บลจ.บัวหลวง ส่ง 3 กองทุน Thai ESGX เสนอขายครั้งแรก 2–8 พฤษภาคม
บลจ.บัวหลวง ส่ง 3 กองทุน Thai ESGX เสนอขายครั้งแรก 2–8 พ.ค. เลือกได้ตั้งแต่ Low Fee Low Beta จนถึงลงทุนหุ้นเต็มที่เปิดโอกาสให้สุด
รายงานข่าวจาก บลจ.บัวหลวง (BBLAM) เปิดเผยว่า บริษัทฯเสนอขายกองทุน Thai ESGX ใหม่ จำนวน 3 กองทุน มีสไตล์การลงทุนแตกต่างกัน โดยเริ่มจาก
- กองทุนแรก “BMDIV-TESGX” เป็นแบบ Low Fee Low Beta มีปันผล ลงทุนหุ้นยั่งยืนไม่เกิน 70% หุ้นที่เลือกมีสภาพคล่องและจ่ายเงินปันผล หรือมีความเคลื่อนไหวของราคาตาม SET Index ในระดับต่ำ และเก็บค่าธรรมเนียมต่ำสุดใน 3 กองทุน
- กองทุนที่สอง “BM70-TESGX” เป็นแบบลงทุนหุ้นบริษัทเติบโต สถานะการเงินดี ไม่เกิน 70% โดยกองทุนนี้ไม่มีปันผล
- กองทุนที่สาม “BEQD-TESGX” เป็นกองทุนที่มีปันผล มีนโยบายลงทุนหุ้นยั่งยืนเปิดกว้าง พร้อมเก็บโอกาสให้สุด
ทั้ง 3 กองทุน เปิดขายครั้งแรก 2–8 พฤษภาคม 2568 จองซื้อขั้นต่ำ 500 บาท
สำหรับมุมมองของหุ้นไทย จากงานสัมมนา “ทิศทางตลาดหุ้นไทย กับ Thai ESGX” ซึ่งจัดโดย บลจ.บัวหลวง เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ Deputy Managing Director, Investment Research บลจ.บัวหลวง กล่าวว่าจะยังมีความผันผวนตลอดทั้งปี จากประเด็นทั้งในและต่างประเทศ
สำหรับประเด็นใหญ่ที่นักลงทุนจับตามอง คือ ความคืบหน้าของมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และผลจากการเจรจาทั้งของประเทศไทยและประเทศคู่ค้าหลักๆ
ในช่วงสั้นๆ บลจ.บัวหลวง เชื่อว่าตัวเลขบ่งชี้ทางเศรษฐกิจนั้นจะถูกบิดเบือนจากการเร่งตัวของกิจกรรมก่อนทางเศรษฐกิจ ก่อนจะหมดระยะ 90 วันที่สหรัฐฯ ต่อเวลาให้ โดยมองว่าสินค้าคงคลังในประเทศต่างๆ นั้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ ซึ่งหมายความว่า ตัวเลขทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มอ่อนแอลงในระยะถัดไป ซึ่งจะส่งผลให้ทิศทางเงินเฟ้อลดลงได้บ้างในบางประเทศ
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเจรจาการค้าเกิดขึ้น แต่เชื่อได้ว่า ระดับของภาษีเฉลี่ยนั้นจะสูงขึ้นกว่าในอดีต ซึ่งนำไปสู่การชะลอตัวของการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลทางตรงต่อแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยจะเห็นว่านักวิเคราะห์ได้ปรับลดการคาดการณ์ ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจและแนวโน้มรายได้ของบริษัทจดทะเบียนอย่างต่อเนื่องและจะกดดันดัชนีตลาดหุ้นไทย
ส่วนการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย จะเป็นปัจจัยบวกกับทิศทางของตลาดได้ในระยะปานกลาง ในขณะเดียวกันภาครัฐจะมีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ทั้งงบประจำและงบลงทุน เพื่อเป็นปัจจัยส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อทิศทางตลาดในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ดี ภายใต้ความไม่แน่นอนทางนโยบายทั้งนอกและในประเทศนั้น จะส่งผลให้ดัชนีแกว่งตัวค่อนข้างมาก บลจ.บัวหลวง มองว่ากลยุทธ์การลงทุนในระยะต่อไป ยังคงเป็นการลงทุนแบบ Selective
สำหรับนักลงทุนที่เน้นการลงทุนในกองทุนนั้นกองทุน Thai ESGX ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ นอกจากการที่สามารถเริ่มลงทุนในได้ในช่วงที่ตลาดยังไม่แพงไปและมี Downside ไม่สูงมากแล้ว ก็ยังจะได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษีอีกด้วย
กองทุน Thai ESGX ทั้ง 3 กองทุนนี้ เปิดขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 2– 8 พฤษภาคม 2568 สำหรับเงินลงทุนใหม่พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุดถึง 300,000 บาท และเปิดขายอีกครั้งในระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม–30 มิถุนายน 2568
โดยในช่วงนี้ นอกจากจะรับเงินลงทุนใหม่ด้วยแล้ว ยังจะเปิดให้สับเปลี่ยนจาก LTF เข้ามาในทั้ง 3 กองทุนนี้ได้ ซึ่งจะทำให้กลุ่มนี้ในปี 2568 ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้อีก 300,000 บาท และปี 2569–2572 อีกปีละไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งถือเป็นโอกาสของผู้ถือหน่วยลงทุน LTF ที่จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมอีก