โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เซี่ยหรงซูไม่ใช่แม่เลี้ยงใจร้ายในยุค 80

นิยาย Dek-D

อัพเดต 15 มี.ค. 2567 เวลา 01.45 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. 2567 เวลา 01.45 น. • 诗丽 (Lovely Poet)
เซี่ยหรงซูตายแล้ว เธอทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย ของลูกชายพระเอกนิยายในยุค 80 ตอนแรกทำใจแล้วว่า คงต้องยอมให้พระเอกเป็นของนางเอกไป แต่พระเอกดันงานดีเกินไม่ไหว ขอเก็บพระเอกเอาไว้กินเองได้มั้ยน้า

ข้อมูลเบื้องต้น

เซี่ยหรงซูตายแล้ว

เธอทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย ของลูกชายพระเอกนิยายในยุค 80

ตอนแรกทำใจแล้วว่า คงต้องยอมให้พระเอกเป็นของนางเอกไป

แต่พระเอกดันงานดีเกินไม่ไหว ขอเก็บพระเอกเอาไว้กินเองได้มั้ยน้า

ภาพปกมีลิขสิทธิ์ ไรเตอร์คอมมิชชั่นมาอย่างถูกต้อง ห้ามนำไปใช้ ดัดแปลง แก้ไขในทุกกรณีโดยไม่ได้รับอนุญาต

Credit

ภาพปก : Noahcross & MintMichaelis

ภาพอาร์ตตัวอักษร : ปกนิยาย E-book by Nalin x Wynx

คำเตือน

นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น ตัวละครในเรื่อง สถานที่ ทฤษฎี หรือประวัติศาสตร์ ไม่อ้างอิงความเป็นจริง

มีฉากที่บรรยายถึงกิจกรรมทางเพศ

มีการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมของตัวละคร มีการกล่าวถึงความตาย มีฉากที่บรรยายถึงเลือด และความรุนแรง มีการใช้วาจาส่อเสียด ดูหมิ่น คุกคาม ทำร้ายจิตใจและร่างกาย

ผู้เขียนไม่สนับสนุนความรุนแรงในทุกรูปแบบ ขอให้นักอ่านทุกท่านแยกแยะระหว่างเรื่องที่ได้แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงกับความเป็นจริง และโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

เหมาะสำหรับนักอ่านที่มีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป

ทักทาย ๆ

สวัสดีค่ะ Lovely Poet ค่ะ คิดถึงทุกคนจังไม่ไหวแล้ว เลยมาเปิดเรื่องใหม่ค่า ติดใจแนว 70-80 ซะแล้ว เลยวางพล็อตเรื่องนี้ออกมาค่ะ ชี้แจงแบบนี้

1. เรื่องนี้ไม่อ้างอิงประวัติศาสตร์ หลายอย่างไรต์แต่งเติมเข้าไปเพื่ออรรถรสของเนื้อเรื่องเท่านั้นนะคะ อย่าถือเป็นจริงเป็นจังและกรุณาถอดสมองอ่านกันไปเลย อย่าเครียด ๆ ชีวิตจริงก็เครียดมากพออยู่แล้ว นิยายของไรต์เป็นนิยายลั่ลล้านะ

2. เรื่องนี้จะติดเหรียญ 2 รอบค่ะ เป็นการติดรอบอ่านล่วงหน้า 1 ครั้ง ปล่อยให้อ่านจนจบช่วงหนึ่ง แล้วจะติดเหรียญรอบ 2 ราคารวมของทั้ง 2 รอบจะเท่ากับราคาอีบุ๊กเช่นเดิมนะคะ สายเปบ์ สายฟรี สายดอง สามารถอ่านได้จนจบอย่างแน่นอนค่ะ ถามว่าทำไมต้องติด 2 รอบ เพราะไรต์อยากได้ค่าขนมค่า ขอบคุณที่เข้าใจน้า ส่วนอีบุ๊กถ้ามาแล้วจะรีบแจ้งค่ะ

3. นิยายเรื่องนี้น้องนางเอกอาจจะโก๊ะกังเล็กน้อย ดูมึน ๆ งง ๆ หน่อย แต่โดยรวมน้องน่ารัก ส่วนพ่อพระเอกนั้นไรต์อยากเขียนออกมาเป็นแนวฮอตเนิร์ด แต่ไม่รู้จะเป็นยังไง 555 เอาเป็นว่าเอ็นดูพ่อพระเอกของไรต์หน่อยน้า

4. สุดท้ายนี้ขอให้นักอ่านที่น่ารักทุกคนมีความสุขกับการอ่านนิยายของไรต์ค่ะ แค่ทุกคนอ่านแล้วยิ้มได้ไรต์ก็ดีใจมาก ๆ เลยค่ะ หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นอีกเรื่องที่ทำให้ทุกท่านเพลิดเพลินค่ะ

รักมาก ๆ

Lovely Poet

©นิยายเรื่องนี้สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์ ทำซ้ำ ดัดแปลง ห้ามลอกเลียนแบบ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ หรือนำไปสร้างฐานข้อมูลดิจิตอล โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย

บทนำ ฉันคือแม่เลี้ยงใจร้าย

‘ประกาศจากสายการบิน CT เที่ยวบิน CL6290 พร้อมแล้วที่จะเดินทางไปปักกิ่ง ขอเชิญผู้โดยสารขึ้นเครื่องได้ที่ทางออกหมายเลข T89 ขอบคุณค่ะ’

เสียงประกาศจากสายการบินที่รอคอยดังขึ้นเป็นภาษาสากล

เซี่ยหรงซูที่นั่งรออยู่หน้าเกตก็รวบกระเป๋าใบเล็กของตนขึ้นมาสะพายไหล่ ตรวจดูเอกสารที่จำเป็นและกวาดตาดูบอร์ดดิ้งพาสอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ จากนั้นจึงเดินอย่างมาดมั่นด้วยฝีเท้ามั่นคงตรงไปขึ้นเครื่อง

นี่เป็นการบินกลับประเทศบ้านเกิดครั้งที่ 2 ในรอบ 10 ปีของเธอ ครั้งแรกคือเมื่อ 1 ปีที่แล้ว เพราะแม้แต่ตอนที่ครอบครัวของเธอย้ายกลับไปที่บ้านเกิด เธอยังแค่ไปส่งพวกเขาที่สนามบินเลย

เซี่ยหรงซูมองพนักงานต้อนรับบนเครื่องสาธิตวิธีการเอาตัวรอดบนเครื่องบินด้วยใบหน้านิ่งเฉยปนเบื่อหน่ายเล็กน้อย เพราะนี่เป็นสิ่งที่เจอทุกครั้งก่อนขึ้นเครื่อง และเธอเองก็ขึ้นเครื่องบินไปมาแทบจะทุกเดือนจนชาชิน แทบจะท่องกระบวนการขั้นตอนเหล่านี้ได้ตั้งแต่ต้นจนจบแล้วด้วยซ้ำ

เครื่องบินโบอิ้ง 747 ลำใหญ่เริ่มเทคออฟ ความสั่นสะเทือนเล็กน้อยไม่ทำให้เชฟสาวระดับมิชลินสตาร์ 3 ดาว ในวัย 28 ปี หายง่วงงุนได้ หลังจากที่ได้รับสัญญาณให้ปลดเข็มขัดและเอนเก้าอี้ชั้นเฟิร์สคลาสให้นอนได้ หญิงสาวก็คู้ตัวลงหลับใหลไปในทันที เธอค่อนข้างเพลีย เนื่องจากเพิ่งจะลุยงานต่อเนื่องมาก่อนบิน

การเปิดร้านอาหารสาขาใหม่ที่นิวยอร์ก ประเทศอเมริกานั้นเป็นงานที่กินพลังงานอย่างสูง ร้านอาหารนี้เป็นร้านอาหารของเธอที่หุ้นกับเพื่อนอีก 3 คน โดยเธอรับตำแหน่งหัวหน้าเชฟ

ด้วยความฝันอันงดงามมาตั้งแต่เด็ก ๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากย่าที่มาจากประเทศจีน และตำรับลับประจำตระกูล ก็ทำให้เซี่ยหรงซูที่แม้จะเกิดที่ประเทศจีน แต่ไปเติบโตที่ต่างประเทศตั้งแต่จำความได้ ซึมซับเรียนรู้มาโดยตลอด จนกระทั่งท่านจากไปด้วยวัยชรา หญิงสาวก็มีร้านอาหารหลายสาขาที่หุ้นกับเพื่อน เป็นร้านอาหารจีนกึ่งฟิวชั่นที่โด่งดังแล้ว ประกอบกับฝีมือและเทคนิคต่าง ๆ ที่ได้รับการถ่ายทอดและฝึกฝนเพิ่มเติมอย่างมุ่งมั่น ทำให้หญิงสาวประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย

ครั้งนี้ที่ต้องเดินทางกลับประเทศบ้านเกิด ก็เพราะว่าเธอต้องกลับไปไหว้หลุมศพของย่า เนื่องในวันครบรอบ 1 ปีที่ย่าจากไป ในความทรงจำของเธอ ย่าเป็นคนที่ดีใจที่สุดในตอนที่เธอประสบความสำเร็จ ดังนั้นเซี่ยหรงซูจึงผูกพันกับย่ามากทีเดียว

พ่อและแม่ของเธอนั้นได้ย้ายกลับประเทศบ้านเกิดไปได้สิบกว่าปีแล้ว พวกท่านไปเปิดบริษัทที่นั่น เป็นบริษัทนำเข้าส่งออกอาหารทะเลไม่เล็กไม่ใหญ่แห่งหนึ่ง ที่กิจการดีใช้ได้ พวกท่านใช้คอนเน็กชันที่ได้มาจากการมาทำงานที่ต่างประเทศเนิ่นนานช่วยในการทำกิจการที่จีน โดยมีพี่ชายของเซี่ยหรงซูเป็นทายาทคอยดูแลต่ออย่างมีวิสัยทัศน์ ส่งผลให้ครอบครัวซูก็สามารถเรียกตัวเองว่าเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยครอบครัวหนึ่ง

ไม่ใช่ว่าเธอไม่ใกล้ชิดกับครอบครัว แต่ที่ต้องอยู่กันคนละประเทศแบบนี้ เพราะเซี่ยหรงซูได้สร้างเนื้อสร้างตัว สร้างความฝันที่นี่ไปแล้ว และอยากทำมันให้สำเร็จก่อน เลยยังไม่กลับไป ครอบครัวของเธอก็เข้าใจ และขยันบินมาหาแทน มันไม่ทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าขาดอะไรไปเลยสักอย่างในชีวิต

หลังจากหลับยาวไปเกือบหลายชั่วโมงเต็ม ๆ จากนั้นเธอก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะเสียงเดินและเสียงสอบถามของพนักงานต้อนรับบนเครื่อง ที่กำลังเริ่มเสิร์ฟอาหาร หญิงสาวจึงปรับที่นั่งที่เอนนอนเอาไว้เล็กน้อย ให้เธอได้นั่งสะดวก แล้วเริ่มกินอาหารบนเครื่อง ที่พอเป็นชั้นเฟิร์สคลาสแล้วรสชาติก็พอใช้ได้ แต่กับคนที่อยู่กับการทำอาหารมาทั้งชีวิตอย่างเธอแล้ว ยังไม่ผ่านเกณฑ์เท่าไร

