นายกสภาฯมทร.พระนครแจงตัดชื่อ ‘มทร.’ เพื่อพัฒนา หวังล้างคราบอาชีวะ
นายกสภาฯมทร.พระนครแจงตัดชื่อ ‘มทร.’ เพื่อพัฒนา หวังล้างคราบอาชีวะ จวกกลุ่มค้าน หัวเก่าแทรกแซงมหา’ลัย
กรณีศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)พระนคร ออกมาต่อต้าน กรณีสภามหาวิทยาลัยมีมติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยด้วยการตัดชื่อ “ราชมงคล” อันเป็นนามมงคลที่ได้รับพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งมีหมายความว่า “มหาวิทยาลัยอันเป็นมิ่งมงคลแห่งพระราชา” ออกไป นั้น
อ่าน ศิษย์เก่า-เครือข่าย รุมต้าน สภา มทร.พระนคร ตัดชื่อนามพระราชทาน ‘ราชมงคล’ ออก เหลือ ‘ม.พระนคร’
เมื่อวันที่ 16 กันยายน ศ.ดร.สุรพงษ์ โสธนะเสถียร นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)พระนคร เปิดแถลงข่าวกรณีดัง กล่าวว่า กรณีนี้ถือเป็นเรื่องภายในมหาวิทยาลัย ทั้งนี้การเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยมีการหารือกันมานานกว่า 3 ปี ว่าควรจะรีแบรนด์ หรือเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ให้กับมหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้หมายความว่า ชื่อมทร.พระนครไม่ดี แต่ทางการตลาดจะมองว่า เป็นมหาวิทยาลัยอนุรักษ์นิยม ดังนั้นจึงอยากเปลี่ยนให้มีความทันสมัย ซึ่งพยายามทบทวน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ประเด็นแรก มทร. ทั้ง 9 แห่ง มีประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2518 ที่แยกตัวมาจากกรมอาชีวศึกษาเดิม มาเป็น วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ตั้งแต่ปี 2519 ซึ่งมทร.พรนคร ทบทวนดูว่า พัฒนามาจากอาชีวะ มาเป็นปริญญาตรี ทำให้คนโดยทั่วไปรับรู้ว่า มีความเชี่ยวชาญด้านวิชาชีพ กระทั่งปี 2548จึงเกิดเป็นพ.ร.บ.มทร.ขึ้นมา มทร.พระนคร มีทั้งหมด 3 วิทยาเขต พื้นที่รวมกัน ประมาณ50 ไร่ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน จึงเป็นข้อจำกัดในการบริหารจัดการ ไม่สามารถขยายเปิดสาขาใหม่ ๆ ได้
“การเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัย ไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้น ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ การออกกฎหมายใหม่ จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัย หากใช้ชื่อ มทร.และอยู่รวมกลุ่มอย่างเดิม ก็ถือว่ายังไม่หลุดออกจากพวกของทั้ง 9 แห่ง และหากยังใช้มทร.ก็ซ้ำซ้อนกับมหาวิทยาลัยอื่นที่ เตรียมออกนอกระบบไปแล้ว อย่าง มทร.ธัญญบุรี ที่เตรียมออกนอกระบบโดยใช้ชื่อ มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนครั้งนี้แม้ไม่มีคำว่า มทร. แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแบบทิ้งรากเหง้า เพราะเปลี่ยนเป็น มหาวิทยาลัยพระนคร ซึ่งถือเป็นชื่อเมือง เพราะเดิม กรุงเทพฯชื่อจังหวัดพระนคร เชื่อว่า หากใช้ชื่อนี้ มีโอกาสจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว แต่หากใช้ชื่อเดิม จะถูกจัดอยู่ในมหาวิทยาลัยอีกระดับหนึ่ง ตรงนี้เป็นเหตุผลสำคัญ“ ศ.ดร.สุรพงษ์ กล่าว
ศ.ดร.สุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่สมาคมศิษย์เก่าออกมาคัดค้านนั้น กลุ่มที่ออกมาคัดค้านคือ สมาคมศิษย์เก่าพณิชยการพระนครและสมาคมศิษย์เก่าช่างกลพระนครเหนือ เป็นคนรุ่นเก่าที่ยึดติดกับสถาบันเก่าเมื่อปี 2518 ซึ่งผ่านมานานกว่า 40 ปีแล้ว ทั้งที่คนเหล่านั้น ไม่มีสิทธิ คนที่มีสิทธิคือ สมาคมศิษย์เก่ามทร.พระนคร การทำเช่นนี้ถือเป็นการแทรกแซงการทำงานของมหาวิทยาลัย อย่าไปติดมั่น ยึดมั่น เพราะสอนที่มทร.พระนครตั้งแต่ปี 2519 รู้ประวัติศาสตร์ดี คนที่มาคัดค้าน อยากให้นักศึกษาปัจจุบันมีความรู้สึกร่วม กับความเป็นกรมอาชีวะเดิม