โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จะนะ : ลูกสาวชาวเล ผู้ไม่อยากเห็นถิ่นเกิดต้องกลายเป็นแดนอุตสาหกรรม

Khaosod

อัพเดต 14 พ.ค. 2563 เวลา 20.24 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2563 เวลา 20.24 น.
FACEBOOK/LAW LONG BEACH - นักกฎหมายอาสา

จะนะ : ลูกสาวชาวเล ผู้ไม่อยากเห็นถิ่นเกิดต้องกลายเป็นแดนอุตสาหกรรม - BBCไทย

เกือบ 50 ชั่วโมง คือเวลาที่ ไครียะห์ ระหมันยะ หรือยะห์ เด็กสาวมุสลิมวัย 17 ปี จากหาดสวนกง หมู่บ้านริมทะเลเล็ก ๆ ใน อ.จะนะ จ.สงขลา นั่งรอคอยคำตอบอยู่ที่หน้าบันไดศาลากลางจังหวัดสงขลา คำถามของเธอที่ส่งถึงผู้ใหญ่ที่เป็นผู้นำประเทศคือว่าอนาคตของดินแดนบ้านเกิดที่รัฐมีแผนเดินหน้าเปลี่ยนให้เป็นเขตอุตสาหกรรมนั้น อยู่ที่ไหน

"บ้านที่หนูอาศัยอยู่ เสื้อผ้าที่หนูใส่ รองเท้า ชุดนักเรียน ค่าเทอม รถจักรยานที่หนูเคยขี่ ของเล่นที่ หนูเคยมี ชีวิตทั้งชีวิต ความสุข ความทรงจำ ทุกเรื่องราวของหนู มาจากทะเลทั้งหมด" บางส่วนของ "จดหมายน้อย ถึงปู่ประยุทธ์" ที่ไครียะห์ เขียนบนเฟซบุ๊กในวันที่เดินทางเข้ายื่นจดหมายเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา

ในคืนวันเดียวกัน เธอและแม่สวมชุดคลุมละหมาด ขดตัวอยู่บนผ้าปูละหมาดที่พกติดตัวยามเดินทาง ทั้งสองนอนอยู่ในมุ้งหลังหนึ่งที่มีคนนำมาให้เมื่อรู้ว่าเธอตัดสินใจรอฟังคำตอบอยู่ที่นั่น คืนนั้นเป็นค่ำคืนในเดือนรอมฎอน และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังบังคับใช้อยู่

"แม่ไปยื่นหนังสือด้วย แต่ไม่คิดว่าหนูจะไปนั่งตรงนั้น หนูไม่กลับ แม่ก็เลยบอกว่าถ้าหนูไม่กลับ แม่ก็ไม่กลับ เพราะเป็นห่วงหนู"

FACEBOOK/KHAIRIYAH RAHMANYAH

ไครียะห์และชาวบ้านเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เดินทางจากบ้านใน อ.จะนะ ไปที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือขอให้ยกเลิกการจัดเวทีฟังความคิดเห็นโครงเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจที่จะเปลี่ยนพื้นที่ 16,753 ไร่ใน 3 ตำบล ได้แก่ ต.นาทับ สะกอม และตลิ่งชัน ให้เป็นเขตอุตสาหกรรม เวทีนี้มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14-20 พ.ค.

เธอบอกกับบีบีซีไทยว่า ชาวบ้านไม่เคยรับรู้เรื่องโครงการนี้มาก่อน

"ไม่มีการชี้แจงรายละเอียดให้ข้อมูล หรือว่าถามว่าชาวบ้านต้องการหรือเปล่า อยู่ดี ๆ มีมติ ครม. ออกมา แต่ว่าชาวบ้านไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับนิคมอุตสาหกรรมนี้เลย"

ไครียะห์ เป็นเด็กสาวมุสลิมจากหมู่บ้านสวนกง ต.นาทับ อ.จะนะ เธอเล่าว่าชาวบ้านที่หมู่บ้านของเธอกว่า 100 หลังคาเรือน เกือบทั้งหมดประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน

"บ้านของหนูเองอยู่ติดริมทะเลเลย พ่อทำอาชีพประมง ออกทะเล ส่วนแม่ทำอาชีพค้าขาย"

