โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

โบรกฯ ชี้ กองทุน Thai ESGX มาได้ “ถูกที่ ถูกเวลา ถูกจังหวะ” พร้อมเชียร์ 25 หุ้นที่ได้อานิสงส์

Businesstoday

อัพเดต 02 พ.ค. 2568 เวลา 15.42 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2568 เวลา 08.42 น. • Businesstoday

“บล.เอเซีย พลัส” ชี้ กองทุนลดหย่อนภาษีใหม่พิเศษ Thai ESGX มาได้ “ถูกที่ ถูกเวลา ถูกจังหวะ” แวลูเอชันหุ้นไทยปรับตัวลงมาค่อนข้างถูก หลังผ่านวิกฤตโควิด-เทรดวอร์ ฝั่ง “บล.กรุงศรีฯ” คาดหวังเม็ดเงิน 3,000 ล้านเข้ามาเติมตลาดหุ้น

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า กองทุนลดหย่อนภาษีใหม่พิเศษ (Thai ESGX) ที่มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืนไม่น้อยกว่า 80% ของทรัพย์สินสุทธิ (NAV) และจะต้องลงทุนในหุ้นยั่งยืนไม่น้อยกว่า 65% ของ NAV มาได้ “ถูกที่ ถูกเวลา ถูกจังหวะ” น่าซื้อสะสม แถมนำมาลดหย่อนภาษีได้อีก

แม้ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยจะย่อตัวลงมาลึกจาก 1,700-1,800 จุด (ราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (PBV) > 1.8 เท่า) เหลือ 1,146 จุด ซึ่งการลงมาแรง ส่งผลให้นักลงทุนขาดทุน โดยในช่วงเวลาดังกล่าว ตลาดหุ้นไทยเผชิญวิกฤตหนัก ไม่ว่าจะเป็น โควิด-19 คร่อมช่วงปลายสงครามการค้าครั้งที่ 1 และต้นสงครามการค้าครั้งที่ 2 กดดันจน PBV ของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) ปัจจุบันเหลือ 1.07 เท่า เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยได้ทำการวิเคราะห์เชิงปริมาณตลอด 25 ปีที่ผ่านมา หากลงทุนระยะยาวใน SET Index 5 ปี โดยซื้อหุ้นในช่วง PBV < 1.1 เท่า พบว่า SET Index มีโอกาสให้ผลตอบเฉลี่ยแทนสูงถึง 208% ใน 5 ปีข้างหน้า (เฉลี่ย 25% ต่อปี)

ขณะที่ปัจจุบัน มีเม็ดเงินคงค้างในกองทุนระยะยาวลดหย่อนภาษีเดิม (LTF) 1.52 แสนล้านบาท (ณ 23 เม.ย. 2568) และหากดูผลตอบแทนต่อปีเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ของกองทุน LTF ทั้งหมด 106 กองทุน ให้ผลตอบแทนทรงๆ -0.7% ต่อปี ถือว่าทำได้ดี ภายใต้ตลาดหุ้นที่เผชิญวิกฤตต่างๆ

ดังนั้น หวังว่าการโยกเงินจากกองทุน LTF เป็นกองทุน Thai ESGX หรือซื้อกองทุน Thai ESGX เพิ่ม ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีกับนักลงทุน (ช่วง 2 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2568) เพราะ SET Index ปัจจุบันมีมูลค่า (Valuation) ถูกมาก สะท้อนจาก PBV 1 เท่าต้นๆ หลังเผชิญวิกฤตต่างๆ มาเยอะ ขณะที่ในระยะยาวระดับ 5 ปีขึ้นไป ผลกระทบจากปัจจัยภายนอกมักจะส่งผลน้อยลง และยังมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดีระดับ 25% ต่อปี รวมถึงสามารถเม็ดเงินนำไปลดหย่อนภาษีเพิ่มได้อีก

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ยังคงแนะนำ 10 หุ้นเด่นที่มีอันดับความยั่งยืน (ESG Rating) ซึ่งจะได้เม็ดเงินจากกองทุน Thai ESGX ทยอยเข้ามาหนุน แบ่งเป็น 5 หุ้นเก็งทำไร หวังราคาเด้งกลับแรง ได้แก่ DELTA AMATA SCGP TOP และ AOT และ 5 หุ้นสะสมระยะกลางยาว ได้แก่ SCC CPALL BDMS WHA และ CK

ขณะที่นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกองทุน Thai ESGX ว่า ก.ล.ต.แจ้งว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาคำขออนุมัติจัดตั้งกองทุน Thai ESGX รวม 37 แห่ง คาดว่าจะเสนอขายและรองรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุน LTF นับตั้งแต่ 2 พ.ค. 2568 เป็นต้นไป โดยประเมินจิตวิทยาบวกต่อ SET Index ดังนี้

1. คาดว่าจะมีความชัดเจนของเม็ดเงินลงทุนกองทุน LTF ที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน

2. คาดหวังเม็ดเงินใหม่จะเข้ามาลงทุนในวงเงินลดหย่อนภาษีพิเศษ (เปิดขาย 2 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2568) เป็นสภาพคล่องเพิ่มเติมเข้ามาในตลาดหุ้น อิงยอดซื้อช่วงมาตรการคล้ายกัน (กองทุนเพื่อการออมพิเศษ SSFX) รอบดังกล่าวมีเม็ดเงินใหม่เข้ามาราว 3,000 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายวิจัยประเมินรอบนี้จะมีเม็ดเงินไหลเข้ามาในระดับใกล้เคียงกัน

ทั้งนี้ หุ้นที่มีโอกาสเป็นเป้าหมายเม็ดเงิน ได้แก่

– 10 หุ้นที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน (Deep Value) ได้แก่ CPALL BDMS MINT BH GPSC SCGP HMPRO KBANK BBL และ AOT

– หุ้นผลตอบแทนสูง (High Yield) เช่น กลุ่มสื่อสาร ADVANC กลุ่มธนาคาร KTB KBANK SCB และ BBL และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ AP และ LH

– หุ้นที่ลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-curve) โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยี เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้า GULF และ GPSC กลุ่มสื่อสาร ADVANC และ TRUE และกลุ่มรับเหมา STECON

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...