เพราะเวลาที่ยาวนานมากจนเกินไปจึงชวนให้เบื่อ ดังนั้นหญิงสาวจึงเอาแท็บเล็ตของตนขึ้นมาเพื่ออ่านนิยายฆ่าเวลา นี่เป็นหนึ่งในกิจกรรมผ่อนคลายยามว่างของเธอ ไม่ไปเที่ยวที่ไหน ยิ่งไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่เน้นการออกกำลังกายและใช้เวลากับตัวเองในยามว่าง หรือเข้าอินเทอร์เน็ตเพื่อศึกษาเทคนิคใหม่ ๆ ในวงการ นี่เป็นหนึ่งในเคล็ดลับที่ทำให้หญิงสาวประสบความสำเร็จได้ไว

แต่ครั้งนี้เพราะรู้สึกว่าสมองได้รับข้อมูลเรื่องอาหารมามากมายเกินไปแล้ว ดังนั้นจึงคิดจะพักสมองบ้าง โดยการหยิบเอานิยายที่ซื้อทิ้งเอาไว้สักพักแล้วขึ้นมาอ่าน

‘ย้อนกลับไปพิชิตใจนายนักการทูต’

นี่คือนิยายที่เกี่ยวกับนางเอกของเรื่องชื่อว่าหลิงเอินเหยา เธอคือลูกสาวของนักธุรกิจที่ร่ำรวยในยุคปัจจุบัน แล้วประสบอุบัติเหตุจนทะลุมิติย้อนกลับไปในยุค 70 - 80 ในครอบครัวของข้าราชการระดับสูง ที่เพิ่งเข้าสู่ช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม เธอมีคู่หมายที่เป็นนายทหารฐานะใกล้เคียงกันอยู่คนหนึ่ง เธอไม่พอใจที่จะต้องแต่งงานกับเขาในอนาคต จึงต่อต้านครอบครัวโดยการหนีออกจากบ้านมา โดยหนีจากปักกิ่งลงไปทางตอนใต้ แล้วเริ่มสร้างตัวด้วยการทำธุรกิจและอาศัยเหตุการณ์หลายอย่างที่เคยจำได้ ในการช่วยสร้างเนื้อสร้างตัว โดยมีตัวช่วยอย่างพระเอกของเรื่องคือไห่มู่จิ้ง ที่ทำงานอยู่ที่หน่วยงานของรัฐที่เมืองทางใต้ตอนนั้นช่วยเหลือ

จุดที่น่าสนใจก็คือ หลิงเอินเหยานั้นมีตัวช่วยที่สำคัญอย่างระบบลึกลับคอยช่วยด้วย ทำให้เธอสามารถเริ่มต้นใหม่ได้อย่างราบรื่น

เธอเริ่มสร้างตัวจากธุรกิจการขายอาหารง่าย ๆ ก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ ขยับขยาย กลายเป็นธุรกิจเก็งกำไรซื้อสินค้ามาขายไป และเริ่มมาทำร้านขายเสื้อผ้า จนประสบความสำเร็จ โดยระหว่างนี้พระเอกอย่างไห่มู่จิ้งก็จะคอยวนเวียนมาช่วยเหลือนางเอกอยู่เสมอ จนก่อให้เกิดความประทับใจซึ่งกันและกัน และเริ่มพัฒนาเป็นความรัก

แต่อุปสรรคที่สำคัญที่สุดของคู่รักคู่นี้ก็คือนางร้ายอย่างเซี่ยหรงซู

ชื่อเดียวกับเธอเป๊ะเลย

เซี่ยหรงซูคือภรรยาคนที่ 2 ของไห่มู่จิ้ง เธอเป็นเพียงหญิงสาวชนบทที่ดิ้นรนออกมาจากบ้านเดิม เพื่อมาหาความรุ่งเรืองในเมือง จนกระทั่งได้มีโอกาสรู้จักไห่มู่จิ้ง

เมื่อตามสืบเรื่องของเขาแล้วพบว่าอีกฝ่ายไม่มีภรรยา มีเพียงลูกชายที่เกิดจากภรรยาคนแรกที่ป่วยตายไปแล้ว ด้วยความรักแรกพบ และความต้องการที่จะเลื่อนฐานะตัวเองกลายเป็นคนเมือง เธอที่ตอนนั้นทำงานในบ้านพักสวัสดิการ ก็หาโอกาสใช้วิธีสกปรกกับเขา จนชายหนุ่มต้องจำใจรับผิดชอบ

เซี่ยหรงซูจึงกลายเป็นแม่เลี้ยงของไห่ตง ลูกชายวัย 5 ขวบของเขาไป แต่เพราะเธอเป็นคนชนบท ที่ดิ้นรนมาจนเคยชิน อีกทั้งทางบ้านเดิมก็ไม่ได้ดีเด่อะไร ไม่มีทั้งการศึกษาและไม่มีทั้งคนอบรมขัดเกลา ดังนั้นนอกจากหน้าตาที่สวยแล้ว ข้อดีอย่างอื่นก็ไม่มีเลย

แม่สามีรังเกียจสะใภ้คนนี้มาก แต่ก็ต้องจำใจรับ เพราะไม่อยากให้ลูกชายเสื่อมเสียชื่อเสียง ความขัดแย้งในบ้านจึงมีให้เห็นทุกวัน จนชายหนุ่มระอา

จวบจนกระทั่งเซี่ยหรงซูรับรู้ว่าสามีไปใกล้ชิดกับหลิงเอินเหยา เธอจึงรู้สึกได้ถึงภัยคุกคาม เพราะหลิงเอินเหยาทั้งสวย ทั้งมีความสามารถ หาเงินได้เก่ง และร่ำรวย ความหึงหวงจึงพุ่งพรวด ตามติดสามีไปอาละวาดใส่อีกฝ่ายอยู่บ่อยครั้ง จนกลายเป็นความอับอายของชายหนุ่ม สร้างชื่อเสียงที่ไม่ดีให้เขาและเพิ่มความระอาให้มากขึ้นในทุกขณะ

ฟางเส้นสุดท้ายของเซี่ยหรงซูและไห่มู่จิ้งก็คือลูกชายของเขาไห่ตง ด้วยความที่เอาแต่ตามหึงหวง โดนกดดันจากแม่สามี และไม่ได้นึกรักลูกชายวัย 5 ขวบของเขาอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ทำให้เธอปล่อยปละละเลยลูกชายของเขา จนวันหนึ่งเธอด่าทอเด็กน้อยด้วยความคับแค้นใจจากเรื่องของสามี ไล่ตามตีเด็กน้อยไม่เลิก จนไห่ตงตกใจวิ่งหนีไปด้านนอกบ้าน เกิดอุบัติเหตุรถชน เด็กน้อยบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง พิการในทันใด

ไห่มู่จิ้งไม่ยอมอีกต่อไป เขาฟ้องหย่าเธอและแจ้งตำรวจมาจับไป ข้อหาเจตนาทำร้ายร่างกายเด็ก เป็นเหตุทำให้ลูกชายพิการ และพยายามฆ่าเด็ก เธอโดนตัดสินให้ติดคุกตลอดชีวิต และตายอนาถอยู่ในนั้น

ส่วนพระเอกของเรื่องอย่างไห่มู่จิ้งก็เศร้าสลดที่ลูกชายพิการ ตอนนั้นเองที่นางเอกของเรื่องอย่างหลิงเอินเหยารู้สึกเห็นใจเขา จึงยินยอมติดต่อกับทางบ้านในที่สุด และใช้เส้นสายของทางบ้านหาหมอมารักษา ในอีกไม่กี่ปีต่อมา พอเริ่มเปิดประเทศ ก็หาทางพาเด็กน้อยไปรักษาตัวที่ต่างประเทศจนได้ ทำให้พระเอกเกิดความประทับใจต่อตัวนางเอก และก่อเกิดเป็นความรักในที่สุด

พวกเขาจึงช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรคที่เกิดขึ้น ทั้งจากคู่หมายคนเดิมของนางเอกที่ชื่นชอบนางเอกเช่นกัน และต่อมาก็กลายมาเป็นศัตรูทางการเมืองของไห่มู่จิ้ง ทั้งจากเศรษฐีชาวฮ่องกงที่ชื่นชมนางเอกแถมยังเคยช่วยกิจการนางเอกเอาไว้

สุดท้ายเมื่อข้ามผ่านอุปสรรคทุกอย่างมาได้แล้ว พระเอกอย่างไห่มู่จิ้งก็กลายเป็นนักการทูตที่เก่งกาจ เฉียบแหลม สร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติได้มากมาย แต่งงานกับนางเอกที่เป็นลูกสาวข้าราชการใหญ่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

ถือเป็นเรื่องราวความรักที่งดงามอย่างยิ่ง

เซี่ยหรงซูใช้เวลาที่ตาสว่างแล้วหลายชั่วโมงในการอ่านนิยายเรื่องนี้รวดเดียวจบ อดทอดถอนใจต่อเซี่ยหรงซูในเรื่องที่มีชื่อเดียวกัน จนอดเอ่ยออกมาเบา ๆ ไม่ได้ “เฮ้อ ถึงจะรักเขาก็ไม่ควรจะใช้วิธีการที่ผิดขนาดนั้นเลย น่าเสียดายจริง ๆ ถ้าเธอทำตัวดี ๆ ก็จะยังเป็นภรรยาของเขาได้อย่างเต็มรูปแบบ คนอื่นต่างหากที่เข้ามาเป็นมือที่สาม อีกอย่างลงมือกับเด็กอายุไม่กี่ขวบ นี่มันโหดร้ายเกินไปแล้ว”

ในเรื่องนั้นนางเอกอย่างหลิงเอินเหยาทั้งเก่งกาจ ทั้งกล้าหาญ กล้าที่จะเผชิญหน้ากับอุปสรรค และค่อนข้างโดดเด่น มีดวงดอกท้ออย่างยิ่งยวด อีกทั้งยังมีเครื่องมืออย่างระบบที่คอยช่วยให้ทุกอย่างราบรื่นด้วย เป็นลูกรักนักเขียนสุด ๆ ความโหดร้ายของเซี่ยหรงซูจึงยิ่งไปเปิดทางให้พระนางในเรื่อง เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ก่อเกิดความรักระหว่างทั้งคู่ขึ้นมา

“ก็สมแล้วที่นิยายค่อนข้างเป็นที่นิยมน่ะนะ” นอกจากความขัดใจที่คนที่ชื่อเหมือนเธอเป็นเพียงนางร้ายเกรดต่ำในเรื่อง แถมยังมีจุดจบที่น่าอนาถแล้ว เนื้อเรื่องโดยรวมก็สนุกน่าติดตามดีไม่น้อย เป็นนิยายดีอีกเรื่องหนึ่งที่อ่านเพลินมาก ๆ ทีเดียว

