โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

การยาสูบฯ เผย 7 ปีรายได้ลดต่อเนื่อง เหตุปรับโครงสร้างภาษี บุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้า ทะลัก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 21 ธ.ค. 2566 เวลา 09.04 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2566 เวลา 09.02 น.

การยาสูบฯ เผยผลดำเนินงาน 7 ปี แย่ลงต่อเนื่อง ปี66 กำไรเหลือ 216 ล้าน เหตุจากโครงสร้างภาษีบุหรี่ปี’ 67 ลุยปรับโมเดลธุรกิจ เน้นส่งออก ทำการตลาดใหม่ชิงตลาดคืน

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่การยาสูบแห่งประเทศไทย นายภูมิจิตต์ พงษ์พันธุ์งาม ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ธุรกิจยาสูบในประเทศนับตั้งแต่มีการปรับโครงสร้างภาษี เมื่อปี 2560-2566 พบว่า ได้ทำให้การยาสูบได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมียอดขายลดลงจาก 2.8 หมื่นล้านมวนในปี 2560 เหลือ 1.4 หมื่นล้านมวนในปี 2566 ขณะที่กำไรต่อซองลดจากเมื่อปี 2560 ที่ 6.49 บาทต่อซอง เหลือ 0.18-0.30 สตางค์ในปี 2565-2566 และมีผลกำไรลดจากเมื่อปี 2560 ที่ 9,343 ล้านบาทต่อปี ล่าสุดปี 2566 เหลือเพียง 219 ล้านบาทต่อปี

นายภูมิจิตต์ กล่าวว่า ทั้งสาเหตุมาจากการปรับขึ้นภาษีบุหรี่ทำให้ราคาบุหรี่ในประเทศที่ถูกกฎหมายแพงขึ้น ส่งผลให้มีบุหรี่เถื่อนลักลอบเข้ามาแย่งตลาด เพราะราคาถูกกว่าขายเพียงซอง 20-30 บาท ต่ำกว่าบุหรี่ทั่วไปที่ราคาซองละ 65-70 บาท อีกทั้งคนรุ่นใหม่ยังหันไปซื้อบุหรี่ไฟฟ้า วัดได้จากบุหรี่ไฟฟ้าทั่วโลกเติบโตขึ้น 6.4% ต่อปี และที่สำคัญกลุ่มคนมีรายได้น้อยหันไปสูบยาเส้นทดแทน เห็นได้จากยอดขายยาเส้นมวนเองเติบโตกว่า 1 เท่าตัว จาก 1.2 หมื่นล้านมวนต่อปี เป็น 2.8 หมื่นล้านมวนต่อปี แซงหน้ายอดขายบุหรี่ที่ขายที่ 2.68 หมื่นล้านมวนไปแล้ว หลังจากวงการยาเส้นมีการพัฒนาเครื่องมวนยาเส้นและใส่ก้นกรองได้เอง ทำให้โดยรวมราคาถูกกว่าบุหรี่ 3 เท่าตัว รวมทั้งรัฐบาลมีการตั้งภาษียาเส้นต่ำกว่าบุหรี่หลายเท่าตัวด้วย

“ปัญหาบุหรี่เถื่อน บุหรี่ผิดกฎหมาย เป็นปัญหาระดับประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่มีปริมาณการสูบบุหรี่เถื่อนมากกว่า 70% ของการสูบบุหรี่ทั้งหมดในจังหวัดภาคใต้ จากการวิเคราะห์บุหรี่ผิดกฎหมายในภาคใต้ ด้วยข้อมูลการจัดเก็บภาษีบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ ภาษี อบจ.ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 – 2566 โดยสำนักป้องกันบุหรี่ผิดกฎหมาย การยาสูบแห่งประเทศไทย พบว่ารายได้จากการเก็บภาษี อบจ.ทั้งบุหรี่ไทยและบุหรี่ต่างประเทศ ใน 14 จังหวัดภาคใต้ มี 670 ล้านบาท คิดเป็น 7.9 % ของรายได้จากการเก็บภาษี อบจ. ทั้งประเทศ เมื่อแยกเป็นรายปี พบว่าแนวโน้มการจัดเก็บภาษีบุหรี่ อบจ. ลดลงทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้” นายภูมิจิตต์ กล่าว

นายภูมิจิตต์ กล่าวว่า ดังนั้นแนวทางต่อไป การยาสูบฯเตรียมเสนอรัฐบาล และกรมสรรพสามิตพิจารณาการปรับโครงสร้างยาสูบครั้งใหญ่ โดยว่าจ้างนักวิชาการ ศึกษาการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ให้เป็นธรรม จากปัจจุบันที่มีการเก็บภาษีด้านปริมาณ และมูลค่าอีก 25-42% โดยจะได้ข้อสรุปใน 2 เดือนนี้ รวมถึงการพิจารณาแก้กฎหมาย พ.ร.บ.ยาสูบ เช่น รับจ้างผลิตบุหรี่เพื่อจำหน่ายในประเทศได้ หลังจากโรงงานยาสูบในปัจจุบัน มีกำลังการผลิตเหลือส่วนเกินเหลือจำนวนมาก

นายภูมิจิตต์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน การยาสูบฯ ได้ปรับโครงสร้างโมเดลธุรกิจ โดยหันพึ่งพารายได้จากการส่งออกบุหรี่มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดเมียนมา และกัมพูชา ที่บุหรี่ไทยได้รับความนิยมสูงอยู่ รวมถึงปรับแผนตลาดใหม่ เช่น การออกบุหรี่ยี่ห้อใหม่ การลดราคาบุหรี่รุ่นเดิมเพื่อช่วงชิงตลาดกลับคืน หลังจากที่ผ่านมาการยาสูบฯ สูญเสียส่วนแบ่งตลาดจากเคยสูง 79% เหลือเพียง 52% นอกจากนี้ จะเพิ่มรายได้จากการบริหารทรัพย์สิน เช่น การเปิดเช่าระยะยาวที่ดินที่มีกว่า 4,000 ไร่ รวมถึงการแยกให้โรงพิมพ์ และโรงพยาบาล บริหารจัดการหารายได้เลี้ยงตัวเองได้ ส่วนแนวทางการรับซื้อใบยาสูบจากชาวไร่ ยสท. ยังมีความยินดีที่จะรับซื้อช่วยเหลือชาวไร่อย่างต่อเนื่อง โดยมีโควตาการรับซื้อใบยาเวอร์ยิเนีย 4.73 ล้านกิโลกรัม ใบยาเบอร์เลย์ 7.1 ล้านกิโลกรัม และใบยาเตอร์กิซ 2 ล้านกิโลกรัม ขณะเดียวกันเสนอ สรรพสามิตในการขอเงินชดเชยจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นช่วยชาวไร่ 89 ล้านบาท

“เกษตรกรชาวไร่ยาสูบในสังกัดทั่วประเทศ คือครอบครัว ยสท. ที่มีความผูกพันกันอย่างยาวนาน เมื่อเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบต่างๆ เราก็พร้อมที่จะดูแลช่วยเหลือโดยไม่ทอดทิ้งอย่างแน่นอน และ ยสท. พร้อมเปิดรับขึ้นทะเบียนชาวไร่ยาสูบในสังกัดเพิ่มเติม เพื่อมาเป็นครอบครัวเดียวกัน เดินหน้าสืบสานภารกิจต้นน้ำของอุตสาหกรรมยาสูบให้มีความมั่นคงยั่งยืนสืบไป”นายภูมิจิตต์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...