โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ค้นหาทางออกสังคมไทย กลาง 'สงครามเย็น(ใน)ระหว่างโบว์ขาว' กับ 'กนกรัตน์ เลิศชูสกุล'/เปลี่ยนผ่าน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 18 พ.ค. 2564 เวลา 02.32 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2564 เวลา 02.32 น.

เปลี่ยนผ่าน

เอกภัทร์ เชิดธรรมธร

 

ค้นหาทางออกสังคมไทย

กลาง ‘สงครามเย็น(ใน)ระหว่างโบว์ขาว’

กับ ‘กนกรัตน์ เลิศชูสกุล’

 

จากปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในปี 2563-2564 จุดเริ่มต้นจาก “แฟลชม็อบคนรุ่นใหม่” มาสู่ “ม็อบราษฎร” ท่ามกลางการปรับกระบวนการรับมือของรัฐไทย การตอบโต้ของคนต่างความคิด ต่อเนื่องถึงคำถามถึงกระบวนการยุติธรรมในปัจจุบัน

นี่กลายเป็นสิ่งที่สังคมพยายามทำความเข้าใจ ตั้งคำถาม และหาคำตอบ ว่าเราทั้งหมดจะต้องอยู่ร่วมกันอย่างไร?

หนึ่งในบุคคลที่เฝ้ามองปรากฏการณ์ดังกล่าว ผ่านการลงพื้นที่-พูดคุยกับผู้ร่วมชุมนุม รวมถึงคนในกลุ่มความคิดต่างๆ ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นต่างกับ “คณะราษฎร 2563” ก็คือ “ผศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล” แห่งคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ซึ่งเพิ่งถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้นลงในหนังสือ “สงครามเย็น(ใน)ระหว่างโบว์ขาว” จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน

 

อาจารย์กนกรัตน์ให้สัมภาษณ์กับมติชนทีวีถึงหนังสือเล่มใหม่นี้โดยระบุว่า เป็นหนังสือที่อยากจะชวนทุกคนมาคุยกันถึงสถานการณ์การเมืองในปีที่แล้ว ว่าเราจะเข้าใจความขัดแย้งและการลุกขึ้นมาของคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร?

ส่วนชื่อหนังสือประกอบด้วยคำสามคำ คือ หนึ่ง “สงครามเย็น” สอง “(ใน)ระหว่าง” สาม “โบว์ขาว” ซึ่งทั้งสามคำนี้คือการอธิบายถึงการอยู่ร่วมกันของ “คนสามรุ่น” ในสังคม ได้แก่ “คนรุ่นสงครามเย็น” “คนรุ่นในระหว่าง” หรือ “รุ่น in-between” และ “คนรุ่นโบว์ขาว” หรือ “คนรุ่นใหม่”

อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ อธิบายเพิ่มว่า ถ้าจำได้จะมีคำอธิบายเยอะมากว่าการเมืองเมื่อปีที่แล้วคือความขัดแย้งระหว่าง “คนรุ่นเก่า” กับ “คนรุ่นใหม่” ซึ่งตนเองพยายามทำความเข้าใจว่าที่จริงมันคืออะไร? เพราะตลอดประวัติศาสตร์การเมืองไทยและประวัติศาสตร์โลก “ความขัดแย้งระหว่างรุ่น” มักเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ

ภาพที่อาจารย์กนกรัตน์มองเห็นคือ “คนสามรุ่น” ในสังคมการเมืองไทยยุคปัจจุบัน นั้นไม่สอดคล้องกับ “รุ่น” ในแบบที่สังคมตะวันตกกำหนด

“ฝรั่งเขาจะกำหนด ‘เบบี้บูมเมอร์-เจนเอ็กซ์-เจนวาย’ แต่กรอบแบบนี้ไม่ช่วยให้เราทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในการเมืองไทย โดยเฉพาะปรากฏการณ์ความขัดแย้งที่ผ่านมา”

 

