'ชาญอิสสระ' กางแผนปี 62 ทุ่ม 6.4 พันล้าน เสริมทัพขยายธุรกิจ
นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การแข่งขันด้านการตลาดของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เหลือของปี 2561 อาจจะมีความคึกคักลดลง เมื่อเทียบกับช่วงปีที่ผ่านมา โดยได้รับปัจจัยกระทบจากภาคการท่องเที่ยวที่ตัวเลขลดลงในช่วง 2- 3 เดือนมาแล้ว ส่งผลให้รายได้จากภาคการท่องเที่ยวของประเทศลดลงตามไปด้วย ประกอบกับนโยบายสงครามการเงินระหว่างจีนกับสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคการค้าที่จะมีการวางกฎเกณฑ์เรื่องของการนำเงินออกนอกประเทศมากขึ้น
“ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พบว่า ชาวจีนหันมาซื้อคอนโดในประเทศไทยจำนวนมาก แต่ขณะที่ตัวเลขในปัจจุบันกลับลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่เห็นได้ชัดว่า ในช่วงปลายปีนี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ อาจจะไม่ได้คึกคักมาก ทั้งนี้ จากเหตุการณ์สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ ที่ต้องมีการคุมเข้มเรื่องการเอาเงินออกจากประเทศจีน ก็มีผลส่วนหนึ่งต่อสภาพการหมุนเวียนทางการเงิน ขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เพิ่มมาตรการคุมเข้มในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อโครงการที่อยู่ในระดับล่าง-ระดับกลาง ที่อาจจะได้รับการอนุมัติการกู้ที่ยากขึ้น” นายสงกรานต์ กล่าว
นายสงกรานต์ กล่าวว่า สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2562 บริษัทได้ตั้งงบประมาณกว่า 6,400 ล้านบาท ในการพัฒนาโครงการใหม่ และโครงการส่วนต่อขยาย รวม 6 โปรเจค ซึ่งถือเป็นโครงการที่จะมาช่วยเติมเต็ม และรองรับการขยายธุรกิจของบริษัทในอนาคต ทั้งนี้ ความคืบหน้าด้านงานที่ปรึกษา และบริหารงานโรงแรมที่ไฮหนาน มณฑล ยูนนานประเทศจีน กับกลุ่มจุนฟาเรียลเอสเตท ที่มีมูลค่าโครงการกว่า 18,000 ล้านบาท ปัจจุบันก่อสร้างไปแล้วกว่า 40% ซึ่งคาดว่า จะเปิดให้บริการได้ในเดือนตุลาคม ปี 2562 และเมื่อไม่นานมานี้กลุ่มจุนฟาก็ได้เชิญทีมพัฒนาโครงการของชาญอิสสระเข้าไปดูพื้นที่และศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรงแรมต่อที่ สิบสองปันนา ประเทศจีน เพื่อลงทุนพัฒนาในปีหน้าอีกด้วย