โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ผู้ว่าฯ จันทบุรี...สร้างมือตัดทุเรียน แก้ปัญหาทุเรียนอ่อน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 07 มิ.ย. 2564 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2564 เวลา 01.00 น.

ปี 2564 ปีทองทุเรียนต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 คาดว่าน่าจะสร้างมูลค่ารายได้ประมาณ 70,000 ล้านบาท เปิดฤดูกาลด้วยกระดุม กิโลกรัมละ 190-200 บาท สูงสุดในประวัติศาสตร์ทุเรียน และต้นฤดูกาลเดือนเมษายน หมอนทอง ราคา 170-180 บาท กระดุม 165 บาท ก้านยาว 150-160 บาท ชะนี 135 บาท สูงกว่าปี 2563 และคาดว่าช่วงที่กระจุกตัวจะเป็นช่วงสั้นๆ ราคาน่าจะไม่ต่ำกว่า 90-95 บาท ภาคตะวันออก (จันทบุรี ระยอง ตราด) ปี 2564 ข้อมูล สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี ทุเรียนภาคตะวันออกจาก 3 จังหวัด ปริมาณทั้งหมด 575,542 ตัน จันทบุรี มีปริมาณ 398,618 ตัน หรือคิดเป็น 69% ระยอง 120,080 ตัน หรือ 21% และ ตราด 56,844 ตัน หรือ 10%

คุณสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี มีความมุ่งมั่นแก้ปัญหาทุเรียนอ่อนอย่างจริงจัง เพราะได้รับการร้องเรียนมาจากผู้บริโภค ชาวสวน ผู้ส่งออก ปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ หรือทุเรียนอ่อน มือตัดจากต้นทางสำคัญที่สุด

ช่วงต้นฤดูกาล ทุเรียนมีปริมาณน้อย ราคาสูง ล้งมีจำนวนมาก มีการแข่งขันสูง บางคนตัดตามสั่งเพื่อส่งทุเรียนอ่อนไปทุบราคาตลาดปลายทาง ทำให้ได้กำไรมาก ส่วนคนตัดได้ค่าแรงเพิ่มขึ้น ปัญหาทุเรียนอ่อนด้อยคุณภาพ ทำให้ทุเรียนไทยสูญเสียความเชื่อมั่นตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีนที่เป็นตลาดหลัก และยังต้องแข่งขันกับเพื่อนบ้านที่ปลูกทุเรียนจำนวนมาก ปีนี้ได้ร่วมมือกับทีมกรมวิชาการเกษตรภาคตะวันออก กำหนดมาตรการและใช้กฎหมายเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด โดยกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนหมอนทอง วันที่ 10 เมษายน 2564 ครบกำหนดวันดอกบาน 110-120 วัน และได้มาตรฐานเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งของเนื้อทุเรียน 32% และดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำผิดซื้อ-ขายทุเรียนอ่อน ต่างจากปีก่อนใช้กฎหมายแพ่ง และพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ไกล่เกลี่ยยอมความได้ ช่วงต้นฤดูกาลปีนี้สกัดทุเรียนอ่อนไม่ให้ออกสู่ตลาดได้ ทำให้ราคาทุเรียนพุ่งแรงมากกว่าทุกปี หากมือตัดอิสระ มือตัดล้ง เจ้าของสวน-ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุ มีจิตสำนึกรับผิดชอบ ร่วมมือกันจะสร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพตนเอง

“ปัญหาวังวนทุเรียนอ่อนผู้เกี่ยวข้องมี 3 กลุ่ม คือ ชาวสวน คนเหมาสวน และผู้ประกอบการส่งออก ซึ่งมือตัดทุเรียนถือว่าต้นทางที่นำไปสู่ปัญหาทุเรียนอ่อน จำเป็นต้องสร้างและพัฒนามือตัดทุเรียนให้มีความชำนาญก้าวสู่มืออาชีพอย่างมีจิตสำนึก โครงการอบรม “หลักสูตรนักคัด-นักตัดทุเรียนมืออาชีพ” เป้าหมายสร้างมือตัดจำนวน 200 คน แม้ว่าภาคเกษตรกรรมไม่ใช่รายได้สูงสุดของจังหวัดจันทบุรี แต่เกี่ยวข้องกับประชาชนมากที่สุด ทุเรียนที่ส่งออกสร้างเม็ดเงินกว่า 60,000 ล้านบาท ผลผลิตของจันทบุรี เกือบ 400,000 ตัน  มีล้งถึง 500 ล้ง เทียบกับระยอง 40-50 ล้ง ตราด 2-3 ล้ง ทำให้ทุเรียนไหลมาที่จันทบุรี รวมทั้งทุเรียนอ่อน จึงต้องลบล้างทุเรียนอ่อนออกจากจังหวัดจันทบุรีให้ได้ และการทำคุณภาพที่เหนือกว่าเพื่อนบ้านคือวิธีการเดียวที่จะอยู่รอดในตลาดได้” ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าว

