มือถือ Redmi 9 และ Redmi 9A รุ่นเล็ก สเปกเยี่ยม คุ้มค่าด้วยราคาที่น่าคบหา
แม้ช่วงนี้กระแสมือถือรุ่นเรือธงกำลังมาแรง แต่อีกฝั่งของตลาดอย่างมือถือราคาประหยัดก็ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ด้วยราคาที่น่าดึงดูด ฟีเจอร์ที่พัฒนาขึ้นจากเดิม ลูกค้าก็มีตัวเลือกน่าสนใจเพิ่มขึ้น และมือถือที่เราจะนำมารีวิวในวันนี้ ได้แก่ Redmi 9 และ Redmi 9A จากแบรนด์ Xiaomi โดยสองรุ่นนี้เป็นคู่หูคู่ซี้ราคาไม่เกิน 5,000 บาท แต่ได้ฟีเจอร์ที่ครอบคลุมการใช้งานทั่วไป แถมบางอย่างก็เทียบเท่ามือถือรุ่นใหญ่อีกต่างหาก แล้วทั้งสองรุ่นนี้จะมีจุดเด่นที่ตรงไหนกันบ้าง ใช้งานจริงโอเคหรือไม่ อ่านต่อกันได้เลย!
ข้อดี
- หน้าจอขนาดใหญ่ Dot Drop Display 6.53 นิ้วทั้งสองรุ่น
- มีกล้อง 4 ตัวมาให้ (เฉพาะ Redmi 9)
- แบตเตอรี่ความจุสูง 5,000mAh และ 5,020mAh
- ได้ใช้งาน MIUI 12 เวอร์ชันล่าสุดพร้อมอัปเดตในอนาคต
ข้อสังเกต
- ในกล่อง Redmi 9A ไม่มีเคสใสแถมมาให้
- กล้องหลังของ Redmi 9A ยังใช้เป็นกล้องเดี่ยว
- เลนส์กล้องของ Redmi 9 เสี่ยงต่อการเปื้อนรอยนิ้วมือเพราะอยู่ใกล้เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
สเปกมือถือ Redmi 9 และ Redmi 9A
Redmi 9 Redmi 9A ขนาด 163.32 x 77.01 x 9.1 มิลลิเมตร 164.9 x 77.07 x 9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 198 กรัม 196 กรัม หน้าจอ Dot Drop Display 6.53 นิ้ว
ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) Dot Drop Display 6.53 นิ้ว
ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล) ชิปเซ็ต MediaTek Helio G80 Octa-core
Mali-G52 MC2, 950 MHz MediaTek Helio G25 Octa-core
PowerVR8320, up to 650MHz หน่วยความจำ 32GB/RAM 3GB
64GB/RAM 4GB
รองรับ microSDHC สูงสุด 512GB 32GB/RAM 2GB
รองรับ microSDHC สูงสุด 512GB ระบบปฏิบัติการ Android 10, MIUI 12 Android 10, MIUI 12 กล้องหลัง เลนส์ Wide 13 ล้านพิกเซล
เลนส์ Ultra wide 8 ล้านพิกเซล
เลนส์ Macro 5 ล้านพิกเซล
เลนส์ Depth 2 ล้านพิกเซล
ถ่ายวิดีโอ 1080p 30fps 13 ล้านพิกเซล
ถ่ายวิดีโอ 1080p 60fps กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล 5 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 5,020mAh 5,000mAh การเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0, Wi-Fi 2.4 และ 5G
Wi-Fi Direct, Wi-Fi Hotspot Bluetooth 5.0, Wi-Fi 2.4
Wi-Fi Direct, Wi-Fi Hotspot เซ็นเซอร์ สแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง
