FAO ชี้ “ราคาอาหารโลก” เดือน เม.ย.พุ่ง 1% นำโดยธัญพืช-นม-เนื้อ คาดผลผลิตข้าวปีนี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์
FAO ชี้ "ราคาอาหารโลก" เดือน เม.ย.พุ่ง 1% จากเดือนก่อนหน้า และสูงขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน นำโดยธัญพืช-นม-เนื้อ คาดผลผลิตข้าวปีนี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์
วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) รายงานว่า ดัชนีราคาอาหารโลก (FAO Food Price Index) เดือนเมษายน 2568 เฉลี่ยอยู่ที่ 128.3 จุด เพิ่มขึ้น 1.0% จากเดือนมีนาคม และเพิ่มขึ้น 7.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากราคาธัญพืช เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์นมที่สูงขึ้น
โดยดัชนีราคาธัญพืช (Cereal Price Index) เพิ่มขึ้น 1.2% จากเดือนก่อนหน้า ราคาข้าวสาลีปรับขึ้นเล็กน้อย จากอุปทานเพื่อส่งออกของรัสเซียที่ลดลง ราคาข้าวเพิ่มขึ้นจากความต้องการข้าวหอมที่แข็งแกร่ง ราคาข้าวโพดเพิ่มขึ้นจากปริมาณสต็อกในสหรัฐฯ ที่ลดลงตามฤดูกาล ขณะที่ค่าเงินและนโยบายภาษีมีผลต่อความไม่แน่นอนของตลาด
สำหรับดัชนีราคาเนื้อสัตว์ (Meat Price Index) เพิ่มขึ้น 3.2% โดยราคาทุกประเภทเนื้อสัตว์ปรับขึ้น โดยเฉพาะ เนื้อหมู และ เนื้อวัวในออสเตรเลียและบราซิล จากอุปสงค์โลกที่คงตัวและการส่งออกที่จำกัด ดัชนีราคาผลิตภัณฑ์นม (Dairy Price Index) เพิ่มขึ้น 2.4% จากเดือนก่อนหน้า และพุ่งขึ้นถึง 22.9% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้ราคานมเนยพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากสต็อกในยุโรปที่ลดลง
ขณะที่ดัชนีราคาน้ำมันพืช (Vegetable Oil Price Index) ลดลง 2.3% แม้ยังคงสูงกว่าปีก่อนหน้า 20.7% ราคาน้ำมันปาล์มลดลงจากผลผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่ม ราคาน้ำมันถั่วเหลืองและเรพซีดปรับขึ้นจากความต้องการนำเข้า และราคาน้ำมันดอกทานตะวันทรงตัว
ด้านดัชนีราคาน้ำตาล (Sugar Price Index) ลดลง 3.5% จากความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกและผลกระทบต่อการบริโภคในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดของน้ำตาล
นอกจากนี้คาดการณ์การผลิตข้าวสาลีปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 795 ล้านตัน ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เอเชียมีแนวโน้มผลผลิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นำโดยอินเดียและปากีสถาน โดยสถานการณ์ดีขึ้นในยุโรปตอนใต้และแอฟริกาเหนือ แต่อาจได้รับผลกระทบจากฝนแล้งในยุโรปเหนือและตะวันออกกลาง รวมถึงภัยแล้งในสหรัฐ
อ้างอิง : fao.org