โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งานวิจัยสมุนไพรรักษาโรค มือ-เท้า-ปาก

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 02 ส.ค. 2562 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2562 เวลา 04.50 น.

โรคมือ-เท้า-ปาก (Hand, foot, and mouth disease) เป็นโรคที่พบการระบาดในเด็กทุกๆ ปี ส่วนใหญ่จะเกิดในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี สาเหตุมาจากเอไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัส โดยแต่ละสายพันธุ์จะทำให้เกิดอาการหนักเบาแตกต่างกันไป

อาการที่พบคือ เจ็บปาก มีแผลเล็กๆ ในปากหลายจุด ทำให้เด็กกินข้าวไม่ได้ และมีผื่นเป็นจุดแดง หรือเป็นตุ่มน้ำใสขึ้นบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และพบตามลำตัว แขน ขา หรือตามก้นก็พบได้ ซึ่งอาการเหล่านี้ ในรายที่เป็นไม่มากก็จะดีขึ้นเองในประมาณ 1 สัปดาห์ แต่สิ่งที่ควรระวังคือ อาการแทรกซ้อนจากเชื้อ Enterovirus 71 (EV71) ที่มักก่อเกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงได้คือ ก้านสมองอักเสบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง

ปัจจุบัน ยังไม่มียาที่รักษาเชื้อไวรัสชนิดนี้ และยังไม่มีวัคซีนที่จะได้ผลในการป้องกันเชื้อไวรัสในกลุ่มนี้ หลักการรักษาคือ รักษาตามอาการของผู้ป่วย เช่น หากเด็กเพลียจากการรับประทานอาหารไม่ได้ ก็พยายามให้รับประทานอาหารอ่อน หรือหยอดยาชาในปาก เพื่อไม่ให้เจ็บแผล ในกรณีที่อยู่ในโรงพยาบาลก็จะให้น้ำเกลือ แต่หากในกรณีที่รุนแรงมาก เช่น มีอาการทางสมอง ก็จะใช้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายด้านและพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด

สำหรับสมุนไพรที่เคยมีการทำวิจัยในโรคมือ-เท้า-ปาก คือ ฟ้าทลายโจร (Andrographis panicalata (Burm.F.) Nees.) เป็นงานวิจัยที่ทำในประเทศจีน โดยนักวิจัยได้สกัดสารสำคัญของฟ้าทลายโจรและทำให้อยู่ในรูปแบบของยาฉีดคือ Andrographolide Sulfonate injection

งานวิจัยนี้ทำในเด็กที่เป็นโรคมือ-เท้า-ปาก อายุ 1-13 ปี จำนวน 230 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจะได้รับการรักษาแบบแผนเดิม ร่วมกับ Andrographolide Sulfonate injection อีกกลุ่มจะได้รับการรักษาแบบแผนเดิม โดยติดตามผล 7-10 วัน ผลที่เกิดขึ้นคือ ในกลุ่มแรกจะพบอาการแทรกซ้อนแบบรุนแรงน้อยกว่ากลุ่มที่สองอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังทำให้ไข้ลงได้เร็วขึ้น ทำให้แผลที่ผิวหนังและแผลในปากหายมากกว่ากลุ่มที่รักษาแบบแผนเดิม และไม่พบการเสียชีวิต รวมทั้งผลข้างเคียงที่รุนแรงในกลุ่มทดลอง

นอกจากนี้ หากมีแผลในปากก็สามารถใช้กลีเซอรีนพญายอหยอดบริเวณแผลได้ เนื่องจากในใบพญายอมีสารฟลาโวนอยด์ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ทำให้แผลหายเร็วขึ้นและปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง

โดยสรุปแล้ว การป้องกันโรคนี้อาจจะดีที่สุด เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้ ผู้ปกครองควรฝึกให้เด็กๆ หมั่นล้างมือให้สะอาดหลังจากหยิบจับสิ่งของ ก่อนรับประทานทุกครั้ง ทางโรงเรียนก็ควรจะแยกผู้ป่วยเอาไว้ไม่ให้สัมผัสกับเด็กคนอื่น ทำความสะอาดของเล่น ห้องเรียน เพื่อลดการแพร่ระบาด อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะระวังมากแค่ไหน เด็กๆ ก็อาจมีโอกาสรับเชื้อมาได้ ผู้ปกครองก็ควรดูแลอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนต่างๆ และอยากให้ผู้อ่านทุกท่านดูแลสุขภาพกันในหน้าฝนปีนี้ด้วย

ขอบคุณ ข้อมูลจาก ภก.ณัฐดนัย มุสิกวงศ์ คอลัมน์พืชใกล้ตัว วารสารอภัยภูเบศร ปีที่ 12 ฉบับที่ 133 ประจำเดือนกรกฎาคม 2557

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...