ประเดิมปล่อยผีหุ้น THAI-POST เทรดวันแรกหลังปลด “SP” ชั่วคราว
ปล่อยผีวันแรก!!!ถึงเวลาแล้วที่นักลงทุนจะวางแผนการลงทุนหุ้นTHAI ว่าจะเอายังไงต่อไปจะถือหุ้นไว้อยู่หรือจะรีบขายหุ้นนี้ทิ้งไปเพราะมีแววว่าหุ้นอาจจะถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์เพราะขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงของการจัดทำแผนการฟื้นฟูหลังจากที่ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบแบบสุด
“ผู้โดยสารควรจะดีดตัวออกจากเครื่องบิน” และ“ผู้อ่านควรจะวางหนังสือพิมพ์ลงได้แล้ว” คำเปรียบเปรยนี้มาจากคำอ้างอิงของนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญในวงการหุ้นท่านหนึ่งที่มองว่า“อุตสาหกรรมการบินในโลกนี้มีการแข่งขันกันสูงใครต้นทุนหนักก็เท่ากับว่ามีสัมภาระใต้ท้องเครื่องหนักจนเกินที่เครื่องจะบินขึ้นไหวเช่นเดียวกันในยุคปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่ขอย้ำว่าคนส่วนใหญ่หันไปเสพย์ข่าวสารกันในระบบออนไลน์กันมากขึ้นจึงทำให้ไม่มีคนสนใจที่จะอ่านหนังสือพิมพ์และมองว่ามันเป็นเพียงแค่เศษกระดาษที่เอาไว้สำรองใช้ในสถานการณ์อื่นๆ
ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ใช่แต่ก็ใกล้เคียงกับกรณีของบริษัทการบินไทยจำกัด(มหาชน) หรือTHAI สายการบินแห่งชาติและบริษัทบางกอกโพสต์จำกัด(มหาชน) หรือPOST เจ้าของสื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดังถูกตลาดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยติดป้ายเครื่องหมายห้ามซื้อขายหุ้นเพราะมีส่วนของผู้ถือหุ้นที่ติดลบซึ่งตลาดหลักทรัพย์ได้ขึ้นเครื่องหมาย“SP” และปลดเครื่องหมาย“SP” เป็นการการชั่วคราวภายในระยะเวลา1 เดือนโดยกำหนดเริ่มปลด“SP” วันแรกในวันที่16 เม.ย.จนถึงวันที่17 พ.ค.64 จากนั้นจะขึ้นเครื่องหมาย“SP” อีกครั้งโดยหลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์ฯได้เปิดให้ทำการซื้อขายหุ้นTHAI และPOST วันนี้เป็นวันแรกหลังจากที่โดนขึ้นเครื่องหมาย“SP” เพียงช่วง1 เดือนเศษซึ่งความเคลื่อนไหวราคาหุ้นการบินไทยหรือTHAI ในช่วงครึ่งวันแรกราคาหุ้นเปิดตลาดที่ระดับ2.22 บาทลดลง45.58% เมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวันที่24 ก.พ.64 ที่ราคาสุดท้าย4.08 บาทโดยระหว่างวันราคาหุ้นทำจุดต่ำสุดลงไปลึกถึง1.60 บาทลดลงกว่า60% และปิดตลาดในช่วงเช้าที่2.62 บาทลดลง35.78% หรือลดลง1.46บาทโดยมีมูลค่าการซื้อขาย415 ล้านบาทขณะที่ความเคลื่อนราคาหุ้นPOST กลับสร้างสิ่งที่ประหลาดใจไม่เหมือนหุ้นTHAI ด้วยการเปิดตลาดด้วยราคา1 บาทซึ่งเท่ากับราคาสุดท้ายที่โดนแขวน“SP” ไปเมื่อวันที่2 มี.ค.64 แต่อย่างไรก็ตามราคาหุ้นจะกระโดดขึ้นไปทำจุดสูงสุดของครึ่งเช้าวันแรกที่2 บาทต่อหุ้นพุ่งกว่า100% จากนั้นราคาหุ้นก็ทยอยปรับลดลงแต่ยังคงยืนอยู่ในแดนบวกโดยปิดตลาดที่1.78 บาเพิ่มขึ้น78% หรือ0.78บาทซึ่งมีมูลค่าการซื้อขาย3.1 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้คุณกิจพณไพรไพศาลกิจผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์บริษัทหลักทรัพย์ยูโอบีเคย์เฮียน(ประเทศไทย) แนะนำว่าหุ้นทั้งสองตัวนี้ถูกพักการซื้อขายเพราะมีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบสิ่งที่นักลงทุนควรจะพิจารณาต่อจากนี้คือในระยะยาวมีโอกาสที่ธุรกิจของทั้งสองบริษัทนี้จะสามารถกลับมาพลิกฟื้นได้ดีหรือไม่ทั้งนี้จะเห็นว่าอุตสาหกรรมการบินและสิ่งพิมพ์ต่างก็ประสบปัญหาการแข่งขันอย่างรุนแรงและในอนาคตอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าจะกลับมาปกติ
โดยจะเห็นได้จากกรณีที่POST ธุรกิจสิ่งพิมพ์มีความเปลี่ยนแปลงเนื่องจากสมัยนี้มีสื่อประเภทใหม่ที่ทันสมัยเข้ามาและสำนักข่าวปัจจุบันปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มซึ่งในจุดนี้POST ยังไม่ค่อยมีการปรับตัวจึงทำให้เห็นว่าตัวเลขของผลประกอบการออกมาขาดทุนกระแสเงินสดติดลบในช่วง2 ปีที่ผ่านมา
ดังนั้นถ้านักลงทุนได้ลองพิจารณาแล้วเห็นว่าในอนาคตภาพของทั้งสองธุรกิจดังกล่าวจะไม่สามารถกลับมาได้นั้นจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงและยอมขายตัดขาดทุนออกไปเนื่องจากว่าการเข้าไปอยู่แผนฟื้นฟูแม้ว่าจะมีโอกาสพลิกฟื้นฟูแต่จะต้องมีภาวะในการปรับโครงสร้างซึ่งจะต้องประกอบไปด้วยเรื่องการเพิ่มทุนโดยตามหลักการแล้วเราควรจะเพิ่มทุนให้กับการลงทุนที่คิดว่าดีแต่การเพิ่มทุนในครั้งนี้อาจจะเป็นการใส่เงินเพิ่มทุนที่เป็นการลงทุนที่ผิดพลาด
ฉะนั้นมองว่าถ้าไม่ได้เห็นภาพว่าธุรกิจจกลับมาได้สิ่งสำคัญคือต้องทำใจว่ามันอาจจะไม่สามารถกลับมาได้และยอมรับผลขาดทุนที่จะเกิดขึ้นและหันไปหาลงทุนธุรกิจใหม่ที่มันน่าจะดีกว่าไม่ประสบปัญหากับบริษัทที่จะต้องเข้าแผนฟื้นฟูแบบนี้ย้ำว่านักลงทุนทั่วไปคิดว่าการยอมตัดขาดทุนและมองหาโอกาสการลงทุนใหม่น่าจะดีกว่าการที่พยายามที่จะอยู่กับการลงทุนที่ผิดพลาด