หลักสูตรครบวงจร…คัด-ตัดทุเรียนแก่ ล้งส่งออก
การฝึกอบรม “หลักสูตรนักคัด-นักตัดทุเรียนมืออาชีพ” ด้วยสถานการณ์โควิด-19 รอบ 3 จึงจัดแบ่ง 5 รุ่น ใช้เวลาอบรม 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 20-29 เมษายน โดยมีศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี คุณสมพร เหรียญรุ่งเรือง ผู้อำนวยการศูนย์และคณะเป็นผู้ดำเนินการ การอบรมมีฝึกปฏิบัติจริงในสวน และโรงคัดบรรจุมาตรฐานส่งออกของส.ว.อุดม วรัญญูรัฐ เกษตรกรและพ่อค้าตัวจริง ผู้เข้าอบรมเป็นคนรุ่นใหม่ลูกหลานเจ้าของสวน ผู้ประกอบการค้าแผงทุเรียน ผู้ค้าออนไลน์ และล้ง เนื้อหาประกอบด้วย การจัดการทุเรียนก่อน-หลังการเก็บเกี่ยว โดย ดร. พีรพงษ์ แสงวนางค์กูล ศูนย์เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มาตรฐานสินค้าทุเรียน GAP/GMP จาก สำนักวิจัยและการพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 การทดสอบวิเคราะห์หาร้อยละน้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน คณะศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี การดูทุเรียนแก่-อ่อน และฝึกตัด-คัดทุเรียนมาตรฐานการส่งออก โดย คุณประสาทพร ศรีสกุลเดช รองประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวสวนทุเรียนจันท์ และที่ปรึกษาสมาคมทุเรียนไทย

มาตรฐานเปอร์เซ็นต์เนื้อแป้งหมอนทอง 32%…ทุเรียนก่อน-หลังการเก็บเกี่ยว

ดร.พีรพงษ์ แสงวนางค์กูล ศูนย์เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ผู้บุกเบิกงานวิจัยเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนสำเร็จและนำมาใช้เป็นมาตรฐาน กล่าวว่า มาตรฐานทุเรียนมีความสำคัญทำให้มูลค่าเพิ่มสูงขึ้น จากปี 2557-2558 มูลค่าการขยายตัวลดลงมาก จาก 69.3% เหลือ 6.5% เพราะปัญหามาตรฐานสารพิษตกค้าง แต่มูลค่าทุเรียนส่งออกไปจีนเพิ่มสูงถึง 5 เท่า จากปี 2557 จำนวน 12,436 ล้านบาท ปี 2563 มูลค่า 65,631 ล้านบาท ขณะที่ปริมาณเพิ่มขึ้น 2 เท่า ไทยมีโอกาสดีที่จีนให้นำเข้าผลสดได้ประเทศเดียว และตลาดจีนยังมีโอกาสเติบโตได้มาก ทุเรียนไทย 600,000 ตัน แค่ 1% ของประชากรจีน 1,500 ล้านคน ยังมีผู้บริโภคอีก 99% ปัญหาทุเรียนล้นตลาดไม่น่ากลัวเท่าทุเรียนด้อยคุณภาพ เพราะอนาคตจีนอาจจะให้เวียดนาม มาเลเซีย นำเข้าผลสดได้เหมือนไทย

ทุเรียนไทยส่งตลาดจีน กำหนดมาตรฐานด้านคุณภาพ คือ มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี GAP (Good Agricultural Practices) และมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงคัดบรรจุ GMP (Good Manufacturing Practice) มาตรฐานสารพิษตกค้าง มกษ. 9002-2556 และปัญหาทุเรียนอ่อน คือมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ.3-2556 (ปรับปรุง มกษ.3-2546) กำหนดการใช้น้ำหนักเนื้อแห้งเป็นเกณฑ์มาตรฐานความแก่ทุเรียน 4 พันธุ์ คือ หมอนทอง น้ำหนักเนื้อแห้งขั้นต่ำ 32% ชะนี พวงมณี 30% กระดุมทอง 27% ซึ่งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำสุด อย่าง หมอนทอง สูงถึง 40/42/43% ปัญหาทุเรียนอ่อนคือ เปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งไม่ได้มาตรฐาน เกณฑ์เป็นขั้นต่ำ แม้แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตในจีน ยังกำหนด 35% การลดเปอร์เซ็นต์ทำได้ง่าย แต่ไทยจะสูญเสียตลาดให้เพื่อนบ้านหรือไม่ อย่าง มูซันคิง ของมาเลเซียยังต้องนำเข้าแช่แข็งอยู่ รสชาติเป็นที่ยอมรับ สุก 100% เทียบทุเรียนไทยสุก 75-80% หรือเวียดนาม ที่ยังทำคุณภาพสู้ไทยไม่ได้

