โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ทุเรียน” โปรดักต์แชมเปี้ยนตัวจริง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ต.ค. 2565 เวลา 09.14 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. 2564 เวลา 08.30 น.
ภาพ : pixabay

คอลัมน์ สามัญสำนึก พัฒนพันธุ์ วงษ์พันธุ์

ใครจะคิดว่าวันนี้ทุเรียนหมอนทองเกรดดี ๆ พูอิ่ม ๆ อาจไม่ได้เป็นสินค้าสำหรับผู้บริโภคคนไทยอีก สืบเนื่องจากราคาส่งออกสูงลิบลิ่วต่อเนื่อง ส่งผลให้คนไทยกลายเป็นผู้บริโภคผลไม้ตกเกรด เหลือจากการส่งออก

เมื่อได้เห็นตัวเลขสถิติต่าง ๆ ก็พอจะเข้าใจ

ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และสถาบันทุเรียนไทยประมินว่า ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ตลาดส่งออกทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 521,028 ตัน ในปี 2554 เพิ่มเป็น 772,860 ตัน ในปี 2563 เพิ่มขึ้นถึง 48.3%

มองไกลไปถึงปี 2568 หรืออีกสี่ปีข้างหน้า ทั้งสองหน่วยงานประเมินว่าตัวเลขส่งออกทุเรียนจะเพิ่มขึ้นถึง 134.5% จากห้าแสนกว่าตัน เพิ่มเป็น 1,812,201 ตัน โดยที่ไทยซึ่งครองอันดับ 1 มาตลอด ยังคงครองแชมป์ต่อไปด้วยตัวเลขการส่งออก 1,044,672 ตัน (57.65%) ตามด้วยเวียดนาม 165,465 ตัน (9.13%) และมาเลเซีย 76,379 ตัน (4.21%)

โดยที่ผู้นำเข้าทุเรียนรายใหญ่ของโลกก็คือ จีน คาดว่าจะนำเข้าเพิ่มจากปี 2563 ขึ้นถึง 95.1% หรือร่วม ๆ เท่าตัว เป็น 938,882 ตัน รองมาคือ ฮ่องกง นำเข้าเพิ่มขึ้น 61.4% เป็น 374,245 ตัน

ที่น่าจับตามองคือ เกาหลีใต้ และไต้หวัน แม้ว่าตัวเลขจะยังไม่มากนัก แต่ขยายตัวเพิ่มขึ้นมากถึง 53.3% และ 35.7% ตามลำดับ

เห็นครองตลาดมาอย่างเหนียวแน่นแบบนี้ ไม่ได้เป็นเพราะบ้านเราปลูกทุเรียนเยอะกว่าคนอื่น ประเทศที่ปลูกมากกว่าใคร ๆ คือ อินโดนีเซีย จากนั้นถึงตามด้วยไทย มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ แต่ทุเรียนอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ส่งออกน้อย เพราะมีข้อจำกัดด้านคุณภาพ และมาตรฐานการส่งออก ตรงข้ามกับหมอนทองไทยที่ถูกปากคนจีนอย่างยิ่ง

ราคาที่พรวด ๆ ต่อเนื่องจาก กก.ละไม่กี่สิบบาท พุ่งเป็นหลักร้อย ทำให้ชาวไร่ชาวสวนหันมาปลูกทุเรียนยกใหญ่

สัปดาห์ก่อนวนเวียนอยู่แถว ๆ นครศรีธรรมราช หลังจากไม่ได้มาละแวกนี้นาน เห็นได้ชัดว่าสวนทุเรียน สวนมังคุด เริ่มเข้ามาแทนที่สวนยางพาราเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงภาคอีสานที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นไม่น้อย เชื่อว่าอีกไม่นาน เราน่าจะแซงหน้าอินโดนีเซีย ในแง่ผลผลิตรวมอย่างแน่นอน

แต่เรื่องนี้ประมาทไม่ได้ โดยที่ปัญหาของเรายังเป็นเรื่องเดิม ๆ สินค้าตัวไหนราคาดี ทุกคนแย่งกันค้าขาย อยากกอบโกยรายได้เข้ากระเป๋าให้เร็ว และมากที่สุด จนมองข้ามเรื่องของคุณภาพ

อย่างที่ทราบกัน แม้ว่าตลาดจีนจะเปิดประตูต้อนรับทุเรียนไทย แต่ก็มีกติกา หลักเกณฑ์ ข้อกำหนดต่าง ๆ มากมาย ต้องมีน้ำหนักและขนาดตรงตามที่ต้องการ ต้องมีใบรับรอง GAP-แหล่งที่มา ถ้าคุณภาพมาตรฐานไม่ถึงเกณฑ์กำหนด มีโอกาสถูกส่งคืนได้ง่าย ๆ

แต่ถึงแม้ผู้ซื้อจะเข้มงวด ดูเหมือนตัวกลางที่รับซื้อ และชาวสวนจำนวนหนึ่งไม่รู้สึกรู้สาถึงปัญหาที่ตามมา คงยึดคติน้ำขึ้นต้องรีบตัก

เป็นปัญหาโดยตลอดก็คือ ทุเรียนอ่อน ชาวสวนใช้สารเคมีเร่งสีผลผลิต แกะออกมาเนื้อสวยงาม แต่รสชาติ ความหวาน รวมถึงคุณภาพต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

ปล่อยไปแบบนี้คงไม่ดีแน่ ๆ

มองไกลไปในอนาคต เชื่อว่าหลายคนตั้งความหวังกับทุเรียนไทยมิใช่น้อย ในบรรดาสินค้าเกษตรทั้งหมด มีโอกาสอย่างยิ่งที่ “ทุเรียน” นี่แหละ จะกลายเป็นโปรดักต์แชมเปี้ยน แซงหน้าข้าวที่เราเคยภาคภูมิใจด้วยซ้ำ

ปีที่แล้ว ไทยส่งออกข้าว 5.72 ล้านตัน คิดเป็นรายได้เข้าประเทศแค่แสนกว่าล้าน ซึ่งน่าจะถูกแซงหน้าโดยทุเรียนในไม่ช้า

ขอเพียงอย่าการ์ดตกเรื่องคุณภาพเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...