เด็กสาวที่ออกมานั่งประท้วงหน้าศาลากลางคนนี้ กำลังจะขึ้นชั้น ม.6 แต่เธอเริ่มต้นทำกิจกรรมด้านอนุรักษ์และวัฒนธรรมในชุมชนกับกลุ่มเด็กและเยาวชน มาตั้งแต่อายุ 13 ปี การเติบโตมาอย่างใกล้ชิดและรู้จักถิ่นเกิดของตัวเองเป็นอย่างดี ทำให้ยะห์ต้องการปกป้องท้องทะเลแห่งนี้

ท้องทะเลจะนะ คือแหล่งทรัพยากรที่ชาวบ้านพึ่งพิงใช้ในการประกอบอาชีพประมงและสร้างรายได้ให้กับพวกเขา อ.จะนะ นับเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญแห่งหนึ่ง ยะห์บอกว่า จากการสำรวจแพปลาน้อยใหญ่ที่บ้านเกิด อาหารทะเลจากทะเลจะนะ พบว่ามีการส่งขายไปยัง 5 ประเทศ มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้

FACEBOOK/ติดตามแผนพัฒนาสงขลา-สตูล

ยิ่งค้นคว้าเกี่ยวกับพื้นที่ที่เคยถูกเปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรมแห่งอื่นในประเทศไทยยิ่งทำให้เธอกังวล และไม่อยากเห็นบ้านเกิดเป็นเช่นนั้น เพราะไม่มีอะไรที่จะรับประกันได้ว่าคนในพื้นที่จะมีงานทำจริงหรือได้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมจะเกิดขึ้นในอนาคต

"หนูเห็นชะตากรรมตัวเอง มันน่าจะเหมือนกับที่มาบตาพุด" เธอกล่าว "หนูอยากปกป้องทะเลที่บ้าน อยากให้อยู่กับเราได้นานที่สุด"

ภายหลังยะห์และแม่ รอคำตอบอยู่เกือบ 50 ชั่วโมงที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา ทางจังหวัดก็ส่งหนังสือแจ้งเลื่อนการแสดงความคิดเห็นด้วยวาจาในเวทีฟังความคิดเห็นจาก ศอบต. ออกไปโดยยังไม่ระบุวันเวลาและสถานที่ที่จะจัดรอบใหม่

"ต้องยกเลิกและต้องมาเริ่มกันใหม่ว่าสมควรหรือไม่ที่จะเปลี่ยนจากแหล่งผลิตอาหาร มาเป็นฐานนิคมอุตสาหกรรม อ.จะนะ นอกจากจะมีทะเลแล้ว ยังมีทั้งควน ป่า นา เล มีครบหมดทุกอย่าง เป็นที่ ๆ มีความอุมดสมบูณ์มากที่สุดแล้ว ที่แบบนี้ไม่ควรนำไปเป็นฐานนิคมอุตสาหกรรม"

เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ 4 อำเภอ

ก่อนหน้านี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอบต.) ส่งหนังสือเชิญชวนประชาชนเข้าแสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการขับคลื่อนโครงการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อ.จะนะ ระหว่างวันที่ 14-20 พ.ค.

ที่มาที่ไปของโครงการนี้ อ้างจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2563 เห็นชอบประกาศของ ศอบต. ที่กำหนดให้ อ.จะนะ ในฐานะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต เป็นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ พร้อมเห็นชอบแผนการลงทุนของภาคเอกชนในพื้นที่

FACEBOOK/KHAIRIYAH RAHMANYAH

มติ ครม. ครั้งนั้นซึ่งเป็นการประชุมนอกสถานที่ที่ จ.นราธิวาส ระบุว่า ใช้เงินลงทุนในโครงการ 18,680 ล้านบาท โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานประมาณ 100,000 อัตรา

การประกาศดังกล่าวเป็นความคืบหน้าสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2562 ครม. มีมติเห็นชอบในหลักการขยายผลโครงการเมืองต้นแบบยกระดับให้ อ.จะนะ และอีก 3 อำเภอ ใน จ.สงขลา ได้แก่ นาทวี เทพา สะบ้าย้อย เป็นเมืองต้นแบบที่ 4 คือ เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมที่จะเชื่อมโยงไปยังภูมิภาคอื่นของไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

ในเอกสารแนบท้ายของหนังสือรับฟังความเห็น ยังระบุเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือผังเมืองใหม่ ที่จะมีการเปลี่ยนพื้นที่ผังเมืองสีเขียว ที่ดินเพื่อการใช้ประโยชน์ทางเกษตรกรรม ประมงและการพาณิชย์ ให้เป็นผังเมืองสีม่วง ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...