CRC-CPN ราคาดิ่งหนัก! ผวาอาจเพิ่มทุนก้อนใหญ่ซื้อห้างอังกฤษ โบรกฯชี้ “เลี่ยงลงทุน” จนกว่าจะชัดเจน
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นในกลุ่มเครือเซ็นทรัลอย่างบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ในวันนี้ (4 ม.ค.67) ปรับตัวลดลง
โดนแรงขายจากความกังวลที่มีโอกาสเป็นไปได้ว่าทั้งสองบริษัทอาจจะต้องช่วยใส่เงินลงทุนร่วมกับบริษัทแม่ ในแผนการลงทุน ซื้อ Selfridges ห้างยักษ์อังกฤษ หลังจากที่พันธมิตรรายเดิมจากประเทศออสเตรเลียประกาศยื่นล้มลาย
ทั้งนี้จากกระแสข่าวว่า “เครือเซ็นทรัล” ส่ออาการระส่ำ! จากแผนลงทุนซื้อ Selfridges ห้างยักษ์อังกฤษ มูลค่ากว่า 180,000ล้านบาท ทำท่างบลงทุนบานปลาย หลัง “ซิกน่า” พันธมิตรจากออสเตรเลีย ยื่นล้มละลายนั้น
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองเป็นปัจจัย overhang ของทั้งตัว CRC และ CPN แต่ให้น้ำหนักกับตัว CRC มากกว่าเพราะธุรกิจใกล้เคียงกัน และตอนซื้อ Selfidges รอบแรก Central Group เคยจะใช้ CRC เข้าไปซื้อ
อย่างไรก็ตามสมมติฐานหากใช้ CRC เข้าซื้อ และใช้เม็ดเงินเท่ากับรอบแรก คือ 9 หมื่นล้านบาท และกู้จนเต็ม Debt Covenant Ratio ที่ 2% จะทำให้กู้เพิ่มได้อีกเพียง 6 หมื่นล้านบาท และขาดอีก 3 หมื่นล้านบาท
ดังนั้น มองว่าดีลนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ 2 รูปแบบ คือ 1. เพิ่มทุน 2. ไม่เพิ่มทุนแต่ใช้การช่วยเหลือกันภายในกรุ๊ป โดยแนะนำ “หลีกเลี่ยงการลงทุน” จนกว่าจะมีความชัดเจน และเปลี่ยนตัวไปซื้อ CPALL, CPAXT, BJC ที่ได้ประโยชน์จากมารตรการ Easy E- Receive และราคาหุ้นยังต่ำกว่าช่วงที่ SET INDEX ทำจุดต่ำสุดตอน COVID-19
[ก่อนหน้านี้ CRC เคยปฎิเสธจะไม่ร่วมลงทุน]
ขณะเดียวกันหากย้อนกลับไปเมื่อเดือนม.ค.65 CRC ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่อง การไม่เข้าลงทุนใน Selfridges Groupโดยคณะกรรมการของบริษักมีมติไม่เข้าลงทุนไม่ว่าจะบางส่วนหรือทั้งหมดใน Selfridges Group ตามข้อตกลงในสัญญาซื้อกิจการ แทนบริษัท ห้างเซ็นทรัล ดีพาทเมนท์สโตร์ จำกัด ("HCDS") ภายใต้ Flagship Undertaking Letter โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ภายใต้ Flagship Undertaking Letter บริษัทฯ มีสิทธิเข้าลงทุนในธุรกิจห้างสรรพสินค้าที่ไม่รวมส่วนของอสังหาริมทรัพย์ (ลงทุนใน Operating Companies) ใน Selfridges Groupบางส่วนหรือทั้งหมด ได้ก่อนวันที่การเข้าลงทุนภายใต้สัญญาซื้อกิจการ Selfridges Groupดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์ (Closing Date) หรือเข้าลงทุนในธุรกิจห้างสรรพสินค้าใน Operating Companies ใน Selfridges Group ทั้งหมดต่อจาก HCDS ได้ภายใน 90 วันนับจากวันที่ HCDS เข้าลงทุนเสร็จสมบูณ์ ในราคาตามที่ตกลงกันใน Flagship Undertaking Letter
ดังนั้นที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทซึ่งประกอบด้วยเฉพาะกรรมการที่ไม่มีส่วนได้เสีย และกรรมการอิสระที่ไม่มีส่วนได้เสียเข้าร่วมประชุมครบทุกท่าน และที่ประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวก่อนมีการประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้พิจารณาโอกาสในการเข้าลงทุนในธุรกิจห้างสรรพสินค้าใน Operating Companies ใน Selfridges Group ตามที่ได้รับการเสนอจาก HCDS และความเหมาะสมทางด้านธุรกิจของบริษัทฯ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหาก HCDS เป็นผู้เข้าประกอบธุรกิจห้างสรรพสินค้าดังกล่าว
โดยพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างรอบคอบ ซึ่งรวมถึงกลยุทธ์และแผนการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน นโยบายโครงสร้างทางการเงินของบริษัทฯ ความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงมูลค่าเงินลงทุนและเงื่อนไขต่าง ๆ ในสัญญาซื้อกิจการ
ในการนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติที่สอดคล้องกับมติที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบว่า จากข้อมูลและการวิเคราะห์ที่ได้รับ บริษัทฯ จะไม่เข้าลงทุนในธุรกิจห้างสรรพสินค้า Selfridges Group ตามที่ได้รับการเสนอจาก HCDS รวมไปถึงไม่เข้าลงทุนภายใน 90 วันนับจากวันที่ HCDS เข้าลงทุนในธุรกิจห้างสรรพสินค้าดังกล่าวด้วย
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังมีความเห็นว่า การลงทุนโดย HCDS จะช่วยให้บริษัทฯ ในฐานะกลุ่มธุรกิจในเครือเซ็นทรัล (Central Group) อาจใช้ความสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจของ HCDS เช่น ความสัมพันธ์กับแบรนด์คู่ค้าระดับโลก เพื่อประโยชน์ต่อธุรกิจของบริษัทฯ ได้