แม้จะอ่านจบไปแล้ว แต่ระยะทางก็ยังเหลืออีกไกล

หญิงสาวได้แต่หลับไปอีกรอบด้วยความอ่อนเพลีย เข้าสู่ห้วงความฝันไปโดยไม่รู้ตัว

ในฝันนั้นเธอเดินอยู่บนทางเดินสีขาวที่ราวกับจะไม่มีจุดสิ้นสุด เพียงเดินไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จุดหมาย จนกระทั่งสายตาของเธอมองเห็นใครคนหนึ่งที่แสนจะคุ้นเคย

“คุณย่า!” เธอยิ้มกว้างแล้ววิ่งไปหาหญิงชราที่เธอคิดถึงมาตลอดอย่างรวดเร็ว อ้าแขนออกกว้าง กอดย่าของเธอที่ยิ้มใจดีมอบให้เต็มรัก

“อะไรกัน โตป่านนี้แล้ว ก็ยังทำตัวเป็นเด็ก ๆ อยู่อีก ย่าเคยสอนว่ายังไงหืม” หญิงชราที่ยังมีเค้าความหน้าตาดีอยู่เต็มเปี่ยมกอดตอบหลานสาวที่เธอรัก ยกมือขึ้นลูบหัวของหลานสาวเบา ๆ

เซี่ยหรงซูน้ำตาไหลอย่างกลั้นไม่อยู่ นี่คือคนที่อยู่เคียงข้างเธอมานานกว่าใครในครอบครัว แม้แต่ในวันที่ครอบครัวทุกคนของเธอย้ายกลับบ้านเกิด ย่าเป็นคนเดียวที่อยู่เป็นเพื่อนเธอที่นี่ สนับสนุนทุกความฝันของเธอ มองดูเธอประสบความสำเร็จแล้วย่าก็จากไปตลอดกาล

“หนูคิดถึงย่า” หญิงสาวกล่าวด้วยเสียงเศร้าลึก

ย่ายิ้มอย่างเมตตา ดวงตาของหญิงชราที่ผ่านโลกมามากปรากฏความอาลัยรักและความเศร้าบางประการ

“ย่าก็คิดถึงซูซูของย่ามาก”

“ย่าไม่ไปได้มั้ยคะ” เธอร้องขอ แม้ลึก ๆ จะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้

“ทุกคนมีเวลาของแต่ละคนอยู่ ย่าเองก็มี หลานเองก็มี”

เซี่ยหรงซูเงยหน้าจากอ้อมกอดของย่า มองหญิงชราด้วยความสงสัยทั้งที่ดวงตาแดงก่ำ

“หลานเอ๋ย บางทีทุกอย่างมันก็เป็นโชคชะตา และสถานที่บางแห่ง ก็อาจจะไม่ใช่ที่ของเรา ย่ากำลังจะไปยังที่ของย่า หลานเอง…ก็จำต้องกลับไปยังที่ของหลานเช่นกัน จำเอาไว้ว่า จงใช้สติให้มาก ตั้งมั่นในความดี อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรคใด ๆ ง่าย ๆ จงเชื่อมั่นว่าสักวันความดีที่เราทำจะตอบแทนเราอย่างแน่นอน”

หญิงสาวงุนงงไม่เข้าใจ เธอมองย่าด้วยสายตาเป็นคำถาม

หญิงชราเพียงยิ้มให้ ทว่ารอยยิ้มของหญิงชรากลับยิ่งเศร้าลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ

จนกระทั่งความสะเทือนอย่างรุนแรงปลุกให้หญิงสาวตื่นขึ้นจากฝัน

ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด!

เซี่ยหรงซูตื่นขึ้นมาท่ามกลางเสียงหวีดร้องอย่างหวาดกลัว เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง และเสียงสัญญาณเตือนมากมาย กับเสียงประกาศจากกัปตันเครื่องบิน ทุกอย่างดูสับสนไปหมด

‘ตอนนี้เครื่องของเราปะทะเข้ากับฝูงนกขนาดใหญ่ จนเกิดความเสียหายกับเครื่องยนต์ฝั่งปีกซ้ายและขวาอย่างรุนแรง ขอให้ท่านผู้โดยสารปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยด้วย’

เซี่ยหรงซูสับสนยิ่งนัก แต่เธอก็เอาเข็มขัดนิรภัยมาคาดเอาไว้ เครื่องบินทั้งเครื่องสั่นไหวอย่างรุนแรง จนกระทั่งมีเสียงระเบิดดังขึ้นจากทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา

เหล่าผู้คนกรีดร้องหนักมากยิ่งขึ้น หลายคนที่นั่งอยู่ใกล้กับปีกเครื่องบินเห็นประกายไฟลุกขึ้นมาที่บริเวณปีกใกล้กับบริเวณที่ตัวเองนั่งอยู่ก็ยิ่งร้องไห้อย่างเสียขวัญ

เครื่องบินลดระดับลงจนรู้สึกได้ เสียงประกาศของนักบินบอกให้ทุกคนรับรู้สถานการณ์เรื่อย ๆ ปรากฏว่าในขณะที่นักบินกำลังลดเพดานบินลง เพราะใกล้จะถึงที่หมายแล้ว กลับมีฝูงนกขนาดใหญ่บินเข้าชนเครื่องยนต์ของเครื่องบินทั้งสองเครื่องพร้อมกันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยไร้สัญญาณเตือนใด ๆ ทั้งสิ้น ทำให้ตอนนี้เครื่องกำลังจะตก

เซี่ยงหรงซูหน้าซีดด้วยความกลัว เธอไม่รู้จะพูดอะไร ไม่รู้ว่าจะกรีดร้องอย่างไร จนกระทั่งสำนึกสุดท้ายก่อนที่ร่างกายจะหมดความรู้สึกจากแรงกระแทกและแรงระเบิดก็คือใบหน้าของย่า คำพูดสุดท้ายที่ได้ยินในฝัน และครอบครัวของเธอที่รออยู่ที่ปลายทาง

ย่าคะ ดูเหมือน…หนูกำลังจะได้ไปพบย่าแล้วหรือเปล่านะ

ดวงตางดงามหลับลง พร้อมกับดวงวิญญาณดวงน้อยล่องลอยออกไปจากร่างชั่วนิรันดร์

สิ่งที่หญิงสาวรับรู้ได้เป็นอย่างแรกเลยก็คือความเจ็บปวดทั่วสรรพางค์กาย ใบหน้างดงามในวัยสาวเผยความเจ็บปวดอย่างยิ่งยวด ดวงตาค่อย ๆ เปิดปรือขึ้นทีละน้อย

สิ่งแรกที่เห็นก็คือเพดานสีขาวที่ออกจะหมองสักหน่อย พัดลมเพดานที่ดูเก่าคร่ำคร่า และกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนจมูกทำให้เธอคิดว่าตอนนี้ตัวเองอาจจะอยู่ที่โรงพยาบาล

หรือว่าเธอจะรอดจากเหตุการณ์เครื่องบินตกกันนะ

หญิงสาวพยายามสอดส่ายสายตามองหาจุดสังเกตที่จะทำให้รู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ทว่าห้องโล่ง ๆ นี้ก็ไม่สามารถบอกอะไรได้เลย

“อย่างกับอยู่ในโรงพยาบาลเถื่อนเลย ที่ไหนเนี่ย” เสียงแหบแห้งที่ราวกับไม่ใช่เสียงตัวเองเปล่งออกมา แต่เธอก็ยังไม่ทันได้สังเกตอะไร จนกระทั่งในตอนที่พยายามฝืนสังขารลุกขึ้นมานั่ง ร่างบอบบางของหญิงสาวก็ต้องหงายหลังลงไปนอนอีกครั้ง เมื่อความเจ็บปวดจากความทรงจำมากมายผุดเข้ามาในหัว

เซี่ยหรงซูขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าเผยความเจ็บปวดแสนสาหัส และสับสน ไหนจะตกใจและหวาดกลัวจากก้นบึ้งในจิตใจอีกเล่า

ท่ามกลางความเจ็บปวดที่คิดว่าหัวตัวเองอาจจะระเบิดไปแล้ว สุดท้ายความรู้สึกก่อนที่หญิงสาวจะสลบไป กลับพบว่าเธอนั้นกลายเป็นใครอีกคน

ใครคนนั้นคือคนที่มีชื่อเดียวกัน แต่อยู่ต่างยุค ต่างสมัย และอาจจะต่างโลกด้วย ทุกอย่างต่างจากตัวเธอในอีกโลกโดยสิ้นเชิงยกเว้นชื่อ

เธอกลายเป็นเซี่ยหรงซู แม่เลี้ยงใจร้าย ในนิยายเรื่อง ‘ย้อนกลับไปพิชิตใจนายนักการทูต’ จุดจบของแม่เลี้ยงใจร้ายอย่างเซี่ยหรงซูที่ทำร้ายเด็กคนหนึ่ง คือความตายในคุก เป็นตัวกระตุ้นให้พระเอกและนางเอกรักกัน

“เยี่ยมเลย” เป็นคำพูดของหญิงสาวก่อนที่จะสลบไปอีกครั้ง โดยที่เธอได้ยินเสียงอะไรบางอย่างแว่ว ๆ ในหัว แต่ยังไม่ทันได้พิจารณาให้ดี สติก็ปลิวไปแล้ว

‘ตรวจพบความเข้ากันได้ 100% กำลังติดตั้งระบบ เชื่อมต่อ…เสร็จสิ้น ระบบภารกิจ…เสร็จสิ้น คำนวณแต้มความดี…เสร็จสิ้น คำนวณแต้มความสามารถ…เสร็จสิ้น ติดตั้งระบบแลกเปลี่ยน…เสร็จสิ้น เชื่อมต่อระบบจักรวาล…เสร็จสิ้น ผูกเชื่อมวิญญาณ…เสร็จสิ้น เปิดคลังเก็บของ เปิดระบบพรางตา เปิดระบบลวงตา เสร็จสิ้น ผู้ใช้ระบบหมายเลข 01589473645 พร้อมแล้ว’

Writer's talk :

อุ๊ย ๆ อะไรอ่ะคะ ๆ ไรต์เปิดเรื่องใหม่งั้นเหรอคะ อิอิ

คิดถึงกันมั๊ยทุกคนนนนนนน

ฝากน้องด้วยนะคะ มาลุ้นกัน ถึงน้องจะมีระบบช่วย แต่มันจะทุลักทุเลนิดหน่อย

ไรต์ชอบแกล้งตัวเอก 555

รักน้า

บทที่ 1 พระเอกหล่อจัง

เซี่ยหรงซูลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่ารอบด้านนั้นมืดสนิท นี่คงเป็นเวลากลางคืนแล้ว

