โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปลดทุกข์เรื่องใหญ่! ราษฎรสมัย ร.5 ขับถ่ายอย่างไร? เมื่อห้องแถวริมถนนยังไม่มี "ส้วม"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 02 ก.ย 2567 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2567 เวลา 01.21 น.
“ไม้แก้งก้น” เครื่องทำความสะอาดหลังขับถ่ายของสาวชาววัง (ภาพจิตรกรรมจากวัดเกาะลาน อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก, สไลด์คุณเอนก นาวิกมูล)

ปลดทุกข์เรื่องใหญ่! ราษฎรสมัย ร.5 ขับถ่ายอย่างไร? เมื่อห้องแถวริมถนนยังไม่มี “ส้วม”

อย่างที่เรารู้กันดีว่า “ส้วม” เป็นที่ “ปลดทุกข์” แต่ถ้าย้อนไปสมัย รัชกาลที่ 5 ตึกและห้องแถวยุคนั้นยังไม่มีส้วม แล้วราษฎรขับถ่ายกันอย่างไร?

ชัย เรืองศิลป์ ผู้เขียนหนังสือ “ประวัติศาสตร์ไทยสมัย พ.ศ. 2352-2453 (ด้านสังคม)” บรรยายสภาพของราษฎรสมัยนั้นว่า ตึกแถวและห้องแถวริมถนนมักไม่มี “ส้วม” เมื่อถึงเวลาต้อง “ปลดทุกข์” หัวหน้าครอบครัวมักถ่ายใส่กระโถน แล้วให้บ่าวไพร่ไปทิ้งในแม่น้ำลำคลอง

“ส่วนคนอื่นๆ ต้องไปหาที่ขี้เอาเอง ตามสวนบ้าง ตามที่รกร้างว่างเปล่าบ้าง ตามส้วมวัด และส้วมสาธารณะบ้าง หรือใช้ส้วมของเอกชนโดยขออนุญาตบ้าง และโดยลักลอบบ้าง…”

สำหรับอาคารตึกแถว แม้จะเป็นส่วนน้อยแต่ก็มีให้เห็นตั้งแต่ช่วงสร้างถนนสมัยรัชกาลที่ 4 โดยตึกแถวส่วนใหญ่เป็นของชาวจีน ขณะที่บ้านเรือนส่วนใหญ่ในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 ยังเป็นไม้ มุงด้วยหลังคาจาก

กล่าวได้ว่า ราษฎรยุคนั้นยังไม่ทราบข้อมูลการขับถ่ายอย่างถูกสุขลักษณะไปจนถึงการชำระล้าง ซึ่งมักใช้น้ำในลำคลอง (ที่เดียวกับที่ทิ้งอุจจาระและปัสสาวะ) มาใช้ทำความสะอาดและประกอบอาหาร

งานศึกษาทางประวัติศาสตร์เรื่อง “โรคระบาดในชุมชนภาคกลางของไทย พ.ศ. 2440-2475” โดย วรนารถ แก้วคีรี ระบุว่า จุดเริ่มต้นของการเติบโตด้านสาธารณสุขเริ่มจากที่กรุงเทพฯ สืบเนื่องมาจากการขยายตัวของเมือง เมื่อกรุงเทพฯ กลายเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนสินค้าทั้งจากภายในและนอก ทำให้เกิดย่านการค้าในหลายพื้นที่

พ.ศ. 2437 อาจนับเป็นจุดเริ่มแนวคิดเกี่ยวกับสุขาภิบาล เห็นได้จาก เจ้าพระยาอภัยราชา (โรลัง ยัดมินส์) ที่ปรึกษาราชการทั่วไป กราบบังคมทูลว่า ชาวต่างประเทศมักติเตียนว่า “กรุงเทพฯ โสโครก” และกราบทูลรัชกาลที่ 5 ให้ทรงจัดมุนิสิเปอล (นามบัญญัติคือ “เทศบาล”) ดังเช่นในต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม แนวคิดเรื่องสุขาภิบาลที่ปรากฏก่อนหน้านี้สะท้อนผ่านกฎหมายซึ่งคาดว่า เป็นกฎหมายฉบับแรกที่เกี่ยวกับกรณีจัดระเบียบชุมชนปรากฏ เมื่อ พ.ศ. 2413 จากที่มีออก “พระราชบัญญัติธรรมเนียมคลอง” ใจความสำคัญคือ ห้ามทิ้งสิ่งใดลงในลำคลอง ป้องกันคลองตื้นเขิน และห้ามผู้ที่ตั้งบ้านเรือนทั้งสองฝั่งทำเว็จและถ่ายอุจจาระลงในคลอง ห้ามเทสิ่งของอันโสโครก และยังระบุถึงการสร้าง “ส้วม” ให้สร้างด้วยอิฐหรือไม้ มีประตูเปิด-ปิด ปิดของโสโครกให้มิดชิด และให้ทำความสะอาด จ้างคนนำไปเททิ้งในที่รกร้าง ห่างไกลชุมชน

หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็เริ่มมีกฎหมายเกี่ยวเนื่องกับสุขาภิบาลประกาศออกมา แต่วัตถุประสงค์ที่จริงแล้วเพื่อจัดระเบียบชุมชน ซึ่งกฎหมายเหล่านี้อาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับจุดประสงค์เรื่องการป้องกันโรคระบาดโดยตรง แต่ก็มีผลเชื่อมโยงกัน อาทิ พระราชกำหนดการสุขาภิบาล พ.ศ. 2440 ว่าด้วยเรื่องการทำลายขยะเยื่อมูลฝอย จัดเว็จที่ถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ และขนย้ายสิ่งโสโครก

เมื่อกรมสุขาภิบาลถูกก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2440 จึงเริ่มมีประกาศ กฎเกณฑ์ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสะอาดและป้องกันโรคโดยตรง

ครั้นใน พ.ศ. 2441-2468 รัชกาลที่ 5 ทรงจ้าง ดร. ฮิวจ์ แคมป์เบล ไฮเอต (Huge Campbell Highet. C.M.,M.D.,D.PH. London) แพทย์ชาวอังกฤษ มาดำเนินงานด้านสุขอนามัย เมื่อทำงานในฐานะเจ้ากรมแพทย์สุขาภิบาล นพ.ไฮเอต รับค่าจ้างที่ 2,000 บาทต่อเดือน

นพ.ไฮเอต บรรยายสภาพการเกิดโรคในสมัยนั้นว่า ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงอุณหภูมิสูง เป็นช่วงที่เกิดโรคระบบทางเดินอาหารมากที่สุด อาทิ อหิวาตกโรคและไทฟอยด์ จากที่น้ำในแม่น้ำลดปริมาณลง เมื่อสภาวะสุขาภิบาลไม่ดีพอ ยิ่งทำให้เกิดโรคระบาดได้ง่าย (อ่านเพิ่มเติม : ดร.ไฮเอต หมอฝรั่งที่ ร. 5 ทรงจ้างด้วยเงินเดือนแพงลิ่วถึง 27 ปี)

นพ.ไฮเอต เห็นว่า สภาพสุขาภิบาลของกรุงเทพฯ เลวร้ายที่สุด จนเสนอความคิดเห็นว่า ควรรองน้ำฝนดื่ม แทนน้ำจากลำคลอง รับประทานอาหารที่ปรุงสุก และไม่มีแมลงวันตอม เพื่อป้องกันโรคระบาด

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

3 โรคระบาดสำคัญของสยาม อหิวาต์, ไข้ทรพิษ, กาฬโรค. ศิลปวัฒนธรรม. เว็บไซต์. 14 ธันวาคม พ.ศ.2561.

ชัย เรืองศิลป์. ประวัติศาสตร์ไทยสมัย พ.ศ. 2352-2453 (ด้านสังคม). พิมพ์ครั้งที่ 2. พระนคร : สำนักพิมพ์เรืองศิลป์, 2519

วรนารถ แก้วคีรี. โรคระบาดในชุมชนภาคกลางของไทย พ.ศ. 2440-2475 : การศึกษาเชิงประวัติศาสตร์. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย, 2535

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปลดทุกข์เรื่องใหญ่! ราษฎรสมัย ร.5 ขับถ่ายอย่างไร? เมื่อห้องแถวริมถนนยังไม่มี “ส้วม”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...