AI Face Unlock AI Face Unlock ราคา 3,899 บาท 2,799 บาท
อุปกรณ์ในกล่องมือถือ Redmi 9 และ Redmi 9A
สำหรับอุปกรณ์ในกล่องของ Redmi 9 และ Redmi 9A ส่วนใหญ่ก็จะมีคล้ายๆ กัน ทั้งตัวเครื่อง อแดปเตอร์และสายชาร์จ เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด คู่มือการใช้งาน แต่ในกล่องของ Redmi 9 มีเคสกันรอยแถมมาให้ด้วย และสายชาร์จในกล่องเป็น USB-C แต่ใน Redmi 9A เป็นสายชาร์จ microUSB แทน จึงต้องเลือกสายชาร์จให้ถูกในแต่ละรุ่นด้วยนะ
กล่องใส่อุปกรณ์ต่างๆ และเข็มจิ้มถาดซิมการ์ด
อุปกรณ์ในกล่องของ Redmi 9
อุปกรณ์ในกล่องของ Redmi 9A
การออกแบบมือถือ Redmi 9 และ Redmi 9A
ทั้ง Redmi 9 และ Redmi 9A มีขนาดตัวเครื่องเหมาะมือ น้ำหนักกำลังพอดี ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้สามารถสังเกตความแตกต่างที่สีสันของตัวเครื่องและรูปแบบกล้องหลัง โดย Redmi ใช้สี Sunset Purple ไล่สีน้ำเงินเป็นสีม่วงจากบนลงล่าง และใช้กล้องหลังทั้งหมด 4 ตัวพร้อมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ส่วน Redmi มีเพียงกล้องหลังตัวเดียวบริเวณมุมซ้ายบนด้านหลัง และใช้สีฝาหลังเพียงสีเดียว ไม่มีการไล่เฉดแต่อย่างใด
ดีไซน์และหน้าจอ Dot Drop Display
ของ Redmi 9
ฝาหลังเป็นแบบไล่เฉดสี
(ในรูปคือสี Sunset Purple)
กล้องหลัง 4 ตัว พร้อมแฟลช
และเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
ช่องใส่ซิมการ์ด 2 ช่องและ microSD
(จากซ้ายไปขวา) ช่องหูฟัง 3.5 มม., ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพง
นอกจากนี้ ทั้งสองรุ่นยังใช้หน้าจอแสดงผลที่เรียกว่า Dot Drop Display มีเพียงติ่งหยดน้ำสำหรับกล้องหน้า ส่วนขนาดหน้าจอ 6.53 นิ้วที่ค่อนข้างใหญ่ ใช้งานได้เต็มจอ จะเปิดหนังดูหรือเล่นเกม ก็สามารถใช้งานพื้นที่หน้าจอได้อย่างเต็มที่เลย
Redmi 9A มีหน้าจอใหญ่ 6.53 นิ้วเช่นกัน
ช่องใส่ซิมการ์ด 2 ช่องและ microSD
ช่องไมโครโฟน, พอร์ต microUSB 2.0 และช่องลำโพง
การใช้งานมือถือ Redmi 9 และ Redmi 9A
หน้าจอ (Display)
Redmi 9 และ Redmi 9A ใช้หน้าจอหยดน้ำ Dot Drop Display ขนาด 6.53 นิ้วเท่ากัน ให้ความสว่างสูงสุด 400nits เท่ากัน แต่ Redmi 9 มีความละเอียดหน้าจอที่ 1080 x 2340 พิกเซล (FHD+) ซึ่งมากกว่าหน้าจอ Redmi 9A ที่ให้ความละเอียดเพียง 720 x 1600 พิกเซล (HD+) เท่านั้น แต่ในแง่ของการแสดงผลจริง ใช้งานจริง หน้าจอของมือถือ Redmi ทั้งสองรุ่นก็แสดงผลคมชัด สีสันสวยงาม
Redmi 9 และ Redmi 9A
ใช้ Dot Drop Display ขนาด 6.53 นิ้ว
ทั้งสองรุ่น
อินเตอร์เฟซ MIUI 11
อินเตอร์เฟซ MIUI 12 ใน Redmi 9A
