โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาลีบาบาเอฟเฟ็กต์

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 26 ม.ค. 2562 เวลา 10.40 น.

คอลัมน์ สามัญสำนึก โดย สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

ถ้าพูดถึง 2 ผู้ทรงอิทธิพลของประเทศจีนยุคนี้ แน่นอนว่าคนแรกที่ทุกคนนึกถึงเป็นใครไปไม่ได้ นั่นคือ “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีน (ตลอดชีพ)

และอีกคนคือ “แจ็ก หม่า” ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของอาลีบาบา กรุ๊ป ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทางการจีนอย่างมาก และได้รับการยกย่องจากรัฐบาลจีนว่าเป็น “ผู้ริเริ่มเศรษฐกิจดิจิทัล” มาสู่ประเทศจีน

ขณะที่อิทธิพลของอาลีบาบาที่รุกคืบเข้ามามีบทบาทต่อการดำรงชีวิตประจำวันของชาวจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในทุกรูปแบบที่ต่อยอดมาจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทั้งบนแพลตฟอร์ม เถาเป่า, ทีมอลล์, อาลีเอ็กซ์เพรส เป็นต้น สู่ผู้นำนวัตกรรมทางการเงิน (ฟินเทค) ไม่ว่าจะเป็น “อาลีเพย์” กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ชำระเงินออนไลน์ รวมถึงบริการปล่อยกู้ออนไลน์ ไปจนถึงขายประกัน ขายกองทุนออนไลน์

ปัจจุบันบริการต่าง ๆ ของอาลีบาบา ได้แทรกซึมเข้าไปในชีวิตประจำวันของประชาชนชาวจีนกว่า 600 ล้านคน

“นิกเคอิ เอเชียน รีวิว” ระบุว่า นอกจากการนำเสนอบริการต่าง ๆ ผ่านออนไลน์ผ่านมือถือที่สามารถให้กับผู้ใช้บริการอย่างทั่วถึงแล้ว หัวใจสำคัญของอาลีบาบา คือ

การทำ “บิ๊กดาต้า” เกาะติดทุกพฤติกรรมการจับจ่ายของลูกค้า เพราะทุก ๆ บริการของอาลีบาบาที่ผู้บริโภคเข้าไปใช้บริการ จะต้อง “ยอมแลก” กับการสูญเสียข้อมูลส่วนตัว รวมถึงการอนุญาตให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ติดตามการใช้ชีวิตส่วนตัวของแต่ละคน โดยเฉพาะในยุคจีนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างรวดเร็ว

“อาลีบาบา” กลายเป็นธุรกิจที่ทรงพลัง ที่มีฐานข้อมูลลูกค้า ครอบคลุมตั้งแต่ประวัติการช็อปปิ้งสินค้าออนไลน์ พฤติกรรมการใช้จ่าย หนี้สิน ไปจนถึงภูมิหลังด้านการศึกษา สินทรัพย์ที่ครอบครอง ประวัติการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และประวัติการใช้ยา

นอกจากนี้อาลีบาบายังพัฒนา “บิ๊กดาต้า” เป็นระบบ credit score ของลูกค้าแต่ละคนภายใต้ชื่อบริการ “Sesame Credit” ที่อาศัยฐานข้อมูลธุรกรรมออนไลน์ต่าง ๆ ทั้งการชำระเงิน การซื้อสินค้า รวมทั้งข้อมูลความสัมพันธ์ทางธุรกรรมระหว่างลูกค้ากับผู้ขายสินค้าออนไลน์ ของลูกค้าอาลีบาบากว่า 600 ล้านคน ทำเป็น credit score ของผู้บริโภคแต่ละคน

ทำให้อาลีบาบา “รู้จัก-รู้ใจ” ผู้บริโภคอย่างแท้จริง ที่ช่วยให้สามารถวางแผนงานได้แม่นยำมากขึ้น ทั้งการนำเสนอบริการและสินค้าโดนใจผู้บริโภคมากขึ้น ๆ หรือเป็นเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าที่จะมีโอกาสเป็นเอ็นพีแอลหรือหนี้เสียน้อยมาก

ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ก็ยอมรับว่า ข้อมูลลูกค้าธนาคารปัจจุบันเป็นแค่ข้อมูลฐานะการเงิน แต่ยังไม่สามารถเกาะติดพฤติกรรมการใช้จ่ายด้านอื่น ๆ ได้ เช่น “อาลีบาบา” และปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ของไทยหลายแห่งก็อยู่ในช่วง

การพัฒนารูปแบบการปล่อยสินเชื่อ โดยใช้ข้อมูลพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เรียกว่า “information-based lending” แทนที่จะใช้ข้อมูลเงินเดือนหรือทรัพย์สินที่เป็นตัวค้ำประกันเช่นที่ผ่านมา

ด้านหนึ่งเป็นการสร้าง “บิ๊กดาต้า” เพื่อเพิ่มโอกาสและทางเลือกใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค แต่อีกด้านหนึ่งหมายความว่าผู้บริโภค 600 ล้านคนในจีน และกำลังทวีคูณเพิ่มมากขึ้นจากการที่อาลีบาบาขยายอาณาจักรออกไปทั่วโลกรวมทั้งไทย กำลังตกอยู่ใต้อิทธิพลของอาลีบาบาแบบไม่รู้ตัว สิ่งสำคัญที่นักวิเคราะห์ต่างชาติกังวลก็คือ ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ รัฐบาลปักกิ่งสามารถเข้าถึงได้ด้วยเช่นกัน

หมายความว่าการแผ่ขยายอิทธิพลของ “อาลีบาบา” มีเงาอำนาจของรัฐบาลจีนทาบติดมาด้วย

ดังนั้นในขณะที่อาลีบาบากำลังรุกขยายบริการต่าง ๆ ไปทั่วโลก ก็เป็นเสมือนเป็นตัวแทนรัฐบาลจีนรุกขยายอำนาจเศรษฐกิจโลกของรัฐบาลจีนด้วย และสื่อต่างชาติหลายรายเรียกสิ่งนี้ว่า “อาลีบาบาเอฟเฟ็กต์” ที่อาจทำให้คนทั้งโลกอยู่ภายใต้เงาอิทธิพลของจีนแบบไม่รู้ตัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...