โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไกด์ Call of Duty: Mobile หลักสูตรเรียนรู้การยิง 5 Step สำหรับทหารหน้าใหม่

GameFever TH

อัพเดต 09 ต.ค. 2562 เวลา 06.16 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2562 เวลา 13.16 น. • GameFever.co

หลังจากตัวเกม Call of Duty: Mobile เปิดให้บริการกันมาราวๆ หนึ่งอาทิตย์ ก็มีผู้เล่นมาขึ้นเรื่อยๆ ไม่ขาดสาย แม้ตัวเกมจะเป็นแนว Shooting สำหรับมือถือ แต่บางคนก็อาจจะมองว่ามันเล่นยากมากๆ แตกต่างจากเกมแนว Shooting อื่นๆ เพราะเกมมันค่อนขข้างรวดเร็ว เล็งสู้แทบไม่ทัน จนบางคนหัวร้อนปาโทรศัพท์ทิ้งก็มี ( ล่ะมั้ง ) วันนี้ทาง GameFever TH จะมาให้ตำราหลักสูตรทหารหน้าใหม่ ในเรื่องการฝึกการยิงปืนเบื้องต้น 5 Step เมื่อจบหลักสูตรนี้แล้วเชื่อเลยว่าความสามารถในการเล่นของเหล่าทหารทั้งหลายจะต้องสูงขึ้นและมั่นใจมากขึ้นอย่างแน่นอน

==================================================

บทเรียนที่ 1: แผงควบคุมการยิง

จุดนี้เราไม่ได้มาสอนหรือมาบอกว่า ปุ่มนั้นปุ่มนี้ใช้ทำอะไรได้บ้างเพราะตอนเริ่มเกมครั้งแรก จะมี Tutorial ฝึกสอนการใช้ปุ่มต่างๆ อยู่แล้ว แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้เลยคือ การควบคุมการยิให้แม่นยำนั้น จะต้องปรับและจัดตำแหน่งปุ่มต่างๆ ให้เข้ามือเรามากที่สุด สามารถเข้าไปปรับตำแหน่งปุ่มได้ที่เมนูตั้งค่า, การควบคุม และกดที่กรอบสีเหลืองคำว่าปรับแต่งปุ่ม ก็จะเข้าสู่โหมดปรับแต่งปุ่มตามภาพ ยกอย่างเช่นปุ่มเล็งยิงที่ถูกเซ็ตไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม นิ้วโป้งผมมักชอบกดเหนือปุ่มยิงเสมอ ทำให้เสียจังหวะในการปะทะและทำให้เราตายเหมือนไก่ จึงได้ปรับตำแหน่งปุ่มยิงให้สูงงขึ้นและเฉียงออกทางซ้ายเล็กน้อย ผลคือทำให้เรารู้สึกควบคุมได้ดีขึ้นจนน่าตกใจ ส่วนปุ่มเล็งผมก็ขยับขึ้นมาให้สูงอีกนิดเพราะเวลาใช้นิ้วลากเปลี่ยนมุมมองซ้ายขวามักจะโดนปุ่มเล็งเสมอ ซึ่งอันนี้เป็นความถนัดของแต่ละบุคคล

บทเรียนที่ 2: Simple Fire และ Andvance Fire ดีคนละแบบ

บทเรียนแรกมันจะสั้นๆ ไปหน่อย แต่บทเรียนต่อไปจะเริ่มสู่ความเข้มข้นของหลักสูตรกันแล้ว  เมื่อกล่าวถึงรูปแบบการยิงในเกม Call of Duty: Mobile จะถูกแบ่งออกเป็นสองแบบคือแบบ Simple Fire หรือการยิงแบบง่ายๆ หรือ Advance Fire หรือการยิงแบบควบคุมการเล็งยิงด้วยตัวเอง

ระบบการยิงด้วยตัวเองนั้นจะมีข้อดีอย่างงหนึ่งคือ สามารถเลือกรูปแบบการยิงย่อยๆ ออกเป็นสองอย่างด้วยกันคือ ต้องกดปุ่มยิงจะยิงทันทีแบบ Hip fire หรือกดปุ่มยิงปุ่มเดียวจะเป็นการเล็งและยิงให้ซึ่งจุดนี้สามารถปรับแต่งและล็อคประเภทอาวุธปืนได้เลยว่าปืนแต่ละอย่างจะให้ยิงในรูปแบบไหน

