ตำรวจแจงคืบหน้าคดีบุกเดี่ยวกราดยิง ชิงทรัพย์ร้านทอง ชี้สอบพยานแล้วกว่า 20 ปาก มีความคืบหน้ามาก
ตำรวจแถลงความคืบหน้าล่าสุด คดีคนร้ายบุกเดียวกราดยิง ชิงทรัพย์ ร้านทองออโรร่า ในห้างดังเมืองลพบุรี สอบพยานแล้วกว่า 20 ปาก มีความคืบหน้ามาก โดยเมื่อช่วงเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา ที่บริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองลพบุรี พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี แถลงความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเดียวกราดยิง ชิงทรัพย์ ร้านทองออโรร่า ในห้างดังเมืองลพบุรี โดยระบุถึงความคืบหน้าในคดีดังกล่าวว่า ในขั้นตอนสืบสวนสอบสวน ซึ่งครบ 7 วัน ที่คนร้ายก่อเหตุ ได้มีการเรียกสอบพยานบุคคลไปแล้วกว่า 20 ปาก แนวทางในการสืบสวนสอบสวน ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรียังกล่าวอีกว่า จากกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาประชุมด่วนทีมสืบสวนสอบสวนในคดีคนร้ายก่อเหตุชิงทอง เมื่อช่วงเย็นวานนี้ โดยใช้เวลาประชุมเกือบ 2 ชั่วโมง ที่ห้องประชุมสำนักงานตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรี โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพ โดยระบุว่าล่าสุดคนร้ายน่าจะหลบหนีไปจังหวัดข้างเคียง หรือจังหวัดชายแดนแล้ว เพราะข้อมูลและการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน โดยเชื่อว่าระยะเวลาที่ผ่านมา หากนานไปกว่านี้คนร้ายก็น่าจะออกจากพื้นที่ไปแล้ว ส่วนปฏิบัติการตรวจค้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 15 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ที่สื่อหลายสำนักรายงานว่าตรวจค้นปืนคนร้ายนั้น ทางตำรวจยืนยันว่าไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเชื่อว่าคนร้ายน่าจะรอดูความเคลื่อนไหวของตำรวจอยู่อย่างใกล้ชิด ซึ่งทุกฝ่ายกำลังเร่งติดตาม และต้องการนำคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว ส่วนกรณีข่าวโซเชียลที่ถูกปล่อยออกมา ยอมรับว่าส่วนหนึ่งหลุดออกมาจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและคาดโทษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนบางข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคล เป็นข้อมูลที่อันตราย และผู้ที่ถูกพาดพิงเตรียมตั้งทนายฟ้องแล้ว โดยมีผู้เสียหายที่ได้รับความเดือดร้อน เดินทางมาพบกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์กับทางเจ้าหน้าที่ และได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เพื่อหาตัวผู้โพสต์มาดำเนินคดีตามกฎหมายเนื่องจากผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขณะที่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจลพบุรีได้มีการจัดซ้อมแผนเผชิญเหตุ ให้กับตำรวจชุดสายตรวจที่ต้องออกปฏิบัติงานตามจุดต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการตรวจค้น รถ และบุคคลต้องสงสัย เกี่ยวกับคดีดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจในขั้นตอนการปฏิบัติให้กับเจ้าหน้าที่ เนื่องจากคนร้านที่ก่อเหตุในคดีนี้ มีพฤติกรรม ที่โหดร้าย มีอาวุธปืน และสามารถยิงผู้บริสุทธิ์ได้โดยไม่มีความลังเลใจ