โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุ้นตรวจเชื้อแอนแทรกซ์ หลังชาวบ้านชำแหละแพะแจกจ่าย พบเสี่ยงทั้งตำบล!!

Khaosod

เผยแพร่ 27 พ.ย. 2560 เวลา 09.44 น.

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. นายสัตวแพทย์ (น.สพ.) ธีรศักดิ์ ชักนำ นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวพบผู้ป่วยติดเชื้อแอนแทรกซ์ (Anthrax) 3 ราย ที่ ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก หลังชำแหละและรับประทานเนื้อแพะที่มีการลักลอบนำเข้าจากประเทศเมียนมา ว่า จากการสอบสวนโรคพบว่าผู้ป่วยแล้วตัดออกไป 1 ราย ไม่ได้ป่วยติดเชื้อแอนแทรกซ์ แต่มี 2 ราย ซึ่งลักษณะของแผลเป็นตุ่ม นูนแดง ข้างในเป็นสีดำ จับแล้วไม่เจ็บ ซึ่งเข้าได้กับอาการของ 2 โรค คือ 1. เป็นโรคแอนแทรกซ์ หรือ 2. เป็นโรคสครับไทฟัส ขณะนี้นำตัวผู้ป่วย 2 รายเข้าห้องแยกโรค และอยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการซึ่งจะออกเย็นนี้

อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนโรคในผู้ป่วย 2 รายนี้ พบว่ารายแรกได้นำแพะจากประเทศเมียนมาเข้ามาชำแหละ และส่งเนื้อแพะกลับประเทศ จากนั้นเจ้าตัวก็เกิดบาดแผลในลักษณะที่กล่าวไปแล้วข้างต้น เดิมเข้ารักษาที่คลินิกแห่งหนึ่งแต่ไม่หาย จึงมารักษาที่รพ.แม่สอด เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งแพทย์สงสัยติดเชื้อแอนแทรกซ์ จึงได้ส่งตัวเข้าห้องแยกโรค และร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขอำเภอลงไปค้นหากลุ่มเสี่ยงอื่นๆ ก็ได้พบกับผู้ป่วยรายที่ 2 ซึ่งมีอาการคล้ายกัน เคยเข้ารักษาในคลินิกเอกชนก่อนเข้ารพ.แม่สอดเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ซึ่งในประวัติพบว่ามีการชำแหละแพะที่เอามาจากเมียนมาถึง 6 ตัว และแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในพื้นที่รับประทานด้วย

ดังนั้น ตอนนี้ในพื้นที่ดังกล่าวจึงจัดเป็นพื้นที่ต้องเฝ้าระวังทั้งตำบล ต้องค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม ส่วนคนที่เสี่ยงจริงๆ หลังคัดกรองแล้วตอนนี้มีอยู่ 25 คน ซึ่งทั้งตัวพื้นที่ และตัวผู้เสี่ยงนี้จะพ้นระยะเฝ้าระวังในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ ยังได้ป้องกันในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ และให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งขอความร่วมมือยังสถานกักกันสัตว์อำเภอให้เฝ้าระวังสัตว์ป่วยตายผิดธรรมชาติอย่างรวดเร็ว และจำนวนมาก

ตอนนี้ ยังรอผลการตรวจในห้องแลปอยู่ว่าจะออกมาเป็นโรคแอนแทรกซ์ หรือสครัปไทฟัส ระหว่างนี้ก็เก็บดินที่บริเวณแม่น้ำเมย จุดที่มีการนำสัตว์ข้ามพรมแดนมาตรวจด้วย เพราะว่าถ้ามีการชำแหละแล้วเชื้อต้องหล่นที่พื้นดินและจะอยู่ในนั้นได้นานถึง 10 ปี แต่ผลตรวจตรงนี้ค่อนข้างยาก และยังต้องรอเพราะเพิ่งส่งถึงแลปกรมปศุสัตว์วันนี้เอง

เมื่อถามว่า 2 โรคนี้ แบบไหน อันตรายมากกว่ากัน น.สพ.ธีรศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อเทียบ 2 โรคนี้แล้วโรคแอนแทกซ์มีความอันตรายมากกว่า ซึ่งจะมี 3 รูปแบบ คือติดต่อผ่านทางลมหายใจ ซึ่งรุนแรงมาก ในอดีตเคยมีข่าวว่านำเชื้อแอนแทรกซ์ใส่ซองจดหมายเป็นอาวุธชีวภาพด้วย เพราะเชื้อจะเข้าไปที่ปอดทำให้มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว หายใจลำบาก และเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตามไม่ได้ติดจากลมหายใจของคนสู่คน รองลงมาคือการติดเชื้อทางลำไส้ผ่านการกิน จะทำให้มีไข้ ปวดมวนท้อง คลื่นไส้ อาเจียน คล้ายอาการอาหารเป็นพิษ และสุดท้ายคือติดต่อผ่านทางผิวหนัง การชำแหละจะเป็นผื่นนูน คัน แต่ไม่เจ็บ ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นตุ่มพุพอง แตกเป็นแผลแดงนูน เกิดเป็นสะเก็ดสีดำ และเกิดแผลเนื้อเน่าตายได้

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยเคยมีผู้ป่วยโรคแอนแทรกซ์หรือไม่ น.สพ.ธีรศักดิ์ กล่าวว่า เคยมีเมื่อ 20 ปี ก่อนเจอที่จังหวัดพิจิตร ตอนนั้นเกิดขึ้นเพราะกินเนื้อสัตว์ติดเชื้อโดยไม่ปรุงสุก ส่วนรายสุดท้ายที่พบผู้ป่วยในประเทศไทยก็คือเมื่อ 17 ปีก่อนที่ ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งเป็นที่เดิมเลย จากนั้นก็ไม่เจอผู้ป่วยในประเทศไทยอีก ส่วนเพื่อนบ้านตอนนื่อว่าจะมีโรคดังกล่าวอยู่เพราะไม่มีระบบกักกันสัตว์เหมือนไทย

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคแอนแทรกซ์เป็นโรคติดต่อที่เกิดในสัตว์กินหญ้าแทบทุกชนิดทั้งสัตว์ป่า และสัตว์เลี้ยง เช่น โค แพะ แกะ เป็นต้น โดยสัตว์จะติดเชื้อจากการกินหญ้าที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียบาซิลลัส แอนทราซิส (Bacillus anthracis) ให้สัตว์ป่วยและตายอย่างรวดเร็ว และสามารถติดจากสัตว์สู่คนได้ 1. ผ่านทางลมหายใจ 2. ผิวหนังที่มีบาดแผล และ 3.การกินเนื้อสัตว์ที่มีเชื้อโรค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...