โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บรรพบุรุษมนุษย์อาจหลับจำศีล เพื่อเอาชีวิตรอดจากฤดูหนาวสุดโหดหลายแสนปีก่อน

Khaosod

อัพเดต 26 ธ.ค. 2563 เวลา 17.13 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2563 เวลา 17.13 น.

บรรพบุรุษมนุษย์อาจหลับจำศีล เพื่อเอาชีวิตรอดจากฤดูหนาวสุดโหดหลายแสนปีก่อน - BBCไทย

ปัจจุบันเรารู้ดีว่ามนุษย์ยุคใหม่หรือโฮโมเซเปียนส์ไม่สามารถนอนหลับจำศีล (hibernation) หรือลดอัตราการเผาผลาญใช้พลังงานของร่างกายลงในช่วงระยะเวลาหนึ่งได้แบบสัตว์บางชนิด เช่นหมี ค้างคาว หรือลีเมอร์ แต่บรรพบุรุษมนุษย์ในยุคแรกเมื่อหลายแสนปีก่อนอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น

ทีมนักบรรพมานุษยวิทยาจากสเปนและกรีซ ซึ่งประกอบด้วย ศ. ฮวน-ลุยส์ แอร์ซัวกา และ ศ. อานโตนิส บาร์ตซิโอกาซ ได้ตีพิมพ์เรื่องการค้นพบครั้งสำคัญลงในวารสาร L'Anthropologie โดยระบุว่าพบชิ้นส่วนฟอสซิลของกระดูกมนุษย์โบราณในถ้ำแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของสเปน ซึ่งซากกระดูกนี้มีร่องรอยของการหลับจำศีลเป็นช่วง ๆ ในแต่ละปีปรากฏอยู่

NIKOLA SOLIC / REUTERS นีแอนเดอร์ทัลอาจเป็นมนุษย์ยุคแรกเผ่าพันธุ์หนึ่งที่รู้จักการนอนหลับจำศีล

มีการขุดพบชิ้นส่วนกระดูกดังกล่าวจำนวนหนึ่ง ในปล่องลึก 15 เมตรของถ้ำ Sima de los Huesos หรือ "หลุมฝังกระดูก" อันเป็นสถานที่ขุดค้นทางโบราณคดีที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่าถ้ำแห่งนี้เป็นหลุมฝังศพแบบรวมหมู่ ซึ่งฟอสซิลกระดูกส่วนใหญ่ที่พบเป็นของมนุษย์โบราณนีแอนเดอร์ทัล แต่ในครั้งนี้มีชิ้นส่วนกระดูกของโฮโม ไฮเดลเบอร์เกนซิส (Homo heidelbergensis) ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 4 แสนปีปะปนอยู่ด้วย

ร่องรอยบนชิ้นส่วนกระดูกที่ยืนยันว่ามนุษย์โบราณในยุคนั้นนอนหลับจำศีล ได้แก่รอยขีดขวางที่ชี้ว่าการเจริญเติบโตของกระดูกหยุดชะงักไปหลายเดือนในแต่ละปี นอกจากนี้ยังพบร่องรอยความเสียหายจากการขาดวิตามินดี รวมทั้งรอยโรคที่เกิดจากการหลับจำศีลโดยร่างกายมีไขมันสะสมไว้ไม่พอ เช่นภาวะกระดูกเสื่อมและโรคไตอีกด้วย ซึ่งร่องรอยเหล่านี้มีลักษณะตรงกับที่พบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีพฤติกรรมหลับจำศีลในฤดูหนาว

AFP / GETTY IMAGES
ถ้ำ Sima de los Huesos ซึ่งหมายถึง "หลุมฝังกระดูก" ทางตอนเหนือของสเปน

ทีมผู้วิจัยระบุในรายงานการค้นพบว่า "แม้จะฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับไพรเมต หรือสัตว์จำพวกวานรบางชนิด เช่นบุชเบบี้หรือลีเมอร์นั้นก็หลับจำศีลเช่นกัน แสดงว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิดรวมทั้งมนุษย์ก็มีพื้นฐานทางพันธุกรรมและสรีระที่รองรับพฤติกรรมการนอนหลับจำศีลได้ ถึงแม้มนุษย์จะยังทำได้ไม่ดีเท่าสัตว์ชนิดอื่นก็ตาม"

เมื่อราว 4 แสนปีก่อน โลกอยู่ในยุคน้ำแข็งที่อากาศหนาวเย็นหฤโหดและมีความแห้งแล้งมากที่สุดครั้งหนึ่ง ทีมผู้วิจัยจึงเชื่อว่าการนอนหลับจำศีลในถ้ำตลอดช่วงฤดูหนาว ขณะที่สภาพอากาศย่ำแย่ที่สุดของปี ถือเป็นกลยุทธ์ที่มนุษย์โบราณใช้เพื่อเอาชีวิตรอดจากความหนาวเหน็บและขาดแคลนอาหาร โดยอาจเลียนแบบพฤติกรรมของหมีถ้ำที่หลับจำศีลเช่นกันนั่นเอง

การหลับจำศีลพบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิด อย่างเช่นหมี ค้างคาว หรือไพรเมตบางสายพันธุ์

ถึงจะมีผู้โต้แย้งว่า เหตุใดมนุษย์ยุคปัจจุบันที่อาศัยในพื้นที่หนาวเย็น อย่างชาวอินูอิตและชาวซามีในแถบอาร์กติกจึงไม่หลับจำศีลบ้าง แต่ทีมผู้วิจัยบอกว่าชนเผ่าทั้งสองมีแหล่งอาหารไขมันสูงเพียงพอตลอดปี ซึ่งบริเวณคาบสมุทรไอบีเรียหรือแถบประเทศสเปนเมื่อ 4 แสนปีก่อนไม่เป็นเช่นนั้น

ด้าน ศ. คริส สตริงเกอร์ จากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาที่กรุงลอนดอนแสดงความเห็นว่า หากมนุษย์โบราณมีพฤติกรรมหลับจำศีลจริง ก็น่าจะเป็นการนอนแบบไม่หลับลึกมากนัก และลดอัตราการเผาผลาญของร่างกายลงได้เพียงเล็กน้อยคล้ายกับหมี ซึ่งที่จริงมันไม่ได้หลับจำศีลอย่างสมบูรณ์แบบ แต่อยู่ในภาวะเฉื่อยชาและไม่รู้สึกตัวเป็นห้วง ๆ (torpor) มากกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...