โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ของขวัญวันเด็ก! หนังสือภาพ หนังสือนิทาน ลด Learning Loss ในเด็กปฐมวัย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 ม.ค. 2566 เวลา 08.22 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2566 เวลา 08.22 น.

ของขวัญวันเด็ก! หนังสือภาพ หนังสือนิทาน ลด Learning Loss ในเด็กปฐมวัย

รายงานผลสำรวจสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในไทย พ.ศ.2564 ให้ความสำคัญเรื่องการอ่าน โดยเฉพาะการมีหนังสือสำหรับเด็ก ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และพัฒนาการของเด็ก องค์การยูนิเซฟ พบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทยมีแม่เพียง 6 ใน 10 คน และพ่อเพียง 3 ใน 10 คนเท่านั้น ที่ทำกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้กับลูก

นอกจากนี้ มีเด็กปฐมวัยเพียง 3 ใน 10 คนเท่านั้น ที่มีหนังสือเด็กอยู่ในบ้านอย่างน้อย 3 เล่ม สถานการณ์เหล่านี้ยิ่งเหลื่อมล้ำมากขึ้นในครอบครัวที่ยากจน สำนักงานสถิติแห่งชาติพบข้อมูลล่าสุดว่า มีเด็กไทยกว่า 1.1 ล้านครัวเรือน ที่ไม่มีหนังสือเหมาะสมวัยในบ้าน

นักเศรษฐศาสตร์ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของธนาคารโลก (World bank) ได้รายงานวิเคราะห์ความยากจนและแนวโน้มความเหลื่อมล้ำของประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นทุกภาค ซ้ำเติมภาวะความเปราะบางของครัวเรือนยากจน มาตรการและการลงทุนที่จะช่วยเปลี่ยนผ่านภาวะนี้ คือ การสร้างโครงข่ายความปลอดภัยทางสังคม เด็กทุกคนต้องได้รับความใส่ใจอย่างเท่าเทียม ได้รับโอกาสทางสุขภาพและการศึกษาอย่างเสมอภาค เพื่อก้าวพ้น “ความยากจนทางการเรียนรู้” ความยากจนทางการเรียนรู้ ไม่ได้หมายถึงการขาดแคลนเพียงด้านทรัพยากรทางการศึกษา

ธนาคารโลก ระบุว่า หมายถึง ภาวะที่เด็กไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ หรืออ่านออกเขียนได้น้อยมากเมื่อมีอายุครบ 10 ปี หมายถึง การเติบโตในครอบครัวที่ไม่สามารถส่งเสริมให้ลูกหลานรับการศึกษาที่มีคุณภาพ หมายถึง ความล้มเหลวในการบริหารจัดการทรัพยากรโดยรัฐ

ทั้งนี้ ภาวะที่เด็กไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ และ Learning loss ของเด็กไทยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ประมาณ 1 ปีการศึกษา เทียบเท่า คะแนน PISA* ที่ต่ำกว่าประเทศอื่น 29-30 คะแนน สะท้อนปัญหาการแข่งขันที่ประเทศไทยไม่สามารถไปต่อได้ ซึ่งเป็นทั้งผลลัพธ์และจุดเริ่มต้นของความยากไร้อื่นๆ หากยังไม่สามารถแก้ปัญหาการเรียนรู้ถดถอยและความยากจนทางการเรียนรู้ตั้งแต่ตอนนี้ จะยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำที่รุนแรง และส่งผลระยะยาวเมื่อเด็กเหล่านี้เติบโตขึ้น

จาก “Learning loss” จะกลายเป็น “Loss Generation” เนื่องจากขาดทักษะสำคัญในการประมวลผลและสังเคราะห์ความรู้ใหม่ ทำให้ครัวเรือนติดกับดักความยากจนจากรุ่นสู่รุ่น ส่งผลกระทบต่อศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ของไทย รายได้แรงงาน สภาพเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต

นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวว่า “การอ่านเป็นกระบวนการ เป็นเครื่องมือสำคัญที่เอื้อต่อการสร้างสัมพันธภาพ ความอบอุ่นแก่ครอบครัวให้สามารถปรับตัวอยู่รอดในสถานการณ์ที่โควิด-19 ยังไม่จางหาย ช่วยลดภาวะ Learning Loss เพื่อร่วมฟื้นฟูและวางรากฐานการพัฒนาเด็กปฐมวัยในทุกมิติ ช่วยประคองความสัมพันธ์แบบมั่นคง (Secure attachment) เพื่อพัฒนาทักษะสำคัญ ๆ เช่น ทักษะบริหารจัดการของสมอง (EF) ทักษะความยืดหยุ่น , ปรับตัว (resilience) การเสริมสร้างการเคารพและความเชื่อมั่นในตัวเอง (self-esteem) และเคารพความแตกต่างหลากหลายได้

ในปี 2566 แผนงานฯ และภาคีเครือข่ายมุ่งเน้นเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “สวัสดิการหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัย” ด้วยหนังสือรับขวัญเด็กแรกเกิด (Book Start) และหนังสือ 3 เล่มในบ้านเด็ก โดยที่ผ่านมามีองค์กรและชุมชนต้นแบบร่วมสนับสนุน อย่างเป็นรูปธรมใน 2 ชุมชนคือ ชุมชนน้อมเกล้า และชุมชน 9 พัฒนา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ส่วนในองค์กรมี สสส. องค์กรสาธารณะประโยชน์ และองค์กรธุรกิจประกาศจัดสวัสดิการหนังสือ แก่บุคลากรที่มีลูกตั้งแต่แรกเกิด – 6 ขวบ จำนวน 9 องค์กร หากรัฐขานรับนโยบายก็จะช่วยทำให้เด็กเล็กเข้าถึงการพัฒนารอบด้านทุกมิติ ช่วยลดภาวะ Learning Loss และความเหลื่อมล้ำของความยากจนทางการเรียนรู้ได้

ผู้สนใจข้อมูลกิจกรรมสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์แผนงานฯ www.happyreading.in.th หรือทางเพจเฟสบุ๊ก “อ่านยกกำลังสุข”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...