โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยาต้านไวรัส ‘แพกซ์โลวิด’ ใครมีสิทธิได้ ต่างจาก ‘โมลนูพิราเวียร์’ อย่างไร

The Bangkok Insight

อัพเดต 14 เม.ย. 2565 เวลา 07.12 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2565 เวลา 07.12 น. • The Bangkok Insight

ผู้ป่วยโควิดต้องรู้ ข้อบ่งใช้ยาแพกซ์โลวิด สำหรับผู้ป่วยกลุ่มไหน ต่างจากยาโมลนูพิราเวียร์ อย่างไร อ่านรายละเอียดที่นี่

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า กรมการแพทย์ได้ร่วมกับบริษัท ไฟเซอร์ฯ ลงนามสัญญา จัดซื้อ ยาแพกซ์โลวิด 5 หมื่นคอร์สการรักษา หรือรักษาในผู้ป่วย 5 หมื่นคน พร้อมให้องค์การเภสัชกรรมจัดเก็บและกระจายยา รองรับสถานการณ์ช่วงหลังสงกรานต์ที่อาจมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น

ยาแพกซ์โลวิด

ทั้งนี้ หลังจากรับมอบเสร็จ และจะกระจายส่งตาม รพ.ใหญ่ ๆ แต่ให้ทางผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เป็นผู้พิจารณาตามเขตเอง ซึ่งหลักการไม่ได้ให้ทุกคน อยู่ที่การพิจารณาของแพทย์ ซึ่งยาตัวนี้จะให้เฉพาะกลุ่มที่มีอาการเล็กน้อย หรือเริ่มมีอาการถึงปานกลาง

สำหรับยาดังกล่าว เป็นยาต้านไวรัสชนิดเม็ด ออกฤทธิ์โดยยับยั้งเอนไซม์โปรตีเอส (protease) ทำให้เชื้อไวรัสโควิดไม่สามารถสร้างโปรตีนที่จำเป็นต้องใช้ในการเพิ่มจำนวนได้

สารสำคัญในยา ประกอบด้วย ยา Nirmatrelvir (150 มก.) จำนวน 2 เม็ด และยา Ritonavir (100 มก.) จำนวน 1 เม็ด รับประทานวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน (ใช้ Nirmatrelvir 20 เม็ด และ Ritonavir 10 เม็ด/คน

ข้อควรระวังคือการใช้งานในสตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร ผู้ที่ใช้ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม ผู้ที่การทำงานของตับหรือไตบกพร่อง รวมถึงผู้ที่ใช้ยาบางชนิด

ด้านพญ.เปี่ยมลาภ แสงสายัณห์ หัวหน้ากลุ่มงานอายุรศาสตร์ปอด สถาบันโรคทรวงอก เปิดเผยว่า ยาดังกล่าวจะใช้ในคนไข้ที่มีโรคร่วม และร่วมกับมีประวัติการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดไม่ครบ 3 เข็ม

เนื่องจากหลักการเมื่อได้รับวัคซีนแล้วจะไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันป้องกันโควิด ทำให้การติดเชื้อต่ำลง ซึ่งหากไม่ได้รับครบ 3 เข็ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่รับวัคซีนไม่ครบจะเสี่ยง และควรได้รับยาตัวนี้ตามข้อบ่งชี้ แต่หากใครรับประทานยาบางตัวก็จะไม่สามารถรับยาตัวนี้ได้ โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณา

ที่สำคัญคือ จะใช้ในกลุ่มอาการรุนแรงไม่ได้ เพราะเวลาอาการรุนแรง ปอดอักเสบ จะเกิดหลังไวรัสเข้าไปแล้ว 5-10 วันขึ้นไป ซึ่งยาฆ่าเชื้อไวรัสต้องเน้นเร็ว เหมือนยาฟาวิพิราเวียร์มีประโยชน์ลดอาการ อย่างเจ็บคอ ให้เร็วลดอาการทันที ซึ่งตัวไวรัสจะเพิ่มมากที่สุดในช่วงเริ่มมีอาการต้น ๆ ส่วนปอดอักเสบจะเกิด 5-10 วันขึ้นไป

การทานยาต้านไวรัส ไม่ได้ประโยชน์ช่วยลดปอดอักเสบ การทานยาต้านไวรัสจึงไม่ได้ประโยชน์ เพราะตอนนั้นไวรัสเริ่มลดแล้ว เพียงแต่ร่างกายเราโต้ตอบกับการอักเสบ ทำให้เกิดการอักเสบ ปอดอักเสบเพิ่มขึ้น ๆ จนรุนแรง ดังนั้น เมื่อปอดอักเสบแล้ว จะมียาลดการอักเสบตามมาตรฐานการรักษา

พร้อมกันนี้ จะมีการปรับแนวทางเวชปฏิบัติใหม่เป็นฉบับปรับปรุงที่ 22 ซึ่งจะออกมาในเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และยาที่นำมารักษา

พญ.เปี่ยมลาภ กล่าวถึงความแตกต่างระหว่าง แพกซ์โลวิด กับ โมลนูพิราเวียร์ว่า เป็นแอนตี้ไวรัสเหมือนกัน ต้องให้เร็วภายใน 5 วัน โดยกำหนดว่า ต้องเป็นกลุ่มเสี่ยง อย่างไม่ได้รับวัคซีน หรือรับไม่ครบโดส โดยเฉพาะกลุ่มอายุมาก โรคประจำตัว เป็นต้น

แต่บางเคสเป็นผู้ป่วยที่รับประทานยาบางชนิด ที่กินยาแพกซ์โลวิดไม่ได้ ก็ต้องไปทานยาโมลนูพิราเวียร์ ทั้งนี้ ข้อบ่งชี้ในงานวิจัยที่เหมือนกันคือ ทั้งคู่ใช้ในรายที่มีอาการไม่รุนแรง ปอดอักเสบไม่เยอะ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...