โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สถิติฟ้อง “หุ้น Healthcare” ยืนหนึ่งกำไรโตได้แม้ ‘ศก.ถดถอย’... ส่วน “หุ้นเวียดนาม” ร่วงหนัก-จังหวะดีสำหรับการลงทุน ‘ระยะยาว’ !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 03 ก.ค. 2567 เวลา 22.06 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2565 เวลา 16.47 น. • โต๊ะกองทุน Wealthythai

Fun of Funds: แม้ “เงินเฟ้อ” สหรัฐในเดือนต.ค.ประกาศออกมา 7.7% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดสะท้อนภาพว่าน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้วก็ตาม
แต่ก็ยังเป็น “เงินเฟ้อระดับสูง” ซึ่งนั่นจะทำให้ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (FED)ต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสยบเงินเฟ้อลงให้ได้ตามเป้า และนั่นย่อมจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของสหรัฐอย่างเลี่ยงไม่ได้
โดยทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF)เองคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวลงเหลือ 1.6% และ 1.0% ในปี22 และ23 ตามลำดับ
แต่ในภาวะเช่นนี้ “หุ้นสุขภาพ” (Healthcare)ก็ยังเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ไม่มีสะดุดแม้เจอ “เศรษฐกิจถดถอย” (Recession)
นอกจากนี้ “หุ้นเวียดนาม” เองที่ดิ่งหนักตั้งแต่ต้นปีแล้วกว่า -40%เมื่อเทียบกับพื้นฐานก็ถือว่าน่าสนใจเช่นเดียวกัน
ทำไม 2 ธีมนี้จึงยังคงน่าสนใจ ตามไปค้นหาคำตอบพร้อมๆ กับทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ได้เลย

“หุ้น Healthcare”…สถิติฟ้องผลประกอบยังโตแข็งแกร่ง-แม้ศก.เข้าสู่ “ภาวะถดถอย

การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยนั้น อาจทำให้นักลงทุนเป็นกังวล แต่ธีม “หุ้น Healthcare”ก็ยังเป็นทางเลือกที่ต่อสู้กับวงจรเศรษฐกิจในช่วงขาลงได้เป็นอย่างดี
โดย“ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์” ผู้อำนวยการอาวุโสที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ บมจ.ธนาคารทิสโก้ บอกว่า จากข้อมูลในอดีตที่ผ่านมา สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า หุ้นกลุ่ม“Healthcare” เป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ผลประกอบการสามารถเติบโตสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงวิกฤตฟองสบู่ดอทคอม (Dotcom) ปี 2000,วิกฤตสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Sub – Prime Mortgage Crisis) ปี2007-2009และวิกฤตน้ำมัน (Oil Crash)ปี 2015-2016ที่ “กำไรต่อหุ้น” ของหุ้น ‘กลุ่มHealthcare’สามารถเติบโตได้ในระดับ 14.6%, -0.1%และ14.2% ตามลำดับ เทียบกับ ‘ดัชนี S&P 500’ ที่ปรับตัวลดลง -25.9%, -49.2% และ -6.6% ตามลำดับ

(ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์)

“สำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้และต้องการลงทุนในตลาดหุ้น แนะนำให้เน้น ‘หุ้นกลุ่มHealthcare’ เพราะเป็นอุตสาหกรรมได้รับอานิสงส์ระยะยาวจากการเปลี่ยนโครงสร้างของจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นทั่วโลก ตลอดจนนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีความก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้หุ้นกลุ่มHealthcare ก็ยังเป็นกลุ่มที่มีรายได้และกำไรมีความสม่ำเสมอ ไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ และมีอำนาจในการปรับราคาสินค้าขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ (Pricing Power) อีกด้วย”โดยปัจจุบัน “หุ้นกลุ่มHealthcare”ซื้อขายที่ราคาหุ้นเทียบกับคาดการณ์กำไรในอนาคต (Fwd P/E) เพียง16.37เท่านับว่าเป็นระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตย้อนหลัง10ปีและต่ำกว่า Fwd P/E ของดัชนี S&P500 ที่ 17.33 เท่าโดยอุตสาหกรรมย่อยในกลุ่มHealthcare ที่ผลประกอบการสามารถเติบโตสวนสภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้อย่างแข็งแกร่ง ได้แก่ กลุ่มไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology) และHealth Care Equipment & Services ซึ่งมีอัตราการเติบโตของกำไรในช่วงเศรษฐกิจถดถอย โดยเฉลี่ยสูงถึง 11% และ 7% ตามลำดับ

ชี้ “หุ้นเวียดนาม” ร่วงหนัก…โอกาสดีสำหรับ “นักลงทุนระยะยาว”

อีกหนึ่งตลาดที่นักลงทุนไทยที่ชื่นชอบความเสี่ยงให้ความสนใจก็คือ “หุ้นเวียดนาม” ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งแต่ราคาหุ้นกลับวิ่งสวนทาง ตั้งแต่ต้นปีดิ่งไปแล้วกว่า -40%แต่ก็ยังเป็นพิกัดการลงทุนที่โดดเด่น
ด้าน “ชวินดา หาญรัตนกูล” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย มองว่า “ตลาดเวียดนาม” เป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดเอเชียที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว จากระดับราคาที่อยู่ในระดับที่น่าสนใจลงทุน รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ภาคการบริการเติบโตได้ดีจากแรงหนุนการบริโภคภายในประเทศและการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 เดือนอยู่ที่ 2.9% YoY ซึ่งยังคงต่ำกว่าระดับเงินเฟ้อเป้าหมายของรัฐบาลที่กำหนดไว้ที่ 4% ในปีนี้ (ที่มา: General Statistics Office, 29 Oct 2022) นอกจากนี้ รัฐบาลเวียดนามยังคงให้ความสำคัญกับนโยบายการต่อต้าน Corruption ซึ่งมีแนวโน้มเดินหน้าตรวจสอบเรื่องการทุจริตในโครงการต่างๆ รวมถึงการออกหุ้นกู้ โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ และธนาคาร นำไปสู่ความเสี่ยงในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นับเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดเวียดนามมีโอกาสเติบโตได้อย่างมีศักยภาพ

(ชวินดา หาญรัตนกูล)

“แม้ว่า หุ้นเวียดนาม จะมีความผันผวนในระยะสั้น เนื่องจากมีจำนวนนักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่นิยมใช้การเทรดที่ใช้เงินที่ยืมมาในการเทรดในสินทรัพย์นั้นๆ ในปริมาณที่มากขึ้น (Margin Trading) ทำให้ตลาดมีความผันผวนจากแรงขายนักลงทุนรายย่อย และเกิดการบังคับขายเมื่อหลักประกันหนี้มีมูลค่าลดลงเมื่อเทียบกับมูลค่าหลักทรัพย์ที่ซื้อไว้แล้ว (Margin Force Sell) โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีสภาพคล่องต่ำ แต่การปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมานั้นถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในระยะยาว จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุนระยะยาวที่น่าสนใจ”
ใครที่รับความเสี่ยงได้ กำลังมองหาโอกาสสำหรับการลงทุนระยะยาว เชื่อว่าทั้ง 2 ธีม “หุ้น Healthcare” และ “หุ้นเวียดนาม” ยังเป็นทางเลือกของคำตอบที่สามารถสร้างโอกาสให้กับคุณได้ไม่มากก็น้อย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...