กลยุทธ์ล็อบบี้สำหรับผู้นำ
เมื่อได้ยินคำกริยาที่คนไทยใช้ทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า "ล็อบบี้" (lobby) และคำว่า "ล็อบบี้ยิสต์" (lobbyist) เรามักนึกถึงการเมืองคำในภาษาไทยที่ใกล้เคียงกับ lobby มากที่สุดก็คือ "วิ่งเต้น" มีความหมายในแนวลบหน่อยๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เราสามารถวิ่งเต้นให้คนสนับสนุนเราทั้งในเรื่องดีและเรื่องไม่ดีได้ทั้งคู่
ที่มาของศัพท์สองคำนี้เริ่มขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ.1830 เมื่อมีตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์พยายามชักชวนคนอื่นๆ ให้มารวมตัวกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งเสียงสนับสนุนจากสภาคองเกรสในการลงมติเรื่องต่างๆ ตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์ที่ทำหน้าที่วิ่งไปหาคนชักชวนให้มาสนับสนุนความต้องการก็คือ lobbyist หรือนักล็อบบี้นั่นเอง คำสองคำนี้จึงมีที่มาจากการเมือง
ในแง่ธุรกิจ การเป็นล็อบบี้ยิสต์ ก็คืออาชีพคล้ายนายหน้าที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการติดต่อทำความรู้จัก ช่วยสร้างความสัมพันธ์ หรือ connection ช่วยเจรจาต่อรองเพื่อประสานประโยชน์ นักล็อบบี้หรือล็อบบี้ยิสต์มีประโยชน์หลายประการ ได้แก่ ช่วยทำหน้าที่เป็นตัวแทนติดต่อเจรจาให้กับบุคคลหรือองค์กรที่ต้องการติดต่อกับคนหรือองค์กรที่ตนเองไม่รู้จัก ช่วยเจรจาต่อรองหาข้อตกลงให้ในเรื่องธุรกิจต่างๆ และเรื่องส่วนบุคคล เช่น หางาน ประสานงานธุรกิจการค้าต่างๆ เช่นการนำเข้าหรือส่งออก ช่วยประนอมหนี้ ช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้บุคคล ฯลฯ
เห็นได้ชัดว่าคนที่เป็นล็อบบี้ยิสต์ต้องมีความรู้และทักษะหลายประการด้วยกัน จึงจะสามารถเข้าใจเรื่องราวเนื้อหาของงานที่ตนรับทำอยู่ ต้องมีจิตวิทยา มีศิลปะในการพูด เพราะงานที่ต้องทำคือไปโน้มน้าวจิตใจ เปลี่ยนทัศนคติของบุคคลต่างๆ ให้เป็นไปในทิศทางที่ตนเองต้องการ
และเมื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติของ "ล็อบบี้ยิสต์" กับคุณสมบัติของ "ผู้นำ" ที่ต้องมีความสามารถในการบริหารและจูงใจผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กร ซึ่งมีตั้งแต่พนักงาน ลูกค้า ผู้ส่งวัตถุดิบ ผู้ถือหุ้น หน่วยงานรัฐบาลและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน นักการเมือง และชุมชนต่างๆ แล้วผู้นำควรจะมีคุณสมบัติเป็นนักล็อบบี้ที่ดีด้วย เพราะจะช่วยส่งเสริมการทำงานให้สัมฤทธิ์ผลได้รวดเร็วขึ้นซึ่งคุณสมบัติของการเป็นล้อบบี้ยิสต์ที่ดีมีดังนี้ค่ะ