โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เจ้าสัวเจริญ" รวบ 4 ไลเซนส์บริษัทประกัน สยายปีก "เครือไทยฯ"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 พ.ค. 2563 เวลา 10.02 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2563 เวลา 10.02 น.

สมรภูมิธุรกิจประกันภัยในเมืองไทยปัจจุบัน แม้จะมีอยู่มากมายหลายบริษัท ทว่า หากเจาะลึกเข้าไปในโครงสร้างแต่ละบริษัทแล้ว ผู้ที่ครองส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ส่วนใหญ่ จะเห็นได้ว่าอยู่ในมือกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ทั้งกลุ่มบริษัทข้ามชาติ และคนไทยไม่กี่ตระกูล

ทั้งนี้ หลายบริษัทประกันภัยที่ดำเนินงานภายใต้กลุ่มเครือเดียวกัน ในส่วนที่เป็นบริษัทของคนไทย อาทิ บมจ.เครือไทย โฮลดิ้งส์ (TGH) ของ“เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” ภายใต้การบริหารของ นายโชติพัฒน์ และนางอาทินันท์ พีชานนท์ (ลูกสาวคนโตเจ้าสัวเจริญ), กลุ่ม “ตระกูลไชยวรรณ”, กลุ่ม “ตระกูลโสภณพนิช” และกลุ่ม “ตระกูลล่ำซำ” ส่วนใหญ่จะใช้โมเดล “เถ้าแก่” ในการทำธุรกิจประกัน ทำให้มีอำนาจการต่อรอง สามารถดำเนินธุรกิจได้บนต้นทุนที่ถูกลง

“ตระกูลดัง” ครองไลเซนส์

สำหรับ “ตระกูลไชยวรรณ” ถือไลเซนส์ธุรกิจประกันอยู่ทั้งสิ้น 3 บริษัท คือ บมจ.ไทยประกันชีวิต, บมจ.ไทยประกันสุขภาพ และ บมจ.ไทยไพบูลย์ประกันภัย

ขณะที่กลุ่ม “ตระกูลโสภณพนิช” มี 3 ไลเซนส์ คือ บมจ.กรุงเทพประกันภัย (BKI), บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต (BLA), บมจ.ไอโออิกรุงเทพประกันภัย

นอกจากนี้ ยังมีการเข้าไปถือหุ้น บมจ.จรัญประกันภัยอยู่ 4.82% ส่วนกลุ่ม “ตระกูลล่ำซำ” มีธุรกิจประกันในมืออยู่ 2 บริษัท คือ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) และ บมจ.เมืองไทยประกันภัย (MTI)

ฟากกลุ่ม “เครือไทย โฮลดิ้งส์” ของ “เจ้าสัวเจริญ” ช่วงที่ผ่านมา นับเป็นกลุ่มธุรกิจประกันที่มีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงมากที่สุด โดยหลังจากนำบริษัทเครืออาคเนย์เข้าเทกโอเวอร์ บมจ.ไทยประกันภัย (TIC) เมื่อปี 2561 และต่อมาปี 2562 ก็ได้นำ บมจ.เครือไทยโฮลดิ้งส์ (TGH) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ทางอ้อม (backdoor listing) และถอน “TIC” ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯไป

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2563 ที่ผ่านมา ก็ขยับเข้าไปเทกโอเวอร์ บมจ.อินทรประกันภัย (INSURE) อีกบริษัทหนึ่ง ด้วยการใช้บริษัท รถดีเด็ด ออโต้ (RDD) ที่ “เครือไทย โฮลดิ้งส์” ถือหุ้นอยู่ 99.99% เข้าไปเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ “INSURE” โดยสมัครใจ จำนวน 10 ล้านหุ้น มีระยะเวลาทำคำเสนอซื้อระหว่าง 8 เม.ย.-15 พ.ค. 2563 ในราคาหุ้นละ 35.00 บาท พร้อมระบุว่า หากได้หุ้นเกิน 90% ก็จะมีการ “เพิกถอน” หลักทรัพย์ “INSURE” ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯต่อไป