หลังจากได้ตระเวนรับฟังความคิดเห็นของผู้ร่วมชุมนุมหลายร้อยราย นักรัฐศาสตร์ผู้นี้คิดว่าการพูดคุยเฉพาะกับกลุ่ม “คนรุ่นใหม่” นั้นไม่เพียงพอจะทำให้เราเข้าใจปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น จึงเริ่มหันไปสนทนากับคนกลุ่มอื่นๆ มากขึ้น คือ ไปคุยกับคนรุ่นคุณปู่ คุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ ทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับ “คนรุ่นใหม่”

จนทำให้เห็นภาพของ “คนสามรุ่น” คือ “คนรุ่นสงครามเย็น” ที่เติบโตมาในช่วงสงครามเย็นและกำลังเป็นคนที่มีบทบาททางการเมือง มีบทบาททางเศรษฐกิจและสังคม ในทุกพื้นที่ของสังคมไทย แต่เป็นกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการลุกขึ้นมาของ “คนรุ่นใหม่” มากที่สุด

ส่วนรุ่นที่สอง คือ “รุ่นระหว่างกลาง” หรือ รุ่น “in-between” ซึ่งเป็นรุ่นคุณพ่อคุณแม่ของ “คนรุ่นใหม่” พวกเขาเป็นคนที่ถูกเลี้ยงดูโดย “คนรุ่นสงครามเย็น” เข้าใจ “คนรุ่นเก่า” และเข้าใจ “คนรุ่นใหม่” ด้วย จึงอยากให้ “คนรุ่นใหม่” มีเส้นทางชีวิตที่แตกต่างจากตัวเอง

และสุดท้าย คือ “รุ่นโบว์ขาว” หมายถึงบรรดา “คนรุ่นใหม่” ที่ลุกขึ้นมาแสดงพลังเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงในช่วงปีที่แล้ว

 

อาจารย์กนกรัตน์ฉายภาพปัจจัยที่ส่งผลต่อความคิดของคนแต่ละรุ่น ที่อาจช่วยให้เราเข้าใจเงื่อนปมของ “ความขัดแย้ง” ในสังคมไทย ไว้อย่างน่าสนใจ

กรณี “คนรุ่นสงครามเย็น” นักวิชาการรายนี้ระบุว่า เราต้องทำความเข้าใจคนรุ่นนี้ให้มาก เพราะอย่างไรเสีย พวกเขาก็เป็นคนที่มีบทบาทและกุมอำนาจในปัจจุบัน ฉะนั้น หากอยากจะเปลี่ยนแปลงสังคมไทย เราจะไม่เข้าใจคนรุ่นนี้ไม่ได้

“จุดที่น่าสนใจ คือ ‘คนรุ่นสงครามเย็น’ เติบโตมาท่ามกลางการเมืองแบบสงครามเย็น ที่เขาเชื่อจริงๆ ว่าการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทุกอย่างเกิดขึ้นผ่านการแทรกแซงของมหาอำนาจ ซึ่งเกิดขึ้นจริงๆ ในยุคเขา เพราะฉะนั้น การที่คนรุ่นนี้สรุปว่าพลังในปีที่แล้วเป็นพลังที่ต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลัง เป็นสิ่งที่เข้าใจได้

“เรื่องที่สองก็คือ คนรุ่นนี้กังวลและไม่เชื่อเรื่องการเปลี่ยนแปลง คนในยุคสงครามเย็นเติบโตมาในโลกที่เปลี่ยนแปลงช้ามาก เพราะฉะนั้น การเปลี่ยนแปลงคือสิ่งที่พวกเขากลัวและกังวล

“ในทางตรงกันข้าม ‘คนรุ่นใหม่’ หรือ ‘คนรุ่นโบว์ขาว’ และ ‘คนรุ่นในระหว่าง’ รู้ว่าโลกมันเปลี่ยนเร็ว เพราะฉะนั้น การยอมรับการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ มันจะต้องเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้จึงไม่อยู่ในวิธีคิดของคนรุ่นสงครามเย็น

“นอกจากนั้น การตั้งคำถามกับประชาธิปไตย ก็เป็นเรื่องที่ ‘คนรุ่นสงครามเย็น’ ตั้งคำถามกับประชาธิปไตยภายใต้การเมืองที่ประเทศมหาอำนาจเข้ามาแทรกแซง