มาพูดส่วนของการยิงแบบ Simple Fire ก่อน ซึ่งมันก็คือการลากนิ้วด้านขวาที่เป็นการหันมุมมองให้เป้าไปตรงกลางงตัวศัตรู แล้วมันจะขึ้นรูปเป้าสีเหลืองแสดงถึงการล็อคเป้า และสีแดงคือตัวเกมจะทำการยิงให้อัตโนมัติโดยไม่ต้องกดปุ่มยิง สังเกตุเลยว่าหากใช้รูปแบบการยิงแบบ Simple Fire ปุ่มยิงจะหายไป ซึ่งมันจะดูง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องงเสียเวลากดปุ่มเล็ง แต่ทว่าข้อเสียของการยิงแบบนี้เลยคือ ไม่เหมาะกับปืนที่ต้องการความแม่นยำสูงมากๆ และใช้เวลาในการยิงก็นานเกินไป คือหากเราต้องเล่นปืน Assault Rifle หรือ Sniper Rifle แล้วเราลากเป้าให้ตรงกลางศัตรู ระบบมันจะใช้เวลาประมาณ 1-1.5 วินาทีในการยิงออกไปซึ่งมองว่ามันนานเกินไป ยิงสู้ใครไม่ทันตายพอดี และข้อเสียร้ายแรงที่สำคัญเลยคือ หากเจอระเบิดควันแล้วศัตรูวิ่งผ่าน แม้ว่าเราจะเห็นหรือคิดว่าต้องยิงโดนแน่ๆ ในจุดนี้ ระบบมันจะไม่ยิงให้ซึ่งทำให้เราอาจจะโดนสวนกลายเป็นไก่ก็เป็นได้

แม้ว่าการยิงแบบ Simple Fire จะมีข้อเสียร้ายแรงมากๆ แต่มันก็มีข้อดีสำหรับคนทีเล่นปืน Shotgun หรือปืนลูกซอง เพราะระบบการยิงงให้อัตโนมัติในระยะประชิดจะทำให้ปืนนี้ได้เปรียบมากๆ เนื่องจากไม่ต้องการความแม่นยำนัก ขอให้เข้าในระยะหวังผลแล้วลากเป้าไปกลางตัวศัตรู จากนั้นก็ BANG!! ลงไปนอนแบบในภาพเลย

ส่วนระบบการยิงงแบบ Advance Fire จะเป็นการยิงที่ผู้เล่นต้องงควบคุมปุ่มยิงด้วยมือเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นแบบการเล็งยิงในปุ่มเดียวหรือยิงทันทีแบบ Hip Fire ก็ตาม แน่นอนว่าการยิงแบบนี้ข้อเสียเลยคือมันไม่เอื้ออำนวยต่อทหารหน้าใหม่ที่เข้ามาเล่นเกมนี้แน่ๆ เพราะหากเราไม่คุ้นเคยหรือทำความเคยชินในเวลาคับขัน จะทำให้มือของเราลนและกดผิดปุ่มเป็นแน่แท้ แต่มันคือข้อดีที่ว่าหากฝึกจนคุ้นชิน เราจะสามารถยิงสู้, การตอบสนองได้ไวกว่าและสามารถควบคุมวิถีกระสุนได้ดีกว่าการยิงแบบ Simple Fire อีกด้วย

การยิงแบบ Advance Fire นั้นเหมาะสำหรับปืนทุกกระบอกและผู้เล่นที่เริ่มชำนาญ โดยเฉพาะการใช้ปืน Sniper Rifle ยิงแบบ Advance Fire ชนิดเล็งแล้วยิงในปุ่มเดียว ซึ่งคนเล่นเก่งๆ มักใช้การยิงแบบนี้ในการใช้ปืน Sniper Rifle เพราะสามารถตอบสนองและยิงตอบโต้ศัตรูในระยะกลางและใกล้เมื่อถูกบุกเข้ามา หรือจะวิ่งไปบู้ ยิงใส่แบบ Quick Scope ก็ทำได้ดีเช่นกัน

บทเรียนที่ 3: รู้จัก Patern Recoil ย่อมรู้จักปืน

แรง Recoil หรือแรงถีบของปืนแต่ละกระบอกไม่เหมือนกัน ย่อมส่งผลต่อวิธียิงต่างกันออกไป ฉะนั้นจะต้องเรียนรู้ Patern Recoil ปืนแต่ละกระบอก ก็จะเข้าใจโดยทันทีว่าปืนแต่ละกระบอกเวลายิงควรยิงสู้ในระยะไหน

ยกตัวอย่างปืน M4 ( ที่จริงคือ M4A1 เพราะ M4 ของจริงมันยิงแบบ Full Auto ไม่ได้ ) ในเกมนี้เมื่อเรายิงแบบอัตโนมัติจะสังเกตุว่า ปืนจะไม่ค่อยดีดขึ้น กลุ่มกระสุนเกาะกลุ่มได้ดีมาก แต่จะค่อนข้างเบี่ยงซ้ายขวานิดหน่อย ทำให้ปืนนี้เหมาะกับการต่อสู้เกือบทุกระยะ แต่ระยะไกลก็สู้ได้แต่อาจจะยิงโดนบ้างไม่โดนบ้าง หากยิงหยอดเป็นชุดๆ ก็ถือว่าแม่นยำพอที่จะยิงสวนพวกปืน Sniper Rifle ได้หากไม่โดนยิงงตายเสียก่อน