มีความแตกต่างจาก MIUI 11 เล็กน้อย
ประสิทธิภาพ (Performance)
ในส่วนของพื้นที่เก็บข้อมูลและ RAM ของเครื่องก็มีความแตกต่างเช่นกัน โดยเครื่องทดสอบ Redmi 9 ให้พื้นที่มา 64GB RAM 4GB ส่วน Redmi 9A มีพื้นที่ 32GB แต่ RAM 2GB นั้นถือว่าน้อยไปหน่อยสำหรับมาตรฐานมือถือในยุคนี้ ส่วนระบบปฏิบัติการ แน่นอนว่าต้องเป็น Android 10 ที่ครอบทับด้วย MIUI12 จาก Xiaomi แต่ใน Redmi 9 เครื่องทดสอบยังใช้เป็น MIUI11 และยังไม่เปิดให้อัปเดตเวอร์ชันใหม่ ซึ่งทั้งสองแบบก็มีดีไซน์ของเมนูและไอคอนต่างๆ ที่สวยงาม
สเปก Redmi 9
เครื่องทดสอบมีหน่วยความจำ 64GB
ทดสอบประสิทธิภาพด้วย Geekbench 5
รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง
(สเปคและผลทดสอบของ Redmi 9)
Redmi 9A มีพื้นที่ 32GB/RAM 2GB
และสเปคอื่นๆ ในระดับที่โอเค
พื้นที่ 32GB อาจไม่มากนักในมือถือยุคนี้
แต่ยังรองรับ microSD อยู่
ทดสอบประสิทธิภาพด้วย Geekbench 5
รองรับ MIUI 12 เรียบร้อยแล้ว
(สเปคและผลทดสอบของ Redmi 9A)
ส่วนเรื่องของความแรง ความลื่นไหล ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สมราคา แต่ก็ยังไม่พบอาการค้างหรือหน่วงเมื่อเปิดแอปพลิเคชันพร้อมๆ กัน สลับเมนูไปมาเท่าไหร่นัก ซึ่งในการทดสอบเล่นเกม ใช้เกมน่ารักๆ อย่าง KartRider Rush+ โดย Redmi 9 แสดงผลภาพได้เนียนตากว่า Redmi 9A ด้วยความละเอียดหน้าจอที่มากกว่า และการตอบสนองขณะเล่นเกม Redmi 9 ทำได้โอเคกว่า Remdi 9A ที่พบเห็นอาการภาพกระตุกหรือตอบสนองช้าเล็กน้อย
กล้องถ่ายภาพ (Camera)
ความแตกต่างของ Redmi 9 และ Redmi 9A อย่างชัดเจนก็คือ Redmi 9 ใช้กล้องหลัง 4 ตัว ทั้งเลนส์ Wide 13 ล้านพิกเซล, เลนส์ Ultra Wide 8 ล้านพิกเซล, เลนส์ Macro 5 ล้านพิกเซล และเลนส์ Depth 2 ล้านพิกเซล
รองรับการถ่ายวิดีโอ 1080p 30fps กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล แต่ใน Redmi 9A มีกล้องหลังเพียงตัวเดียว ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล และรองรับการถ่ายวิดีโอ 1080p 30fps เช่นกัน ถ้าใครอยากได้กล้องซูมได้พร้อมเลนส์มุมกว้าง ให้เลือก Redmi 9 โดยทันที
เลนส์มุมกว้าง 0.6x และซูมภาพได้ 2 เท่า
การตั้งค่าต่างๆ และ Google Lens ในตัว
Portrait Mode ที่ปรับ Beauty และเพิ่ม Filters ได้
Pro Mode ที่ปรับค่าได้ค่อนข้างละเอียด
ตัวอย่างโหมดถ่ายภาพของ Redmi 9
กล้องของ Redmi 9A มีโหมดทั่วไปคล้ายกับ
Redmi 9
โหมดอื่นๆ จะมีให้เลือกน้อยกว่า Redmi 9
