โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดคำพิพากษา ศาลตัดสินประหารชีวิต"นวัธ" ส.ส.เพื่อไทย ขอนแก่น ฐานจ้างวานฆ่าอดีต “ปลัด อบจ.”

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 ก.ย 2562 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2562 เวลา 10.47 น.

เมื่อวันที่ 24 กันยายน  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีศาล จ.ขอนแก่น ได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีเลขดำที่ อ.929/61 ระหว่างฝ่ายโจทก์คือพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น และฝ่ายจำเลยคือนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย ในข้อหาฐานก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด โดยทั้งฝ่ายจำเลย ฝ่ายโจทก์ โดยศาลได้ใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษาประมาณ 1 ชั่วโมง มีคำพิพากษาประหารชีวิตนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย และให้ชดใช้ค่าปลงศพเป็นเงิน 300,000 บาทนั้น สำหรับคำพิพากษาฉบับเต็มมีรายละเอียดดังนี้

คดีอาญาหมายเลขดำที่ 929/2561 คดีหมายเลขแดงที่ 926/2562ของศาลจังหวัดขอนแก่นระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นโจทก์ นางลำดวน โคตรทุม โจทก์ร่วม นายนวัธ เตาะเจริญสุข จำเลย คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้ จ้าง วาน ยุยงส่งเสริม ดาบตำรวจวีระศักดิ์ ชำนาญพล และ พ.ต.ท.พัสมจิต แก้วพรม กับพวกให้ฆ่านายสุชาติ โคตรทุม ผู้ตาย ต่อมาเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2556 ดาบตำรวจวีระศักดิ์และ พ.ต.ท.สมจิตกับพวกร่วมกันใช้อาวุธปืนพกยิงผู้ตายหลายนัด เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 , 299 จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ก่อนวันเกิดเหตุดาบตำรวจวีระศักดิ์และ พ.ต.ท.สมจิตกับพวกร่วมกันวางแผนฆ่า ผู้ตายซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดอบจ.ขอนแก่นในขณะนั้น จนกระทั่งวันที่ 3 พฤษภาคม 2556 เวลา 7.00น. พ.ต.ท.สมจิตกับพวกร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจนถึงแก่ความตาย ต่อมาศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าดาบตำรวจวีระศักดิ์และพ.ต.ท.สมจิตกับพวกมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษจำคุกตาบตำรวจวีระศักดิ์กับพวกตลอตชีวิต และประหารชีวิต พ.ต.ท.สมจิต
คดีนี้ตามพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมรับฟังได้ว่ามูลเหตุในการฆ่าผู้ตายมาจากเรื่องชู้สาวที่ผู้ตายมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภริยาจำเลย ส่วนปัญหาว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลเห็นว่าในความผิดฐานใช้ จ้าง วาน ยุยง ส่งเสริมให้บุคคลอื่นกระทำความผิดนั้น ผู้ที่จะใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ได้ลงมือเอง ก่อนกระทำความผิดจะต้องมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อตัดตอนให้ตนเองห่างจากผู้ลงมือเพื่อปกปิดการกระทำความผิดไว้เพื่อมิให้บุคคลอื่นซึ่งมีผู้ร่วมกระทำความผิดล่วงรู้ เพราะเกรงภัยจะมาสู่ตนได้โดยง่าย จึงยากที่จะหาประจักษ์พยานที่จะรู้เห็นได้ การจะวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดหรือไม่จะต้องพิจารณาจากพยานแวดล้อมพยานบุคคลที่เป็นพยานบอกเล่า วัตถุพยาน

ซึ่งในคดีนี้โจทก์และโจทก์ร่วมมีบันทึกคำให้การในชั้นสอบสวนของดาบตำรวจวีระศักดิ์ยืนยันว่า ก่อนวันเกิดเหตุดาบตำรวจวีระศักดิ์ขับรถยนต์พาพ.ต.ท.สมจิตไปพบนายประพันธ์แล้วเดินทางไปบนจำเลย พ.ต.ท.สมจิตและนายประพันธ์เข้าไปในบ้านจำเลยเป็นเวลานาน หลังจากนั้นดาบตำรวจวีระศักดิ์ขับรถพา พ.ต.ท.สมจิตและนายประพันธ์ผ่านหน้าบ้านผู้ตายแล้วขับกลับมาส่งนายประพันธ์ที่หน้าบ้านจำเลย
และในวันเกิดเหตุดาบตำรวจวีระศักดิ์ขับรถยนต์ไปเฝ้าดูความเคลื่อนไหวบริเวณหน้าบ้านผู้ตาย ส่วนพ.ต.ท.สมจิต นายประพันธ์ และนายบุญช่วยอยู่ที่รถยนต์อีกคันหนึ่ง ซุ่มดูเหตุการณ์บริเวณปากซอยทางเข้าบ้าน จนถึงเวลาเกิดเหตุ เมื่อผู้ตายถอยรถยนต์ออกจากบ้าน ดาบดำรวจวีระศักดิ์โทรศัพท์แจ้งพ.ต.ท.สมจิต นายบุญช่วยขับรถยนต์ขวางหน้ารถผู้ตาย เมื่อผู้ตายลงมาจากรถ พ.ต.?.สมจิตและนายประพันธ์ลงจากรถยนต์แล้วใช้อาวุธปืนยิงหลายนัดจนผู้ตายถึงแก่ความตายทันในที่เกิดเหตุ

รายละเอียดดังกล่าวนั้นอยู่ในความรับรู้ของดาบตำรวจวีระศักดิ์ ยากที่พนักงานสอบสวนจะปั้นแต่งเพื่อเอาผิดจำเลยได้ และเป็นการให้การหลังเกิดเหตุไม่นานดาบตำรวจวีระศักดิ์ย่อมไม่มีเวลาที่จะคิดไตร่ตรองเพื่อปรักปรำหรือช่วยเหลือฝ่ายใด ชี้ให้เห็นว่าดาบตำรวจวีระศักดิ์ให้การด้วยความสมัครใจ คำให้การในชั้นสอบสวนของดาบตำรวจวีระศักดิ์จึงน่าเชื่อถือ

นอกจากนี้ยังปรากฏว่า ในช่วงก่อนวันเกิดเหตุ ในวันเกิดเหตุทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.สมจิตและจำเลยได้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ติดต่อกันจริง พยานพฤติเหตุแวดล้อมของโจทก์และโจทก์ร่วมสอดคล้องเชื่อมโยงกันรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยเป็นผู้ใช้ผู้อื่นฆ่า ผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจริง จึงมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 84 ลงโทษประหารชีวิต และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...