ยกตัวอย่างอีกกระบอกคือ AK-47 ปืนนี้แรงถีบสูงมาก แต่ยิงค่อนข้างตรง ไม่ค่อยเบี่ยงซ้ายขวาเท่ากับ M4 เราก็ใช้ปืนกระบอกนี้ไปสู้ในระยะใกล้และกลางเป็นหลัก ใช้ความรุนแรของงปืนกระบอกนี้จัดการศัตรูให้ตายภายในชุดเดียว และยิ่งเจอศัตรูในมุมหรือที่แคบหรือภายในอาคาร ปืนนี้จะแสดงความโหดเหี้ยมจนหลายคนไม่อยากเจอกับมันในระยะใกล้เลยด้วยซ้ำไป แต่การยิงสู้ระยะไกลไม่เหมาะเท่าไหร่นัก เพราะควบคุมยากมาก

บทเรียนที่ 4: เรียนรู้การใช้งาน Operator Skill ให้ชำนาญ

Operator Skill หรือ Signature Weapon มันคืออาวุธสุด OP โดยเงื่อไขที่จะใช้มันได้คือต้องสะสมเกจที่ได้จากการฆ่าหรือช่วยเหลือทีมในด้านต่างๆ จนเกจเต็มถึงสามารถเอาออกมาใช้ได้ ซึ่งแต่ละกระบอกจะมีความสามารถแตกต่างกันรวมถึงวิธีใช้งาน โดยขอยกตัวอย่าง War Machine ซึ่งเป็น Operator Skill ที่หน้าตาเหมือนกับเครื่องยิงลูกระเบิด M32 Grenade Launcher วิธีใช้งานก็คือ ยิงลูกระเบิดใส่ศัตรู และจะระเบิดทันทีเมื่อกระทบศัตรู, พื้นหรือวัตถุต่างๆ รัศมีระเบิดเทียบเท่า Frag Grenade ที่ใช้กันในเกม มีวิถีการยิงแบบโค้ง ระยะไม่ค่อยไกล และอันตรายมากหากยิงใส่ในระยะใกล้เพราะจะทำให้ผู้ใช้โดนแรงระเบิดตายไปด้วย และที่สำคัญเลยก็คือ มันใช้ได้แค่รอบเดียว หากเราตายโดยไม่ได้ทันใช้หรือใช้กระสุนไม่หมด ปืน Operator Skill ก็จะหายไปและต้องสะสมเกจกันใหม่ ซึ่งในเกมมันจบค่อนข้างงไว ส่วนใหญ่มักใช้ได้แค่ครั้งงเดียว เราต้องระวังข้อนี้ไว้ให้ดีๆ เมื่อเรารู้จักปืน Operator Skill มันจะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่พลิกเกมกลับมาให้ชนะก็ยังได้หากใช้ถูกจังหวะและรู้วิธีการใช้งานของมัน

บทเรียนที่ 5: Perk Agile ต้องมีติดไว้ทุกครั้ง

บทเรียนสุดท้ายสำหรับตำรานี้ หากใครยังรู้สึกวิ่งไปยิงศัตรูแล้วรู้สึกเล็งช้าเสียเหลือเกิน ก็ขอให้รู้ไว้เลยว่า มันคือสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเหล่าทหารที่ชำนาญก็ดีหรือเหล่าหน้าใหม่ที่เรียนรู้ตำราทั้งสี่บทก่อนหน้าแล้ว นั้นก็คือ Perk ที่มีชื่อว่า Agile ซึ่งคุณสมบัติของมันก็คือ เวลาวิ่งอยู่นั้นจะทำให้เราเล็งปืนไว้ขึ้น 85 เปอร์เซ็นต์ โดยเงื่อนไขการปลดล็อค Perk นี้คือผู้เล่นจะต้องมีเลเวล 30 ขึ้นไปถึงจะใช้งานได้ แนะนำให้เป็น Perk ที่ควรใช้งานติดตัวเป็นหลัก แล้วจะทำให้เราวิ่งไปปะทะจะตอบสนองได้ฉับไวขึ้นจนเห็นได้ชัด เพราะการเผชิญหน้ากัน ความเร็วเสี้ยววินาทีชี้เป็นชี้ตายในเกมได้เลยทีเดียว

==================================================

และนี่คือทั้งหมดของตำราเบื้องต้น 5 Step สำหรับเหล่าทหารหน้าใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าจะยิงยังไงให้เทพ ซึ่งขอบอกก่อนว่าไม่จำเป็นต้องทำตามเป๊ะๆ เน้นดัดแปลงและปรับให้เข้ากับเราถือเป็นอันใช้ได้ เพราะทหารทุกนายนั้นมีความสามารถไม่เหมือนกัน บางคนถนัดบู๊ยิงแหลก หลบพริ้วๆ ทะลวงแนวหน้า หรือบางคนก็ยิงแม่นราวจับวาง เข้าทางปืนก็มีศพ ฉะนั้นหวังว่าตำรานี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ขอให้โชคดีในสนามรบทุกท่าน Good Luck Soldier!

สำหรับใครที่สนใจอยากลองเล่น สามารถดาวน์โหลดกันได้เลยตามลิ้งก์ข้างล่าง

ดาวน์โหลดผ่าน ios: คลิ๊กที่นี่ ดาวน์โหลดผ่าน Android: คลิ๊กที่นี่ ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...