“เจริญ” แยกบทบาท 4 บริษัท

แหล่งข่าวจากวงการประกันภัย กล่าวว่า การเข้าไปเทกโอเวอร์กิจการ บมจ.อินทรประกันภัยดังกล่าว จะทำให้ “เครือไทย โฮลดิ้งส์” มีธุรกิจประกันภัยในมือ 4 บริษัทด้วยกัน คือ บมจ.อาคเนย์ประกันชีวิต, บมจ.อาคเนย์ประกันภัย, บมจ.ไทยประกันภัย และ บมจ.อินทรประกันภัย ซึ่งคาดว่าจะมีการแบ่งบทบาทการทำธุรกิจกันอย่างชัดเจนมากขึ้น

“แผนธุรกิจในส่วนประกันวินาศภัยนั้น จะมีอาคเนย์ประกันภัยขายผ่านระบบตัวแทนแบบดั้งเดิม ขณะที่ไทยประกันภัยจะเน้นดิจิทัลอินชัวเรอร์ ส่วนอินทรประกันภัยจะเป็นประกันสินเชื่อรถยนต์ ด้านธุรกิจประกันชีวิตก็มีอาคเนย์ประกันชีวิต” แหล่งข่าวกล่าว

คลังหนุน AIG ทำธุรกิจในไทยต่อ

ส่วนกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาทำธุรกิจประกันภัยในไทย หลายแห่งก็มีการถือครองหลายไลเซนส์เช่นกัน อาทิ “กลุ่มเอไอจี” (AIG) สัญชาติอเมริกัน ที่เป็นเครือเดียวกันกับ “นิวแฮมพ์เชอร์อินชัวรันส์” ซึ่งล่าสุด ทั้ง 2 บริษัทจะควบรวมกิจการเข้าด้วยกัน โดยการทำธุรกิจในไทย ต้องขออนุมัติจาก รมว.คลังในเรื่องการถือหุ้นด้วย ทั้งนี้ ล่าสุดมีข่าวว่า รมว.คลังได้อนุมัติเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ยังมี “กลุ่มเอ็มเอส แอนด์ เอดี อินชัวรันซ์ กรุ๊ป” (MS&AD) จากญี่ปุ่น ที่มีธุรกิจประกันอยู่ในไทย 3 บริษัท คือ บมจ.เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (MSIG), บมจ. มิตซุยสุมิโตโมอินชัวรันซ์ และ บมจ.ไอโออิกรุงเทพประกันภัย ตลอดจน “กลุ่มชับบ์” (CHUBB) จากอเมริกา ที่มีบริษัทย่อยในไทย 3 รายเช่นกัน คือ บมจ.ชับบ์สามัคคีประกันภัย, บมจ.ชับบ์ไลฟ์แอสชัวรันซ์ และถือหุ้น บมจ.เอซ ไอเอ็นเอ โอเวอร์ซีส์ อินชัวรันซ์

จ่อเปิดไลเซนส์รับเทรนด์ดิจิทัล

นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า โครงสร้างธุรกิจประกันภัยในไทย ผู้ที่ถืออยู่หลายไลเซนส์ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มตระกูลคนมีเงิน ซึ่งคิดว่าคงไม่ได้เก็บไว้หวังขายทำกำไร เพียงแต่อาจจะรอเวลาที่จะเปลี่ยนแนวธุรกิจ หรือรอจังหวะขายพอร์ตงานออกไป ซึ่งปัจจุบันธุรกิจก็เปลี่ยน เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าจากโบรกเกอร์ไม่ใช่ลูกค้าของบริษัทโดยตรงอีกต่อไป

นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการสายกฎหมายและคดี สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า ในอดีตไลเซนส์ธุรกิจประกันภัย ถือว่าค่อนข้างมีราคา แต่ในอนาคตจะต่างไป ดังนั้น การเก็บไลเซนส์ไว้อาจจะเป็นความคิดของคนยุคเก่าที่ต้องการเก็บไว้จะขายทำกำไร อย่างไรก็ดี ปัจจุบันหน่วยกำกับธุรกิจประกันภัยทั่วโลก รวมไปถึงสำนักงาน คปภ.เอง มีแนวคิดศึกษา “ดิจิทัลไลเซนส์” เพราะเป็นเทรนด์การทำธุรกิจที่มีต้นทุนต่ำ และสนับสนุนการควบรวมกิจการ เพื่อให้บริษัทประกันในไทยมีความเข้มแข็ง

ถึงตอนนั้น คงต้องมาดูกันอีกทีว่าสมรภูมิธุรกิจประกันภัยในเมืองไทยจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปจากปัจจุบันมากน้อยเพียงใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...