จากความทรงจำที่ได้รับมา มีแต่เรื่องน่าตกใจทั้งนั้น และก็มีเรื่องน่าเศร้าเช่นกัน

แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ บัดนี้เธอ เซี่ยหรงซู เชฟสาวในยุคปัจจุบัน กลับย้อนมาในปลายยุค 70 ถ้าจะพูดให้เจาะจงคือปี 1979 ซึ่งน่าจะไม่ใช่ยุค 70 - 80 ที่เธอเคยอ่านประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเสียด้วยซ้ำ เพราะนี่คือโลกของนิยายเรื่องหนึ่ง

หลายอย่างอาจเหมือน และหลายอย่างอาจไม่ใช่ อย่างเช่นชื่อของท่านผู้นำ หรือบุคคลสำคัญต่าง ๆ อันนี้คือเท่าที่หัวสมองของร่างเดิมจดจำมาได้ หญิงสาวยังต้องเรียนรู้อีกมากทีเดียว

เธอหลุดเข้ามาเป็นหนึ่งในตัวละครที่เป็นนางร้ายเกรดต่ำ ซึ่งตัวเองเคยส่ายหน้าว่าการกระทำของตัวละครนี้ช่างไร้สมองและโหดร้าย

หญิงสาวยิ้มหยัน ความทรงจำที่ได้รับมากลับบอกว่ามันมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการกระทำของร่างเดิมนั้นไม่ผิดเลย เพียงแต่วิธีการแก้ปัญหาของเธอออกจะสุดโต่งมากเกินไปเสียหน่อยเท่านั้น

เรื่องน่าตกใจอีกเรื่องก็คือ เซี่ยหรงซูคนนี้นั้นสมแล้วที่เป็นตัวร้ายที่มีดีแค่ความสวย เพราะหน้าตาของเธอสวยมากจริง ๆ ขนาดผอมจนแก้มตอบและใบหน้าโทรมเพราะป่วย ยังรู้สึกว่าสวย

ดวงตาสองชั้นกลมราวกับตากวาง ปลายจมูกกลมมนน่ารัก ริมฝีปากอิ่มได้รูปสวยแบบไม่ต้องศัลยกรรม รูปหน้าเป็นกรอบเรียวสวยไม่ต้องเหลาเพิ่ม คางมนรับกับจมูก คิ้ว และหน้าผากนูน ส่งให้ทุกอย่างดูลงตัวสุด ๆ เป็นดาราได้สบายเลย

โชคยังดีที่ตอนที่ย้อนกลับมาครั้งนี้ เซี่ยหรงซูยังย้อนกลับมาในตอนที่น่าจะยังพอแก้ไขอะไรได้บ้าง

เธอย้อนกลับมาในช่วงที่เธอยังไม่ได้ลงมือทำร้ายเด็กคนนั้น แต่เป็นช่วงที่พระเอกของเรื่องอย่างไห่มู่จิ้ง พบเจอกับนางเอกของเรื่องอย่างหลิงเอินเหยาแล้ว และสาเหตุที่เธอมานอนที่โรงพยาบาลแบบนี้ ก็เพราะว่าเซี่ยหรงซูคนเดิมนั้นไปตามตบตีอาละวาดใส่นางเอก จนพลัดตกน้ำไป ตอนนี้เป็นหน้าหนาว แม้แถบตอนใต้จะไม่ถึงกับมีหิมะตก แต่สภาพอากาศก็เลวร้ายพอตัว น้ำที่ร่างเดิมตกลงไปคงมีอุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาแน่นอน ร่างเดิมเข้าสู่ภาวะช็อกจากสภาพอากาศที่เย็นเกินไป จนจากไปแล้วมีเธอเข้ามาแทนที่แบบงง ๆ โดยที่ไม่มีอะไรเชื่อมโยงกันได้เลยนอกจากชื่อที่เหมือนกันเท่านั้น

ก๊อก ๆ

เสียงเคาะประตูสองครั้ง ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูเข้ามาในทันที ร่างของนางพยาบาลก็เดินเข้ามาพร้อมรถเข็นที่บรรจุอ่างน้ำเอาไว้ คาดว่าเธอคงจะมาเช็ดตัวให้ พยาบาลสาวเมื่อเห็นว่าคนไข้คนนี้ฟื้นแล้ว ก็เบิกตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยิ้ม ๆ แล้วบอก

“สหายฟื้นแล้ว รอสักครู่นะคะ ขอฉันออกไปตามหมอหน่อย” แล้วพยาบาลคนนั้นก็เดินออกไปเร็ว ๆ

รอไม่นานเท่าไร เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นด้านนอก ประตูห้องพักถูกเปิดเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้มีชายวัยกลางคนที่มีท่าทีเคร่งขรึม สวมชุดกาวน์ และพยาบาลคนเมื่อครู่ตามมาด้วย ทว่าคนที่สะดุดตากลับเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาโดดเด่นอย่างมากคนหนึ่ง

จากความทรงจำของร่างเดิม เธอรู้ได้ทันทีว่าคนคนนี้คือใคร ทว่าเมื่อได้เจอตัวจริงแบบนี้ ก็รู้ได้เลยว่าทำไมร่างเดิมยอมทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ขอให้ได้ครอบครองชายตรงหน้านี้ให้ได้ก็พอ

ก็ไห่มู่จิ้ง สามีของร่างเดิมนั้นหล่อลากดิน หล่อแบบที่ดาราชายในโลกเดิมหลายคนต้องชิดซ้าย ถ้าหากในโลกนี้มีโซเชียลที่รวดเร็วละก็ ชายคนนี้ต้องโด่งดังแน่ ๆ

ใบหน้าที่ราวกับพระเจ้าบรรจงเสกสรรปั้นแต่งมาอย่างประณีต ทั้งรูปหน้าที่งดงามคมชัด สันกรามคมรับกับสันจมูกโด่งสวย แก้มที่ตอบเล็กน้อยแต่กลับยิ่งส่งเสริมบุคลิกเคร่งขรึมจริงจังให้คนตรงหน้าได้มากยิ่งขึ้น ดวงตาเรียวยาวแต่ไม่ตี่อย่างคนทั่วไป มันเป็นดวงตาสองชั้นที่คมกริบจนสะกดวิญญาณคนมองได้เลย หากปรายตามาหนึ่งครั้ง คนมองคงมีสะดุ้ง ริมฝีปากบางเล็กน้อยเป็นสีชมพูนิด ๆ ดูสุขภาพดี

ไหนจะรูปร่างและส่วนสูงที่ดูยังไงก็น่าจะเกิน 185 เซนติเมตร ภายใต้เสื้อเชิ้ตทำงานนั้นคือรูปร่างกำยำอย่างไม่น่าเชื่อ ท่าทางการยืนและการเดินส่งให้เขาโดดเด่นราวกับเป็นราชนิกุลสักคนก็ไม่ปาน ไหนจะผิวขาวจัดราวกับไม่เคยโดนแดด ทุกอย่างที่ประกอบเป็นเขาราวกับผ่านหัตถการมาแล้วร้อยแปดอย่าง แต่ในยุคนี้มันคือธรรมชาติล้วน ๆ เรียกได้ว่าเป็นธรรมชาติที่สุดแสนจะลำเอียง ในหัวของหญิงสาวมีคำเดียวที่วิ่งซ้ำไปซ้ำมา

หล่อ หล่อมาก หล่อโคตร ๆ

หล่อจนอยากเก็บไว้กินเอง ไม่ยกให้นางเอกแล้วได้มั้ย

แต่สติของเธอก็กลับมาในตอนที่เธอมองสบกับดวงตาดุ ๆ ของเขา ในนั้นมีแววตำหนิติเตียน และมีความโกรธกรุ่น แถมความรังเกียจมาให้ด้วย ทำให้เธอต้องกะพริบตาปริบ ๆ แล้วหลบตาไป จนเหมือนร้อนตัว เพราะถึงแม้จะไม่ใช่คนทำเอง แต่เธอดันมาอาศัยอยู่ในร่างนี้ ที่เจ้าของคนเดิมได้ทำความผิดเอาไว้จริง

หงายการ์ดความจำเสื่อมดีไหมนะ แต่ดูจากสถานการณ์โดยรวมแล้วคงไม่ทันแล้ว หรือจะทำเป็นความจำเสื่อมระยะสั้นดี

ทว่าเสียงของหมอที่เข้ามาก็ถามขึ้นเสียก่อน “คุณเซี่ย ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างครับ”

“เอ่อ ปวดตามตัวไปทั่วตัว ปวดหัวค่ะ” เธอหันไปตอบตามความจริง

ทว่าวิธีการพูดของเธอกลับทำให้ไห่มู่จิ้งขมวดคิ้วเล็กน้อย

ทำไมเขารู้สึกแปลก ๆ นะ เขารู้สึกเหมือนกับว่า ภรรยาตัวเองไม่เหมือนเดิม

เธอไม่โวยวาย ร้องไห้ ออดอ้อนออเซาะเขาอย่างที่ชอบทำ แต่กลับดูงุนงง ที่สำคัญที่สุด แววตาที่ได้มองสบกันเมื่อครู่ นอกจากความตกใจและประหลาดใจแล้ว กลับดูเหมือนจะไม่พบความลุ่มหลงรักใคร่อยู่ในนั้นเลย

ชายหนุ่มยืนอยู่ห่าง ๆ ปล่อยให้หมอทำหน้าที่ตรวจภรรยาอย่างละเอียด สุดท้ายเขาจึงได้ยินหมอเอ่ยว่า

“ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรหนักหนาน่าเป็นห่วง เท่าเมื่อสองวันก่อนที่หัวใจหยุดเต้นไปครู่หนึ่งแล้วนะครับ คนไข้พ้นวิกฤติแล้ว ดูอาการอีกสักหนึ่งคืน หากพรุ่งนี้เช้าไม่มีอาการอะไรแล้ว ก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว” หมอคนนั้นบอก พร้อมจดอะไรยุกยิกในชาร์ตคนไข้ไปด้วย

จากนั้นทั้งหมอและพยาบาลคนนั้นก็ขอตัวกลับไป

ตอนนี้ในห้องมีเพียงความเงียบ กับสายตาของคนสองคนที่มองสบกันไปมา ไม่มีใครเอ่ยขึ้นก่อน

เซี่ยหรงซูเงียบ เพราะไม่รู้จะเริ่มคุยอย่างไร ความทรงจำล่าสุดของเธอบอกว่าก่อนที่จะพลัดตกน้ำลงไปนั้น เธอมีปากเสียงกับผู้ชายตรงหน้าอย่างรุนแรง ในหัวยังปรากฏสีหน้าโกรธขึ้งของเขาด้วย