ส่วนเรื่องฟีเจอร์ในตัวกล้อง ทั้งสองรุ่นมีมาให้พอๆ กันเลย ทั้งโหมด Pro ปรับค่าได้หลากหลาย, โหมด Portrait สำหรับถ่ายภาพบุคคลด้วยกล้องหลังและเซลฟี่กล้องหน้า โดย Redmi 9 จะมีตัวเลือกให้ปรับใบหน้าเยอะกว่า Redmi 9A ซึ่งมีเพียงฟิลเตอร์สีให้เลือกเท่านั้น
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง Redmi 9
(จากซ้ายไปขวา) ระยะซูม 0.6x > 1x > 2x
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง Redmi 9A
เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือและระบบสแกนใบหน้า (Fingerprint Scanner & Face Unlock)
เรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย Redmi และ Redmi 9A ก็มีให้ครบครันเช่นกัน ซึ่งทั้งสองรุ่นรองรับ Face Unlock หรือการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า เพียงบันทึกข้อมูลใบหน้าลงเครื่องก็สามารถใช้งานได้เลย แต่ Redmi 9 ก็มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือบริเวณใต้กล้องหลังมาด้วย อยู่ในตำแหน่งที่พอดีปลายนิ้ว แถมยังดีไซน์ให้เข้ากับเลนส์กล้องแบบเนียนๆ อีกต่างหาก
Redmi 9 รองรับการสแกนใบหน้า
(Face Unlock)
และยังรองรับการสแกนลายนิ้วมือ
ผ่านเซนเซอร์ด้านหลัง
ที่เสี่ยงต่อการสัมผัสเลนส์กล้อง
แต่ใน Redmi 9A รองรับ
Face Unlock อย่างเดียว
แบตเตอรี่ (Battery)
เรื่องแบตเตอรี่นี่ถือว่าเป็นตัวชูโรงของทั้งสองรุ่น เพราะมาพร้อมความจุที่สูงและใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานจริงๆ โดย Redmi 9 มีความจุ 5,020mAh ส่วน Redmi 9A มีความจุน้อยลงมาหน่อย ที่ 5,000mAh แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่ามือถือทั่วไปอยู่ดี หากใครที่เน้นใช้งานโซเชียล แชทบ่อยๆ เล่นเกมเพลินๆ รับรองว่าอยู่ได้ถึงวัน หรือถ้าใครใช้สองรุ่นนี้เป็นมือถือสำรอง ไม่ค่อยได้หยิบออกมาเช็คอะไรมากนัก มีสิทธิ์อยู่ได้เกิน 1 วันโดยไม่ต้องชาร์จไฟเพิ่มเลยล่ะ
การแสดงผลแบตเตอรี่ของ Redmi 9
การแสดงผลแบตเตอรี่ของ Redmi 9A ซึ่งเพิ่มวิธีการยืดเวลาการใช้งานร่วมด้วย
ความคิดเห็นเกี่ยวกับมือถือ Redmi 9 และ Redmi 9A
Redmi 9 และ Redmi 9A สองมือถือจาก Xiaomi ที่เปิดตัวในระดับต้น แต่เรื่องสเปกโดยรวมก็ถือว่ามีครบครันตามมาตรฐานมือถือในปี 2020 ทั้งด้านการถ่ายภาพ เสียง แบตเตอรี่ แต่จุดเด่นที่สำคัญที่สุดก็คือราคาไม่แพง เป็นเจ้าของได้ง่ายๆ ในกลุ่มมือถือราคาไม่เกิน 5,000 บาท สองรุ่นนี้ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
- Redmi 9 ราคาเปิดตัว 3,899 บาท (รุ่น 32GB/RAM 3GB) 4,599 บาท (รุ่น 64GB/RAM 4GB)
- Redmi 9A ราคาเปิดตัว 2,799 บาท
คลิปรีวิวมือถือ Redmi 9 และ Redmi 9A
วิดีโอประกอบจาก Youtube