“คุณภาพทุเรียนนอกจากทุเรียนอ่อนแล้ว ยังมีเรื่องปัญหาแมลง โรคผลเน่า จากแปลงต้นทางผลทุเรียนภายนอกไม่ผิดปกติ แต่อาจจะมีเชื้อราในลูกทุเรียนเติบโตในตู้คอนเทรนเนอร์ที่มีความชื้น ระยะเวลา 7-10 วัน ถึงปลายทาง ผลแตก เน่า มีหนอน เกิดจากไม่ดูแลพ่นยาก่อนการเก็บเกี่ยว หรือผลแตกจากการใช้น้ำยาเร่งสุกเอทีฟอน (Ethephon) เข้มข้นเกินไป ทุเรียนที่เก็บเกี่ยวแล้วขั้วหัก ก้านหัก หนามช้ำ ต้องคัดออกเพราะเชื้อราจะเติบโตและไปทำลายผลผลิตอื่นๆ เสียหายด้วย หรือผลทุเรียนร่วงหล่นบนพื้นดินต้องคัดออก เพราะดักแด้ทิ้งตัวในดินเติบโตอาจจะชอนไชไปในหนามและเติบโตในผล จึงต้องมีวิธีจัดการทุเรียนก่อน-หลังการเก็บเกี่ยวให้ถูกต้อง” ดร. พีรพงษ์ กล่าว

 

เทคนิคดูทุเรียนแก่…จากผู้มีประสบการณ์กว่า 40 ปี

คุณประสาทพร ศรีสกุลเดช หรือ “หนุ่ย” รองประธานกลุ่มวิสาหกิจทุเรียนจันทบุรี และที่ปรึกษาสมาคมทุเรียนไทย “เกษตรกรตัวจริง” มีประสบการณ์ด้านทุเรียนมากว่า 40 ปี บอกเทคนิคเฉพาะตัวการดูทุเรียนแก่ง่ายๆ โดยมีความเข้าใจองค์ประกอบสำคัญ คือ 1. เริ่มต้นนับตั้งแต่วันดอกทุเรียนบานถึงวันเก็บเกี่ยว ทุเรียนจะใช้เวลาออกดอก 7 วัน ออกดอกตั้งแต่ยอด ปลายกิ่ง ไล่ลงมา แต่ละสายพันธุ์ระยะเวลาไม่เท่ากัน 2. การเก็บเกี่ยวผล ปกติทุเรียนจะแก่จากยอดลงมากิ่งล่างสุด ต้นหนึ่งตัดไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ปัญหาทุเรียนอ่อน คือ “ตัดรูด” เก็บทั้งต้นพร้อมกัน 3. การดูลูกทุเรียนแก่ ขั้วบนสีจางกว่าขั้วล่างๆ ลูบจะสากมือ ช่องปลิงห่าง หัวขั้วเป็นวงแหวนลึกชัดเจน ร่องน้ำสีน้ำตาลเข้ม แบ่งพูชัดเจน โคนหนามเหี่ยวยุบลงเห็นรอยชัดเจน ปลายหนามจะชี้ไปทางหัวขั้ว แยกซ้าย-ขวา ทุเรียนจะสุกจากก้นไปหัวพู ก้นเม็ดจะดำมากกว่าหัว และมีตัวแปรทำให้กำหนดวันแก่คลาดเคลื่อน ช้า เร็ว เช่น สภาพอากาศแปรปรวนที่ทุเรียนแตกใบอ่อน แป้งสะสมไม่พอต้องยืดอายุการตัด ความชื้นในดินค่าเป็นบวกแก่ช้า น้อยแก่เร็ว แดดร้อนยาวนานอุณหภูมิร้อนมากกว่า 35 องศาเซลเซียส สุกแก่เร็ว ถ้าต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส สุกแก่ช้า แต่ละสายพันธุ์จะแปรผันต่างกัน

“ทุเรียนแก่ดูลักษณะภายนอกชัดเจนผิวจะแห้งทั้งลูก ถ้าสุกต้องมีกลิ่นหอม รับประทานอร่อยต้องตอนอากาศร้อนเนื้อทุเรียนจะแห้ง เพราะทุเรียนมีชีวิต เมล็ดคือลูกที่แท้จริง เนื้อคืออาหารของเมล็ด ถ้าตอนเช้าอากาศชื้นเมล็ดคายน้ำทำให้เนื้อทุเรียนมีเหงื่อ (น้ำ) และการตัดทุเรียนต้องส่งล้งภายใน 3-6 ชั่วโมง ไม่ค้างคืน เพราะค้างคืนคายน้ำออก น้ำหนักจะหายไป 20% เวลาเคาะฟังเสียงเสียงจะเปลี่ยนไป แต่ไม่ได้บอกความอ่อนแก่เช่นเดียวกับเมล็ดสีเข้มใช้สารป้ายขั้วได้” คุณหนุ่ย สรุปง่ายๆ