ส่วนไห่มู่จิ้งเงียบ เพราะกำลังพิจารณาหญิงสาวตรงหน้าดี ๆ อีกครั้ง เธอคือภรรยาคนใหม่ที่เขาไม่ได้เต็มใจที่จะผูกพันธะด้วย ตั้งแต่มาอยู่ด้วยกันเกือบสามเดือน ก็ไม่พบข้อดีอะไรสักอย่าง นอกจากความหึงหวงและปากร้ายของเธอ ครอบครัวของเขาแทบจะไม่สงบสุขเลยสักวัน เขาอยากจะหย่าหลายครั้ง แต่สุดท้ายทุกครั้งก็จบลงด้วยการที่ภรรยาตรงหน้าทำตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็เท่านั้น ไม่นานนักก็กลับมาทำตัวร้ายกาจเช่นเคย จนเขาระอาใจอย่างมาก ยิ่งตอนนี้สีหน้าของหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้มีความสำนึกผิดเลยสักนิด ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดและโกรธขึ้นมาอีกครั้ง จึงกล่าวอย่างอดไม่ได้

“เป็นอะไรไป ไม่ร้องไห้โวยวายเหมือนอย่างที่เคยทำแล้วหรือไง” ชายหนุ่มเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ที่อยู่ห่างออกไป หันมามองกิริยาของภรรยาคนนี้ด้วยความหงุดหงิดใจ แต่สีหน้ายังคงความเข้มงวดและแฝงแววดุเอาไว้เต็มเปี่ยม เพราะทุกครั้งที่ทำแบบนี้ ภรรยาจะทำสีหน้าหงอยและสงบลงได้บ้าง

เซี่ยหรงซูนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เธอมาอยู่ที่นี่โดยละเอียด วันนั้นสามีของร่างเดิมไปดำเนินการช่วยเรื่องการนำเข้าสินค้ามาขาย สินค้านั้นเป็นของหลิงเอินเหยาทำให้ทั้งสองคนต้องไปที่ท่าเรือด้วยกัน ร่างเดิมสะกดรอยตามไป เมื่อเห็นว่าสามีตัวเองเดินเคียงและพูดคุยกับหญิงอื่นอย่างสนิทสนม อีกทั้งอีกฝ่ายก็สวยดูดีมีราศีกว่าตัวเอง นอกจากความริษยาหึงหวงที่พลุ่งพล่าน ก็ยังมีความไม่ยินยอมผุดขึ้นมาด้วย จนต้องเดินเข้าไปด่ากราดอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้หน้า และพยายามเข้าไปทำร้ายร่างกายของอีกฝ่ายให้ได้

ทว่าหลิงเอินเหยาที่มีระบบช่วยก็หลบหลีกไปได้ ไม่พอ ยังทำให้เธอพลัดตกทะเลหน้าหนาวลงไปด้วย ดีที่มีคนช่วยขึ้นมาได้ทัน แต่งานของสามีก็พังไม่เป็นท่า และเขาก็ขายหน้าอย่างมากในวันนั้น เพราะทุกคนที่นั่นต่างก็ไปทำงาน อีกอย่างหนึ่งก็คือ ต่อให้เขาจะรู้สึกดีกับนางเอกไปแล้วหรือไม่ก็ตาม เธอก็ไม่ควรตามไปด่าทออาละวาดแบบนั้น เพราะหนึ่ง พวกเขาไม่ได้อยู่กันสองต่อสอง สอง พวกเขายังไม่ได้ทำอะไรผิดซึ่งหน้าเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากรูปการณ์แล้ว

เจ้าของร่างเดิมผิดเต็ม ๆ

เซี่ยหรงซูเมื่อนึกได้แบบนั้นก็กลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอ ในใจรู้สึกไม่ดีที่ต้องมารับบาปที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ทว่าเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เธอจำต้องเอ่ยปากอย่างตรงไปตรงมา

“ฉันขอโทษค่ะ ฉันทำไม่ถูก ไม่ควรไปขัดขวางการทำงานของพี่”

เธอคนเดิมเรียกเขาว่าพี่ ดังนั้นเธอคนนี้ก็เรียกเขาว่าพี่ตามไปด้วยเลย

พิจารณาจากทุกอย่างที่เกิดขึ้น ต่อให้เขาอยากจะหย่าเธอมากขนาดไหน แต่ตอนนี้เซี่ยหรงซูยังจำเป็นต้องเกาะติดเขาและบ้านของเขาไปก่อน

เหตุผลก็เพราะ หนึ่ง เธอไม่มีเงินติดตัวเลย ตอนที่แต่งงานกับเขาก็แต่งด้วยการบังคับแต่ง ไม่มีการบอกบ้านเดิม ไม่มีสินติดตัวเจ้าสาว เธอไม่มีอะไรสักอย่าง มีแค่ตัวกับหัวใจ สอง ตอนนี้เธอไม่มีอาชีพ เพราะพอแต่งกับเขาแล้ว เธอก็มาอยู่ที่บ้านของสามี ทำตัวขี้เกียจ เถียงกับแม่สามี รังแกลูกชายของเขาไปวัน ๆ

ไร้แก่นสารสุดฤทธิ์ กินของเขาใช้ของเขา ยังจะทำตัวแย่กับเขาอีก

ยิ่งนึกยิ่งละอายใจชะมัด แต่สรุปแล้วก็คือ เธอยังไปไหนไม่ได้ ต้องหน้าด้านเกาะติดเขาไปก่อน จนกว่าจะลืมตาอ้าปากได้นั่นเอง อีกอย่างตอนนี้เธอก็ตั้งตัวเป็นศัตรูกับนางเอกของเรื่องอย่างหลิงเอินเหยาไปแล้ว ด้วยระบบที่นางเอกมี จะช่วยให้หลิงเอินเหยามาจัดการกับภรรยาผู้ร้ายกาจของพระเอกได้ง่าย ๆ ไหนจะเหล่าตัวรองที่หลงเสน่ห์ของนางเอกอีกเล่า ดังนั้นมีแต่ต้องพึ่งพาไห่มู่จิ้งไปก่อนอย่างช่วยไม่ได้ เธอจึงเอ่ยปากขอโทษออกมาก่อน

คำนี้ไม่ได้เป็นคำทำร้ายศักดิ์ศรีหรืออะไร เดิมทีเซี่ยหรงซูก็ไม่ใช่คนถือทิฐิหรือปากหนักอยู่แล้ว

รู้ว่าผิด ก็แก้ไขและขอโทษ มันไม่ได้ยากอะไร

สีหน้าของไห่มู่จิ้งเผยความเหลือเชื่อและไม่เชื่อถือออกมา แม้กระทั่งฉายความดูแคลนออกมาวูบหนึ่ง เขาจดจ้องเธอเงียบ ๆ ในแววตาไม่มีความเชื่อถือปรากฏขึ้นเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มหรี่ตา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

“คุณต้องไปขอโทษคุณหลิงกับผมด้วยหลังจากออกจากโรงพยาบาล” เขาพูดแล้วมองดูว่าเธอจะมีปฏิกิริยาอย่างไร จะโวยวายออกมาอย่างเคยหรือไม่

ทว่ากลับผิดคาด

หญิงสาวพยักหน้ารับเงียบ ๆ สีหน้าเรียบเฉยอย่างยิ่ง ไม่ได้โกรธเกรี้ยวหรือน้อยเนื้อต่ำใจอะไร

“ได้ค่ะ ฉันจะไปขอโทษเธอกับพี่”

ตอนเป็นเชฟ กว่าจะประสบความสำเร็จถึงขั้นนี้ ระหว่างทางก็ไม่มีอะไรง่าย ความผิดพลาดแบบไหนที่เธอไม่เคยเจอบ้าง หนักสุดก็คือความสะเพร่าครั้งหนึ่งของเธอ ที่ลืมดูว่าลูกค้าแพ้อาหารชนิดไหน แล้วใส่อาหารชนิดนั้นลงไป จนลูกค้าเข้าโรงพยาบาลเกือบตายและเกือบจะเป็นคดีความ

เธอต้องเข้าไปทั้งขอโทษทั้งชดใช้ให้อย่างสุดความสามารถ สิ่งที่ต้องเสียไปหลังจากนั้นคือชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ ดีว่าลูกค้าปลอดภัย และเห็นแก่ความจริงใจของเธอ แต่ครั้งนั้นหากว่าลูกค้าแพ้หนักกว่านั้นแล้วเสียชีวิตลงไป ไม่ว่าเธอจะรู้สึกผิดขนาดไหนก็ชดใช้อะไรให้ใครไม่ได้อีก นั่นเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ของหญิงสาวเลย กว่าจะกอบกู้ชื่อเสียงกลับมาได้ กว่าจะเรียกความกล้ากลับมาจับตะหลิวและต่อสู้กับความกลัวในใจได้ ก็ต้องไปพบจิตแพทย์อยู่เป็นปี จนเกือบจะเดินบนทางสายนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว

ดังนั้นการลดศักดิ์ศรีลงไปขอโทษสำหรับเธอไม่นับเป็นอะไรได้ เธอทำผิดเธอขอโทษได้ แต่ถ้าใครมารังแกเธอโดยที่เธอไม่ผิดละก็ เธอจะตอบโต้อย่างไม่ยินยอมเช่นเดียวกัน

ไห่มู่จิ้งบอกไม่ถูกว่าคนตรงหน้าเปลี่ยนไปตรงไหน แต่เขารู้ดีว่าเธอไม่เหมือนเดิม และแอบรู้สึกว่าการที่เธอเป็นแบบนี้มันก็ดี ทว่าก็ยังวางใจอะไรไม่ได้มากนัก เมื่อได้คำตอบที่น่าพอใจ ไม่ว่าเธอจะพูดจริงหรือพูดเพื่อเอาตัวรอดก็ตาม แต่เขาถือว่าภรรยาตรงหน้ารับปากแล้ว ดังนั้นจึงลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะกลับบ้านเสียที ก่อนกลับก็วางตะกร้าที่ด้านในบรรจุอาหารเย็นเอาไว้ให้เธอ

“อาหารเย็น กินซะ ถ้าพรุ่งนี้หมอให้กลับบ้านได้จริงผมจะมารับกลับ จำคำที่คุณพูดเอาไว้ให้ดี ถ้าครั้งนี้คุณบิดพลิ้ว ผมจะหย่ากับคุณไม่ว่าคุณจะว่ายังไงก็ตาม” ไห่มู่จิ้งเอ่ยแล้วก็เดินออกไปทันที

เซี่ยหรงซูมองตามแผ่นหลังองอาจของเขาด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก แล้วเหลือบไปมองตะกร้าที่เขาเอามาด้วย เธอหยิบของด้านในออกมา พบว่าเป็นชามโจ๊กที่ตุ๋นมาอย่างดีแถมยังมีเนื้อหมูปนมาด้วยเล็กน้อย กลิ่นหอมกรุ่น และยังอุ่น ๆ อยู่เลย

เพราะความหิวจึงตักกินคำต่อคำ ไม่พิพากษ์วิจารณ์รสชาติอย่างที่ชอบทำ จนกระทั่งคำสุดท้าย จึงได้รู้สึกว่าโจ๊กถ้วยนี้อร่อยมากเป็นพิเศษ

เรี่ยวแรงเริ่มกลับมาแล้ว ดังนั้นจึงดื่มน้ำแล้วนำชามไปล้างจนสะอาดเอี่ยมอ่อง แล้วมานั่งพิจารณาสถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้อีกที

