NERขายชน3.6แสนตัน ออเดอร์จีนล้นมาร์จิ้นดี
ทันหุ้น-สู้โควิด- เจาะความจริง NER ผู้บริหารยันปีนี้ยอดขายแตะ 3.6 แสนตัน ออเดอร์จีนเข้าล้นถึงก.พ.ปีหน้า อานิสงส์ยางขึ้นดันมาร์จิ้นเด่น ปีหน้ายอดขยับแตะ 4.1 แสนตัน ก่อนขึ้นอีก 4.5 แสนตันในปีถัดไป แจงการแบ่งหุ้นให้ต่างชาติในส่วนครอบครัวจบแล้ว ส่วน PP บริษัทต้องได้ประโยชน์ ด้านนักวิเคราะห์เคาะพื้นฐาน 4.10 บาท
นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เปิดเผยว่า บริษัทยังคงอยู่ในทิศทางที่ดีทั้งในด้านปริมาณการขายรวมถึงมาร์จิ้นที่ดีจากราคายางที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตทั้งสิ้น 4.6 แสนตัน หลังโรงงานได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/2563 ส่งผลให้ในช่วงไตรมาส 3/2563 บริษัทจะมีการเติบโตที่สูงเมือ่เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากเป็นช่วงที่ได้รับผลดีจากกำลังการผลิตที่เข้ามาใหม่
@ยอดขาย-มาร์จิ้นพุ่ง
ส่งผลให้ปีนี้บริษัทจะมียอดขายแตะ 3.6 แสนตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ระดับ 2.6 แสนตัน ขณะเดียวกันปีหน้านั้นประเมินยอดขายและแตะ 4.1 แสนตัน และปีถัดปียอดขายแตะ 4.5 แสนตัน ซึ่งเป็นแนวที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยตลอด
ขณะเดียวกันในส่วนของยอดคำสั่งซื้อของบริษัทขณะนี้ยังมีดี เนื่องจากจีนซึ่งเป็นผู้บริโภคยางรายใหญ่เศรษฐกิจฟื้นตัว และมีคำสั่งซื้อกลับเข้ามาค่อนข้างมาก โดยขณะนี้ยอดคำสั่งซื้อยาวถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 แล้ว
ส่วนมาร์จิ้นนั้นก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น (อิโคโนมีออฟสเกล) ขณะเดียวกันทิศทางราคายางที่ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นได้ส่งผลให้บริษัทมีอัตรากำไรที่ดีขึ้นตาม เนื่องจากมีลูกค้ามีการโค้ทราคายางที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงใช้แนวทางในการจับคู่สินค้ากับผู้ซื้ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ไม่ได้รับผลกระทบด้านความผันผวนของราคาสินค้า
@แบ่งให้ต่างชาติเสร็จ
สำหรับประเด็นด้านการขายหุ้นของครอบครัวเพื่อให้กับกองทุนต่างชาติ ตามที่ต่างชาติได้เสนอเข้ามานั้น นายชูวิทย์ระบุว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการขายเสร็จแล้ว และ ซึ่งกองทุน DAIWA ได้เข้ามาซื้อในราคา 3.06 บาท โดยจากนี้จะไม่ได้มีการขายบิ๊กล็อตออกมากแล้ว
ในส่วนของการออกหุ้นเฉพาะเจาะจง (PP) อยู่ในช่วงการเจรจา 2-3 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มต่างชาติ แต่อาจจะไม่ได้เร็วนักเนื่องจากต้องมีการเดินทาง สำหรับผู้ที่จะเข้ามาจะต้องให้ประโยนชน์กับบริษัทจะต้องมีแนวทางที่จะทำให้ออเดอร์ของบริษัทเพิ่มขึ้น โดยยืนยันจะไม่ใช่กลุ่มนักลงทุนไทยอย่างแน่นอน
@หุ้นลงแค่มันนี่เกม
ด้านแหล่งข่าวนักวิเคราะห์ระบุว่า ราคาหุ้น NER ที่ปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านมาเกิดจาก มันนี่เกม ของนักลงทุนบางรายที่มีต้นทุนต่ำ และถือ NER-W1 ที่ได้ขายหุ้น NER ออกมา เนื่องจากเห็นว่าราคาหุ้นที่ระดับ 3 บาทคุ้มค่า และ เตรียมแปลง NER-W1 เป็นหุ้นแม่ที่ราคา 1.80 บาทแทน ซึ่งกำหนดแปลงวอแรนต์ครั้งแรกคือวันที่ 15 ธันวาคม อย่างไรก็ดีปัจจัยดังกล่าวเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น โดยเชื่อว่าหุ้น NER ยังมีพื้นฐานที่ดี และกำไรมีการเติบโตในระยะยาว รวมถึงไตรมาส 3/2563 กำไรจะเติบโตดี
จากการสำรวจ IAA Consensus นักวิเคราะห์ พบว่า มีบทวิเคราะห์ 4 สำนัก โดยมีค่าเฉลี่ยนราคาเป้าหมายอยู่ที่ 4.50 บาท บล.โนมูระพัฒนสินให้เป้าสูงสุดที่ราคา 5 บาท โดยประมาณการกำไรในปี 2563 ที่ 0.58 บาท พิ่มขึ้น 75.8% อิงพีอีที่ 5.4 เท่า ส่วนปี 2564 กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.71 บาท ขณะที่บล.ยูโอบีเคเฮียนให้ราคาต่ำสุดที่ 4 บาท โดยประมาณการกำไรในปี 2563 ที่ 0.50 บาท พิ่มขึ้น 42.9% อิงพีอีที่ 6.3 เท่า ส่วนปี 2564 กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.57 บาท
บริษัทหลักทรัพย์เคทีบี(ประเทศไทย) แนะนำซื้อ NER ราคาเป้าหมาย 4.10 บาท ประมาณการกำไรปกติในปี 2020E อยู่ที่ 705 ล้านบาท (+31% YoY) ครึ่งปีหลังแนวโน้มความต้องการจากลูกค้าในจีนเริ่มปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งกำลังการผลิตของโรงงานใหม่จะเพิ่มขึ้นจากเดิม 60% ( 2.92 แสนตัน/ปี เป็น 4.65 แสนต้น/ปี เพิ่มขึ้น 1.72 แสนต้นต่อปี) ทั้งนี้ ไตรมาส3 จะใช้กำลังการผลิต 70% ของทั้งหมด และการเพิ่มกำลังการผลิตรอบนี้จำนวนคนงานไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก ต้นทุนจึงไม่เพิ่มตามกำไร ทำให้ margin จะเพิ่มขึ้นเป็น 10.5% จาก 8.6% ในปีก่อน ให้ราคาเป้าหมาย 4.10 บาท อิง PER เฉลี่ยที่ 9x