การติดอาวุธให้นักตัด มือตัดทุเรียนที่มีสำนึกความรับผิดชอบครั้งนี้…คือ พลังขับเคลื่อนมาตรฐานทุเรียนไทยให้เกิดความเชื่อมั่นกับตลาดต่างประเทศอย่างยั่งยืน

“โอบ” ใฝ่ฝันมือตัดอาชีพ ทำทุเรียนออนไลน์แบบฉบับชาวสวน

 คุณหนุ่ย พาไปดูโรงคัดบรรจุส่งออกส่วนใหญ่รับจ้างแพ็กให้บริษัทจีนเป็นผู้ส่งออก กิโลกรัมละ 7 บาท ผู้อบรมสนใจใช้ความรู้นี้ตั้งล้งเล็กๆ หรือเป็นมือคัดทุเรียนบรรจุกล่องส่งออก ต้องเปอร์เซ็นต์เนื้อแห้ง 32-34% แบ่งเกรด A B และ C ลูกขนาด 2-6 กิโลกรัม บรรจุกล่องละ 6 ลูก น้ำหนัก 18-19 กิโลกรัม แต่ต้องคำนึงถึงการสูญเสียน้ำหนัก ถึง 20% ที่ต้องนำไปต่อรองราคาค่าแรง แต่ถ้าเราไม่ฝากลมหายใจไว้กับคนจีน แนะนำให้ชาวสวนเลือกทุเรียนพรีเมี่ยมเกรด A B ทำออนไลน์ ต้นละ 1-2 ลูก เพื่อให้ได้ต้นทุนคืนเร็วๆ คิดจากต้นทุนต้นละ 2,000-2,500 บาท ขายต้นละ 2 ลูก ลูกละ 1,000 บาท กล่องละ 2,000-2,500 บาท มี 100 ต้น ขายได้ 200,000-250,000 บาท ตอนนี้มีลูกค้าประจำ 300 กว่าคน ที่เหลือขายล้งเป็นกำไร คาดว่าปีนี้ไม่น่าจะต่ำกว่ากิโลกรัมละ 100 บาท

คุณโอบนิธิ กล่ำใส อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยบูรพา คณะธุรกิจระหว่างประเทศ ปีที่ 4 หนึ่งในผู้สมัครเข้าอบรม เล่าว่า มาอบรมกับแม่ คุณเพ็ญประภา กล่ำใส ครอบครัวมีสวนทุเรียน 40 ไร่ ที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ปกติพ่อแม่จะทำสวนทุเรียนเป็นอาชีพเสริมเป็นการบริหารจัดการ เช่นเดียวกับการตัดทุเรียนต้องจ้างทีมงานมาตัด ซึ่งคุณโอบสนใจการตัดทุเรียน เพราะเป็นอาชีพที่ทำรายได้สูง อย่างมือตัดธรรมดาๆ ได้ค่าจ้าง 1,200-1,500 บาท/รอบ (วัน) ถ้าเก่งๆ ค่าจ้างสูงถึง 1,600-1,800 บาท ทีมรับค่าจ้าง 700-800 บาท หรืออัตรา 60 : 40 คุณโอบทำงานอยู่กับทีมมือตัดของล้งมาได้ 3 ปีแล้ว ใช้เวลาช่วงปิดเทอม แต่ยังเป็นคนรับ เป้าหมายจะพัฒนาเป็นมือตัดอาชีพ นำมาใช้กับที่สวนตัวเองและรับจ้างตัดอิสระ หรือมือตัดของล้ง

“ต่อไปจะฝึกประสบการณ์กับมือตัดของล้ง กว่าจะเป็นมือตัดได้น่าจะฤดูกาลหน้า เพราะทุเรียนไม่ใช่แค่ดูขั้ว หนาม ร่องพู อย่างทุเรียนหนามเขียวแต่แก่ดูยาก หรือหนามแห้งเพราะถูกแดดไม่ใช่ทุเรียนแก่ และบางลูกอยู่สูงต้องใช้กรรไกรสอย อย่างไรมือตัดทุเรียนยังมีไม่เพียงพอเพราะพื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นหลายเท่า ล้งส่วนใหญ่จะสร้างมือตัดเป็นของตัวเอง มือตัดเป็นอาชีพที่รายได้ดี ไม่มีค่าใช้จ่าย ทุเรียนถูกแพงมือตัดมีรายได้ที่แน่นอน” คุณโอบ เล่าถึงแผนก้าวสู่มือตัดอาชีพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...