เธอคิดว่าตัวเองได้ตายจากโลกเดิมแล้วแน่ ๆ ความทรงจำล่าสุดนั้นไม่อาจโกหกหลอกลวงตัวเองได้ แสงจากแรงระเบิดที่เป็นสีส้มจนเจิดจ้าแสบตานั่น อีกทั้งความเจ็บปวดชั่ววูบที่รู้สึกได้

ครอบครัวของเธอต้องเสียใจมากแน่ คิดมาถึงตรงนี้แล้วก็น้ำตาคลอ จนน้ำตาไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว เรื่องมหัศจรรย์แบบนี้พูดกับใครก็คงไม่มีใครเชื่อ หญิงสาวปล่อยให้ความโศกเศร้าและอาลัยอยู่กับตัวเธออยู่เป็นนาน แล้วจึงเริ่มตั้งสติเพื่อคิดว่าชีวิตต่อจากนี้จะทำอย่างไรต่อไป อีกทั้งจำต้องยอมรับความจริงที่ว่า

จู่ ๆ เธอก็หลุดเข้ามาในนิยายเรื่องหนึ่งที่ได้อ่านก่อนตาย

ปีนี้เป็นปี 1979 ตามความทรงจำของร่างเดิม ตอนนี้อยู่ในช่วงเปิดประเทศแล้ว และเริ่มคลายมาตรการให้คนค้าขายเสรีได้มากขึ้น ก่อนจะเริ่มมีการประกาศให้คนค้าขายได้อย่างจริงจังในเวลาต่อมา

ตั๋วคูปองถูกยกเลิกการใช้ในหลายพื้นที่ที่เจริญแล้ว รวมถึงเมืองทางตอนใต้แห่งนี้ด้วย นับว่าเป็นช่วงที่อะไร ๆ กำลังเริ่มเจริญขึ้น เข้าสู่ช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังจะพัฒนาขึ้น

สองปีที่ผ่านมามีการเปิดให้สอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่คึกคักฮือฮาอย่างมาก แต่สามีของร่างเดิมอย่างไห่มู่จิ้งนั้นไม่ต้องสอบ เพราะเจ้าตัวทำงานอยู่ที่ที่ว่าการเมืองอยู่แล้ว เขาอยู่ในแผนกการค้าระหว่างประเทศ เป็นคนมีความสามารถคนหนึ่ง เพราะเหตุนี้เองในเวลาต่อมา เขาจึงสามารถไต่เต้าไปถึงตำแหน่งนักการทูตได้ โดยอาศัยทั้งฝีมือตนเองและเส้นสายของบ้านนางเอกช่วยผลักดันเล็กน้อย

เซี่ยหรงซูถอนหายใจเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หากว่าเธอยังเป็นภรรยาของเขาอยู่แบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะไปได้ถึงตำแหน่งนักการทูตอย่างในหนังสือหรือไม่

ตอนนี้เป็นช่วงที่เธอมาเป็นภรรยาของเขาได้จะเข้าเดือนที่ 4 แล้ว เธอยังมีความขัดแย้งกับทั้งแม่สามีและลูกชายของเขา ก็ไม่รู้ว่าจะกู้สถานการณ์อย่างไรเช่นกัน ได้แต่ต้องพยายามให้เต็มที่ที่สุด ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง อย่างน้อยให้อยู่ร่วมกันได้ด้วยดีก็พอ เธอไม่อยากโดนตราหน้าว่าเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายอย่างในนิยาย และไม่อยากโดนเกลียดชังจากความร้ายกาจเหล่านั้น จะได้ไม่พบจุดจบอย่างที่บรรยายเอาไว้ในนิยาย

“เฮ้อ สู้สิ เซี่ยหรงซู เธอสู้มาตลอด เธอต้องทำได้”

หวังว่าชีวิตใหม่ในครั้งนี้จะไม่เลวร้ายจนเกินไปนัก อย่างน้อยหากเธอไม่สามารถอยู่ร่วมกับครอบครัวพระเอกได้จริง ๆ ก่อนที่จะหย่า เธอก็ควรต้องตั้งตัวให้ได้

มาลองใช้ชีวิตในยุค 70 - 80 กันหน่อยเป็นไง

ละครหลังม่าน

เซี่ยหรงซู : หล่อจัง /// มองหน้าสามี น้ำลายไหล

ไห่มู่จิ้ง : รู้สึกว่าเธอจะแปลก ๆ นะ /// หรี่ตามอง

เซี่ยหรงซู : แปลกตรงไหน ไม่มี๊ /// เช็ดน้ำลาย

ไห่มู่จิ้ง : อืม /// สังเกตสังกา

Writer's talk :

เออ สู้สิวะหญิง เราต้องสู้ แต่หนูก็ดูหิว ๆ นะ 555 น้องเจอโจทย์ยาก เอ็นดูน้องด้วยนะคะ

พระเอกของเรื่องก็พ่อพระเอกคนนี้แหละค่ะ

ช่วงแรก ๆ เขาอาจจะยังมีอคติกับน้องนิดหน่อย ค่อย ๆ ปรับไปนะ เป็นคนหล่ออ่ะ เราให้อภัย

รักมากน้า

บทที่ 2 ผู้ช่วยในโลกใหม่

เซี่ยหรงซูหลับแล้ว แต่เธอก็คิดว่าตัวเองกำลังฝันไป

ในฝันนั้นเธอเข้ามาอยู่ในห้องขนาดประมาณ 3 คูณ 3 เมตร เป็นห้องสีขาวโล่ง ๆ ที่ดูค่อนข้างล้ำสมัยไม่น้อย เพราะที่ผนังด้านหนึ่งนั้น มีหน้าจอขนาดใหญ่ กินพื้นที่ทั้งผนังส่องประกายโดดเด่นอยู่ พร้อมกับข้อความที่เขียนเอาไว้อย่างชัดเจน

‘ยินดีต้อนรับผู้ใช้ระบบหมายเลข 01589473645 โปรดศึกษาคู่มือการใช้งานอย่างละเอียดก่อนเริ่มลงมือใช้งาน และโปรดศึกษาเงื่อนไขการใช้งานอย่างระมัดระวัง’

หญิงสาวงุนงงไม่น้อย เธอมองรอบตัวแล้วหลุดยิ้มออกมา

“สงสัยจะเพ้อแฮะ เห็นนางเอกเขามีระบบเลยอยากมีบ้างอะไรงี้เหรอเนี่ย”

ทว่าแม้จะเอ่ยออกมาเช่นนี้ ตัวเธอก็ดันเดินไปยังหน้าจอนั้น แล้วกดลงไปที่ข้อความ ‘คู่มือการใช้งาน’ อยู่ดี

หน้าจอนั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นก็ขึ้นรายการให้เลือกในแบบต่าง ๆ ขึ้นมา เธอกดลงไปที่ข้อความ ‘แนะนำระบบ’ จากนั้นข้อความก็เปลี่ยนไป

‘สวัสดีท่านผู้ใช้งาน ระบบนี้เป็นระบบที่จะช่วยให้ท่านผู้ใช้งานผู้ชื่นชอบการทำอาหารนั้นทำอาหารได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเราได้รวบรวมสุดยอดวัตถุดิบจากหลาย ๆ จักรวาลเอาไว้ในที่เดียว มันมีคุณภาพที่เหนือกว่าวัตถุดิบชนิดไหน และมีรสชาติเหนือล้ำกว่าใคร ท่านจะกลายเป็นผู้รังสรรค์อาหารที่แสนอร่อยล้ำจากวัตถุดิบอันยอดเยี่ยมของเรา โดยใช้แต้มความพึงพอใจของผู้กินมาแลกเปลี่ยนได้ และหากว่าท่านทำภารกิจได้สำเร็จแล้วละก็ แต้มความดีที่ท่านได้รับ จะทำให้ท่านได้ปลดล็อกวัตถุดิบใหม่ ๆ ในจักรวาลที่ต่างออกไปได้ด้วย’

เซี่ยหรงซูขมวดคิ้วมุ่น เธอไม่เข้าใจนิดหน่อย ที่เหลือคือความงุนงงมาก ๆ อยากจะถามอะไรบางอย่าง แต่ข้อความตรงหน้าก็เปลี่ยนไปเสียก่อน

‘เพื่อเป็นการอธิบายให้ท่านผู้ใช้เข้าใจง่าย ๆ กรุณากดไปที่ฟังก์ชัน ‘คลังวัตถุดิบ’ ด้วย’

หญิงสาวยกมือกดตามด้วยความงุนงงยิ่งนัก เมื่อกดเข้าไป ก็พบว่าในคลังวัตถุดิบนั้นว่างเปล่า มันมีลักษณะเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หลายช่องเรียงกัน เท่าที่เห็นมีทั้งหมด 100 ช่อง เหมือนเป็นหน้าจอเก็บของในเกมจากช่วงเวลาที่เธอจากมาทำนองนั้น เธอก็เล่นเกมไม่เก่งเสียด้วยสิ ขณะที่กำลังสงสัยมันก็มีข้อความอธิบายตามมา

‘นี่คือคลังวัตถุดิบของผู้ใช้ เมื่อท่านผู้ใช้ปลดล็อกวัตถุดิบได้แล้ว มันจะมาอยู่ในนี้ โดยวัตถุดิบที่ปลดล็อกแล้วผู้ใช้จะสามารถใช้ได้ไม่อั้น ยกเว้นวัตถุดิบที่ผู้ใช้ใช้แต้มความพึงพอใจแลกมา วัตถุดิบนั้นจึงจะมีจำนวนจำกัดตามแต้มที่แลก สามารถเบิกจ่ายวัตถุดิบได้ 2 วิธี หนึ่ง เบิกโดยตรง หากปริมาณที่เบิกไม่เกิน 10 กิโลกรัม หรือ 10 ลิตร ก็จะไม่เป็นที่สงสัย สอง เบิกโดยผ่านตัวกลางของระบบ โดยระบบจะส่งตัวกลางที่มีพลังพรางตาและลวงตาออกไปส่งสินค้าให้ วิธีนี้จะไม่มีใครจับได้หรือสงสัย สามารถเบิกจ่ายได้ไม่จำกัดปริมาณ’

หญิงสาวมองว่านี่มันเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ ถ้าไม่ติดว่าเธอยังฝันอยู่น่ะนะ

คนงงก็ยังงงต่อไป จนระบบบอกให้เธอกดไปดูที่ ‘ภารกิจ’

