคาดการณ์ว่าในช่วงเวลาหลังปีใหม่-ตรุษจีน 2567 เชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีก

มั่นใจสนามบินรองรับไหว

นายกีรติกล่าวต่อไปว่า สำหรับความสามารถการรองรับผู้โดยสารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น ปัจจุบัน ทอท.ได้เปิดให้บริการอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) ทำให้เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารมากขึ้น เมื่อรวมขีดความสามารถร่วมกับอาคารเทียบเครื่องบินหลัก (Main Terminal) จะมีความสามารถรองรับผู้โดยสารที่ 80 ล้านคนต่อปี

“ตอนนี้ ทอท.เร่งดำเนินการคือลดความแออัดบริเวณพื้นที่เช็กอิน จุดตรวจค้นสัมภาระ พื้นที่ตรวจคนเข้าเมือง และกำลังเพิ่มขีดความสามารถของพื้นที่ตรวจคนเข้าเมืองขาออก โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ สอดคล้องกับการขยายตัวของท่าอากาศยาน” นายกีรติกล่าว

นอกจากนี้ ในส่วนการบริหารจัดการภาคพื้นและการบริหารจัดการสัมภาระ ทอท.ได้ร่วมมือกับการบินไทย และ BFS ในเรื่องของการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ให้บริการภาคพื้น และปัญหาการรอกระเป๋านานได้รับการแก้ไขไปแล้ว

“ปัจจุบันขีดความสามารถของผู้ให้บริการภาคพื้นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 800 เที่ยวบินต่อวัน ซึ่งปัจจุบันมีเที่ยวบินใช้บริการอยู่เฉลี่ย 650 เที่ยวบินต่อวัน จึงมั่นใจว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงการเดินทางหนาแน่นในช่วงวันหยุดปีใหม่นี้ ผู้ให้บริการภาคพื้นจะสามารถรองรับการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นได้” นายกีรติกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...