“ซึ่งมันตรงกันข้ามกับ ‘คนรุ่นโบว์ขาว’ ที่ไม่เชื่อว่าตัวเองจะถูกครอบงำ (พวกเขา) มีความคิดสร้างสรรค์ มีความเป็นตัวของตัวเอง ที่ไม่ผูกติดตัวเองอยู่ภายใต้การครอบงำของพรรคการเมือง ตั้งคำถามกับทุกเรื่อง

“และที่สำคัญเชื่อว่าประชาธิปไตยจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้เขาในฐานะคนตัวเล็กๆ และเป็นคนที่อยู่ในโครงสร้างที่อยู่ล่างสุดในพีระมิดทางอำนาจของสังคม ลุกขึ้นมาพูดอะไรได้ มีกระบอกเสียง สร้างองค์กรทางการเมืองของตัวเอง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ”

 

อาจารย์กนกรัตน์ยังหยิบยกกรณีการอดอาหารประท้วงของ “เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์” และเพื่อนๆ ร่วมอุดมการณ์ มาอธิบายว่าเป็นภาพที่น่าสนใจในการสะท้อนมุมมองของคนสองคนรุ่นที่แตกต่างกันมาก

“วิธีการมองเรื่องการอดอาหาร มันเป็นเครื่องมือในเชิงสัญลักษณ์ เรายังไม่เคยเห็นการอดอาหารจริงๆ ที่ยาวนานขนาดนี้มาก่อน การอดอาหารใน 40 วันนี้ของคุณเพนกวิน ถ้ามองจาก ‘คนรุ่นสงครามเย็น’ ทุกคนจะพูดเหมือนกันหมดว่า ‘โอ๊ย อดไม่นาน เดี๋ยวมันก็เลิกแล้ว’ เพราะคนรุ่นนี้มองว่าการอดอาหารเป็นเพียงแค่เครื่องมือการขู่-ต่อรอง

“ขณะเดียวกัน สำหรับคนอีกรุ่นหนึ่ง การเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงมันไม่ใช่เพียงแค่การต่อรองอำนาจทางการเมือง แต่เขากำลังพูดถึงอนาคตของเขา

“เพราะฉะนั้น เราจะเห็นความจริงจังในการอดอาหารครั้งนี้ของคุณพริษฐ์แบบเราไม่เคยได้เห็นมาก่อน เพื่อบอกจริงๆ ว่า ในฐานะของคนที่ไม่มีอำนาจ ไม่มีอาวุธ นี่เป็นเครื่องมือเดียวจริงๆ คือการเอาชีวิตของตัวเองเป็นเดิมพัน ต่อการที่จะบอกว่าเขาไม่มีอาวุธอื่นเหลืออยู่แล้ว”

สำหรับคำถามสำคัญสุดที่ว่า “ความขัดแย้งระหว่างรุ่น” รอบนี้จะมีทางออกอย่างไร? อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ตอบว่า “คนสองรุ่น” คือ “คนรุ่นสงครามเย็น” กับ “คนรุ่นโบว์ขาว” นั้นมีจุดยืนที่แตกต่างกันมาก สังคมจึงอาจต้องฝากความหวังไว้กับคนอีกกลุ่มหนึ่ง

“‘คนรุ่นสงครามเย็น’ กับ ‘คนรุ่นโบว์ขาว’ จะหันหน้ามาเจอกันได้ไหม? ข้อสรุปของหนังสือเล่มนี้คือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

“แต่สิ่งที่น่าสนใจและเป็นหนึ่งในเรื่องเซอร์ไพรส์มาก จากการพูดคุยกับคนสามร้อยกว่าคน คือ ‘คนรุ่นตรงกลาง’ หรือ ‘คนรุ่น in-between’ คนรุ่นนี้คือจุดเริ่มต้นและจะเป็นพลังสำคัญในการแก้ไขปัญหาในอนาคต โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งระหว่างสองรุ่น”

ส่วนรายละเอียดที่ว่า “คนรุ่นระหว่างกลาง” จะสามารถแก้ไขคลี่คลายปัญหาทางการเมืองได้อย่างไรนั้น? สามารถอ่านข้อเสนอของอาจารย์กนกรัตน์ได้ในหนังสือ “สงครามเย็น(ใน)ระหว่างโบว์ขาว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...