‘ในหมวดภารกิจนี้จะมีภารกิจมาให้ทำ โดยรางวัลที่จะได้เมื่อทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว คือ แต้มความพึงพอใจของผู้กินอาหาร กับ แต้มความดี แต้มความพึงพอใจสามารถเอาไปซื้อหาสินค้าในคลังจักรวาลได้ แต้มความดีเมื่อสะสมมาถึงจำนวนหนึ่ง จะสามารถปลดล็อกวัตถุดิบเอามาใช้ได้ไม่อั้นหนึ่งชนิด ตามตัวเลือกที่ระบบเสนอไปให้แบบสุ่ม หรือหากสะสมไปได้จำนวนหนึ่งแล้ว อยากจะปลดล็อกเองในภายหลังก็ย่อมได้ โดยวัตถุดิบแต่ละชนิดจะมีค่าความดีบอกอยู่ว่าจะใช้แต้มปลดล็อกจำนวนเท่าไร สามารถหาวัตถุดิบทุกชนิดได้ที่ตลาดคลังวัตถุดิบ ขอให้ผู้ใช้กดเลือกภารกิจแรกขึ้นมาอ่านทำความเข้าใจ’

แสงกะพริบวิบวับขึ้นที่คำว่า ‘ภารกิจที่ 01’

เธอก็กดเข้าไปดู แล้วก็คิดในใจว่าช่างฝันอะไรเป็นตุเป็นตะดีเหลือเกิน

‘ภารกิจที่ 01 ทำอาหารจานแรกเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ทำอาหารชนิดไหนก็ได้ ให้ได้รับความพึงพอใจรวมกันที่ 10 แต้ม รางวัลภารกิจ ค่าความดี 10 แต้ม ค่าความพึงพอใจ 10 แต้ม (บวกเพิ่มจากที่ได้มาในภารกิจ) ปลดล็อกวัตถุดิบแรก แป้งสาลี’

หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ เอียงคอมองหน้าจอที่ฉายขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ

“ทำอาหารน่ะสบายมาก แต่ทำแล้วก็จะได้ของมาไม่อั้นนี่มันไม่โกงไปหรือเนี่ย” หากเป็นเรื่องจริงก็เจ๋งไปเลยนะ

‘เงื่อนไขการใช้งานของระบบนั้นมีดังนี้ การมีอยู่ของระบบเป็นความลับสูงสุด ห้ามเผยแพร่เรื่องราวของระบบออกไปสู่ภายนอกโดยเจตนาหรือโดยไม่เจตนาเป็นอันขาด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ใช้จงใจละเมิดเงื่อนไข และระบบจะต้องตัดการเชื่อมต่อกับผู้ใช้ถาวร กรณีนี้จะทำให้ผู้ใช้ได้รับความเสียหายทางวิญญาณอย่างมาก จนทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ถึงชีวิตได้’

“โห ถึงตายเลยแฮะ แล้วฉันจะตื่นจากฝันได้หรือยังเนี่ย” ดวงตาของเธอเบิกกว้าง แต่ในใจก็ยังคงมีความขบขันอยู่ไม่คลาย

‘ท่านสามารถคิดว่าออกจากระบบ ก็จะออกจากที่นี่ได้ และหากท่านคิดว่าเข้าระบบ ก็จะเข้ามาที่นี่ได้ และสิ่งสุดท้ายที่ท่านผู้ใช้ควรรู้ก็คือ…’ เจ้าระบบเปิดข้อความนิ่ง ๆ อยู่พักหนึ่งก่อนที่ข้อความจะเปลี่ยนไปจนทำให้ดวงตาสวยเบิกกว้าง

‘ระบบมีตัวตนจริง ๆ ไม่ใช่ความฝันของผู้ใช้แน่นอน’

เฮือก!!!

เซี่ยหรงซูสะดุ้งตื่นขึ้นมาในทันที พร้อมกับเหงื่อเย็น ๆ ที่ไหลเต็มหน้าผาก เธอมองออกไปรอบ ๆ ก็พบว่าตอนนี้คงเป็นเวลาดึกดื่นมากแล้ว เพราะรอบตัวมีแต่ความมืดและความเงียบ

ต้องขอบคุณสามีของร่างเดิมที่เป็นเจ้าหน้าที่ที่ว่าการเมือง ทำให้สามารถเปิดห้องแยกออกมาได้ ไม่อย่างนั้นเธอก็คงต้องไปนอนที่ห้องรวม และคงปราศจากความสงบโดยสิ้นเชิง

พอนึกถึงว่าชีวิตเดิมที่โสดมานานของตัวเอง พอมาอยู่ที่นี่ก็ดันมีสามีแล้วเสียอย่างนั้น ก็พาให้ไม่ชินอย่างมาก ไหนจะลูกเลี้ยงวัย 5 ขวบที่รออยู่ด้วยอีก

แต่พอนึกไปถึงสาเหตุที่ทำให้ร่างเดิมมีกิริยาและการกระทำผิด ๆ แบบนี้เธอก็อดสะท้อนใจไม่ได้

จากในความทรงจำบ้านเดิมของร่างนี้อยู่ในชนบทเต็มขั้น เป็นเกษตรกรเต็มตัวที่ทำงานเก็บแต้มในคอมมูนเพื่อแลกกับอาหาร ดังนั้นจึงมีฐานะยากจนมาก ทว่ายากจนแต่มีน้ำใจก็แล้วไป แต่ยากจนแล้วยังเห็นแก่ตัวด้วยก็น่าเหนื่อยใจ จากความทรงจำเดิมที่เห็น ร่างเดิมนั้นไม่ได้รับการสนับสนุนการศึกษาจากทางบ้าน เธอเรียนจบเพียงชั้นประถมเท่านั้น ก็ต้องออกมาช่วยที่บ้านทำนาแล้ว

พ่อแม่และครอบครัวเธอก็เห็นลูกชายดีกว่าลูกสาว ให้ความสำคัญกับพี่ชายใหญ่และพี่ชายรองมากกว่าเธอ ตามใจพวกเขาจนเสียคน ในขณะที่ใช้เธอทำงานเยี่ยงทาส หากร่างเดิมยอมบ่อย ๆ ก็จะทำให้พวกเขาใช้งานเธอจนเหนื่อยตายไปก่อนก็ได้ ดังนั้นร่างเดิมจึงฝึกตัวเองให้มีนิสัยแข็งกร้าวอยู่เป็นนิตย์ ไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบได้ง่าย ๆ ปากร้ายและก้าวร้าว แม้จะโดนคนบ้านเดิมใช้กำลังทำร้ายบ่อยครั้ง แต่เธอก็ไม่ยินยอมง่าย ๆ สู้กลับบ่อย ๆ จนมันติดมาเป็นนิสัย

จุดพลิกผันที่ทำให้เธอต้องหนีจากบ้านเดิมมาก็คือพี่ชายรองของเธอที่โดนตามใจจนเสียคนคนนั้น ที่วัน ๆ ดันไม่ทำงาน แถมยังไปเล่นพนันจนเป็นหนี้ สุดท้ายก็กลับมาที่บ้านแล้วบอกความคิดแสนบรรเจิดให้พ่อกับแม่ ว่าให้เธอแต่งงานออกไปเสีย จะได้เอาสินสอดไปใช้หนี้

มันคงจะไม่มีปัญหาอะไรมากมายหากว่าคนที่ร่างนี้จะไปแต่งงานด้วยจะไม่ใช่ชายแก่บ้ากามที่ร่ำรวย แถมยังมีข่าวลือว่าเป็นพวกวิตถาร มีรสนิยมทางเพศที่รุนแรงและทารุณ คนพื้นที่ต่างรู้ว่าเขามีเส้นสายกับเจ้าหน้าที่ในเมืองดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าหือ

คนชนบทที่ไม่รู้อะไรต่างก็กลัวกันมาก ร่างเดิมเองก็เช่นกัน เธอไม่รู้กฎหมายและความรู้น้อย ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจในคืนหนึ่งที่จะหนีออกมา ไปตายเอาดาบหน้า โดยแอบขโมยทะเบียนบ้านออกมาแล้วหนีไป เพราะคิดว่าหากไม่มีทะเบียนบ้าน การใช้ชีวิตอาจจะลำบากได้

“เออ ก็นับว่ายังมีสติน่ะนะ” เซี่ยหรงซูทบทวนความทรงจำมาถึงตรงนี้ก็ต้องชื่นชมร่างเดิมเสียหน่อย

เมื่อหนีมาได้แล้วก็เข้ามาในตัวเมืองที่ไกลออกไปอีกเมืองหนึ่ง เธอพยายามดิ้นรนหางานทำ แน่นอนว่าก็ต้องเจอคนหลากหลายรูปแบบ โดนมาหมดทั้งโดนหลอกโดนโกง ไม่รู้เพราะโชคหรืออะไร ทำให้ร่างนี้มาจบลงที่งานคนดูแลบ้านพักสวัสดิการ หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็นโรงแรมของรัฐนั่นแหละ มีเอาไว้ให้พวกข้าราชการจากต่างเมืองมาเข้าพัก ที่นั่นเองที่ทำให้เธอได้เจอกับไห่มู่จิ้ง

แรกสุดคือถูกใจในรูปลักษณ์ต่อมาก็ประทับใจในความสุภาพ สุขุมของเขา จนในที่สุดก็วางแผนร้ายในการจับผู้ชายคนนี้แบบผิด ๆ ส่งผลให้เธอโดนรังเกียจตั้งแต่ตอนนั้น

แต่ไห่มู่จิ้งก็ยังดีที่คิดจะจดทะเบียนกับเธออย่างเป็นเรื่องเป็นราว แม้จะไม่มีงานแต่งที่สวยหรูงดงาม แต่ก็คือว่าเธอได้กลายเป็นคนเมืองไปแล้ว ยกระดับฐานะของตัวเอง หนีจากบ้านเดิมได้อย่างเต็มตัว

ทว่าด้วยนิสัยของความปากร้ายแข็งกร้าว ไม่ยอมคน และก้าวร้าวที่มีมาแล้วแต่เดิม ทำให้เมื่อเธอมาเจอกับแม่สามีที่ไม่ชอบหน้า แล้วเหน็บแนมเธอทุกคำ ก็อดไม่ได้ที่จะโต้เถียงออกไป กลายเป็นการสร้างความไม่สงบให้บ้านสามี และพลอยทำให้เด็กน้อยไม่ชอบหน้าเธอไปด้วย ไหนจะสามีที่ยิ่งหมางเมินเธอมากขึ้นไปอีก ทุกอย่างประดังประเดจนสุดท้ายก็กลายเป็นเหตุการณ์จับชู้ จนเธอตกทะเลแล้วมานอนอยู่ที่นี่

เซี่ยหรงซูถึงกับกุมขมับ

“เฮ้อ อันไหนถูกก็ว่าไปตามถูก อันไหนผิดก็ว่าไปตามผิดนะ” เธอเห็นใจที่ร่างเดิมมีปูมหลังครอบครัวไม่ดี แถมยังมีการใช้ความรุนแรงด้วย แต่ความประพฤติหลายอย่างของร่างเดิมก็สุดโต่งเกินไปจริง ๆ ดังนั้นเธอจะไม่เข้าข้าง

หลังจากนี้เธอจะปรับปรุงตัว จนกว่าจะมีทางเดินของตัวเอง

“หรือจะขอหย่าแล้วขอเงินมาสักก้อนดี ไม่ได้ ๆ ด้วยความผิดตอนนี้ที่ทำ แม่สามีต้องไม่ยอมให้เงินสักแดงแน่ ๆ แถมยังเอาผิดเราได้ด้วย”

ด้วยนิสัยของแม่สามีจากความทรงจำของร่างเดิม พบว่านางเป็นคนเมืองที่เป็นคนมีการศึกษาคนหนึ่ง มีอคติต่อร่างเดิมสูงมากและรังเกียจกันอย่างชัดเจน หากหลังจากนี้กลับไปเอ่ยปากขอหย่านอกจากเงินจะไม่ได้แล้วแม่สามีนั่นแหละ อาจจะเรียกตำรวจมาจับเธอไปข้อหาพยายามทำร้ายหลิงเอินเหยาก็ได้

ต้องยึดแผนหน้าด้านแผนเดิม คือหน้าด้านอยู่ เปลี่ยนตัวเอง อยู่ด้วยกันได้ก็ดีไป อยู่ด้วยกันไม่ได้ พออารมณ์ทุกคนเย็นลงแล้ว ก็ค่อย ๆ เจรจากันให้เธอออกมาอย่างสงบสุข ไม่จองเวรกันจะดีกว่า

ลึก ๆ ในใจเธอรู้ดีว่าคนบ้านไห่ไม่ใช่คนใจร้ายใจดำ แต่เพราะพฤติกรรมเดิมของร่างนี้เกินทนไปหน่อย จะให้เขามามัวตามใจเธอหรือทำดีกับเธอมันก็ไม่ใช่ คนเราถ้าอยากจะให้คนอื่นเขาดีด้วย ก็ต้องหัดทำดีให้คนเขาอยากทำกลับบ้าง เป็นหลักการสากล ถึงแม้จะมีไม่น้อยที่ทำดีแล้วไม่ได้ความดีกลับมา อย่างบ้านเดิมของร่างนี้ แต่อย่างน้อยเราก็ยังถอยออกมาได้ในวันที่โลกโหดร้ายกับเราอย่างที่ร่างเดิมทำ

“เฮ้อ สงสัยเพราะเครียดเลยเอาไปฝันเป็นตุเป็นตะ เข้าระบบอะไร…กัน”

หญิงสาวกุมขมับอยู่พักหนึ่งแล้วบ่นออกมา แต่พอพูดประโยคสุดท้าย กลับพบว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในห้องที่นึกว่าฝันเห็นอีกครั้ง จนตอนนี้เธออ้าปากค้างไปแล้ว

“มะ ไม่ใช่ฝันหรอกเหรอ” เพราะเธอกำลังนั่งอยู่ชัด ๆ จะบอกว่าฝันก็เกินไปแล้ว

‘ไม่ใช่ความฝันอย่างแน่นอน คำเตือน อย่าลืมอ่านเงื่อนไขของระบบให้ดี และอย่าลืมอ่านคู่มือของระบบให้ดีล่ะ’

ข้อความที่ผนังผุดขึ้นมาอีกครั้ง ตอนนี้เองที่หญิงสาวยกมือขึ้นมาหยิกตัวเองไปหนึ่งที เมื่อพบว่ามันเจ็บจริง ก็พบแล้วว่าทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ความฝัน

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือดีใจมาก ๆ เธอคิดว่าสิ่งที่เธอมีไม่ควรทำให้เธอลำบาก อีกทั้งจากที่ได้อ่านมาคร่าว ๆ ก่อนหน้านั้นก็พบว่าระบบนี้ค่อนข้างสะดวก แต่เพื่อความรอบคอบ สมควรต้องศึกษาอย่างละเอียดอย่างที่ระบบว่าจริง ๆ นั่นแหละ

เซี่ยหรงซูจึงใช้เวลาตรงนี้ศึกษาระบบอย่างจริงจัง

ระบบนี้เป็นระบบวัตถุดิบไม่จำกัด หรือจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือทำความดีแลกวัตถุดิบนั่นแหละ เรื่องแต้มได้อธิบายไปแล้ว ส่วนเรื่องที่เธอรู้เพิ่มเติมก็คือ ช่องเก็บวัตถุดิบนั้น จะไม่สามารถเก็บวัตถุจากภายนอกระบบได้ เว้นแต่วัตถุดิบนั้นจะมาจากระบบเอง กล่าวคือ สมมุติว่าเธอเอาแป้งออกไปจากระบบ 2 กิโลกรัม ใช้ไป 1 กิโลกรัม แป้งที่เหลือเธอจะเก็บกลับมาก็ย่อมได้ แต่หากเธอไปซื้อเนื้อหมูข้างนอก ต้องการจะเก็บมันเข้าระบบ จะไม่สามารถทำได้

“ก็เหมือนจะสะดวกดีแต่ก็ไม่สุดแฮะ” พอบ่นแบบนี้ก็มีข้อความจากระบบโผล่ขึ้นมาที่หน้าจอ บอกว่า

‘ระบบคลังเชื่อมต่อ จะปลดล็อกให้ใช้จากการเก็บแต้มความดีในเลเวล 10 กรุณาขยันเพื่อผลลัพธ์ที่น่ารื่นรมย์’

“จ้า ๆ รู้แล้วจ้า” เมื่อได้เห็นข้อความแบบนั้นเธอก็อดโต้ตอบด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อยไม่ได้

หญิงสาวมองไปยังมุมบนขวาของหน้าจอขนาดยักษ์ ตรงนั้นมีหลอดบางอย่างอยู่ และมีตัวเลขกับชื่อของแต้มนั้นระบุเอาไว้ โดยสีแดงคือแต้มความดี บอกว่าเธอมีเลเวล 0 แต้มความดี 0/100 แต้ม และด้านล่างเป็นแต้มความพึงพอใจ ซึ่งไม่ได้มีระบุเป็นหลอด แต่เป็นตัวเลขเลย ซึ่งตอนนี้มันอยู่ที่ 0

หากจะสรุปง่าย ๆ เลยก็คือ แต้มความพึงพอใจนั้นจะทำให้สามารถซื้อวัตถุดิบมาจำนวนหนึ่งจากร้านค้าจักรวาลของระบบได้ ซึ่งเป็นการซื้อแล้วหมดไป ในขณะที่การสะสมแต้มความดีแล้วปลดล็อกระดับไปเรื่อย ๆ นั้น จะทำให้สามารถสุ่มเลือกเครื่องปรุงที่จะเอามาใช้ได้อย่างไม่จำกัดได้

พอพูดถึงร้านค้าของระบบแล้ว เธอก็อยากจะรู้นักว่ามันจะเจ๋งขนาดไหน ดังนั้นจึงกดเข้าไปที่รูปร้านค้าที่เป็นบ้านหลังเล็ก ๆ มีกันสาดตรงมุมหนึ่งของหน้าจอทางด้านซ้าย

เมื่อกดเข้ามาเอฟเฟกต์ของร้านค้าก็จุดขึ้นเป็นพลุสีสันสวยงาม พร้อมกับมีข้อความขึ้นมาว่า

‘ยินดีต้อนรับท่านผู้ใช้ระบบหน้าใหม่ ทางร้านค้าของเราขอมอบส่วนลดแรกเข้าให้กับท่านเป็นของขวัญเพื่อประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในการซื้อหาสินค้าสุดแสนวิเศษ โปรดกดรับ คูปองส่วนลด 50% จำนวน 3 ใบ ไม่มีวันหมดอายุ ใช้ได้กับทุกร้านค้าในแพลตฟอร์ม ขอให้ท่านเพลิดเพลินในการจับจ่าย’

เธอกดรับคูปองมาอย่างงุนงง แล้วพบว่าคูปองนั้นเข้าไปอยู่ในช่องคลังสินค้าที่เป็นช่องส่วนตัวของเธอในร้านค้าที่มีเพียง 10 ช่องเท่านั้น เท่ากับว่าตอนนี้ช่องเก็บของเหลือเพียง 9 ช่อง

หลังจากนั้นหญิงสาวก็เข้าไปดูวัตถุดิบต่าง ๆ ที่มีให้ แล้วมุมปากของเธอก็กระตุก

“อะไรคือหมูคุโรบูตุ๊ต๊ะ” นี่มันหมูสายพันธุ์ไหนเนี่ย

เธอกดเข้าไปอ่านคำบรรยายสินค้าด้านล่างแล้วก็ต้องพบความประหลาดใจ

‘หมูคุโรบูตุ๊ต๊ะ หมูที่เลี้ยงด้วยเสียงเพลงแห่งดินแดนอาทิตย์อัสดงของดวงดาวเจปุนนิโน่ ทำให้หมูมีอารมณ์ดีมากเป็นพิเศษ ดื่มน้ำที่ไหลจากเทือกเขา
มุซันสึกิเป็นน้ำที่มีรสชาติหวานหอมละมุนลิ้น เต็มเปี่ยมไปด้วยแร่ธาตุจากธรรมชาติ หมูของเราต้องเดินเล่นวันละ 2 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อเสริมสร้างความอารมณ์ดีและความแข็งแรงของหมู ในทุกวันเกษตรกรจะป้อนขนมที่ทำมาจากใจของผู้เลี้ยง หมูจะซาบซึ้งในความรัก ทำให้เนื้อเหนียวนุ่มและมีไขมันแทรกอย่างงดงาม อาหารที่กินคือผักจากที่ราบสูงอิระอิระ เป็นผักปลอดสารพิษที่ปลูกด้วยดินออร์แกนิกที่ทับถมมาจากซากดึกดำบรรพ์กว่าล้านปี ทำให้เนื้อหมูของเราหอมและไร้กลิ่นคาว รับรองว่าอร่อยทุกส่วนสัด อร่อยตั้งแต่หัวจรดเท้า’

“…” เซี่ยหรงซูกดปิดหน้าร้านค้าอย่างรวดเร็ว แล้วพูดว่า

“ออกระบบ”

เธอขอออกไปตั้งหลักก่อนแล้วกัน

ละครหลังม่าน

ระบบ : อ้าว ทำไมอะ /// ทำหน้างง

เซี่ยหรงซู : มันจะไม่น่าเชื่อถือเกินไปแล้วโว้ย /// โวยวาย

ระบบ : ไม่นะ นี่เป็นระบบจักรวาลที่มีความเสถียรสูงสุด /// มั่นใจมาก

เซี่ยหรงซู : งั้นผักกะหล่ำในระบบมีชื่อเรียกว่าอะไร /// กอดอกถาม

ระบบ : ก็…กะหล่ำปัมปั่มปั๊มไง /// ดูรายชื่อในระบบแล้วตอบ

เซี่ยหรงซู : ฉันจะวูบ

Writer's talk :

หื้อออออ ระบบของไรต์ดีจะตาย อย่ามาบู้บี้ระบบของไรต์น้า

ชื่อน่ากินออก เนาะ ๆ

เนี่ยไรต์คิดที่มาของวัตถุดิบนานมากเลยนะคะ /// สีหน้ากลัดกลุ้ม

บอกแล้วว่านิยายสมองไหล ดังนั้นมาสมองไหลไปด้วยกันนะคะ อิอิ

รักน้า

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...