โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

PTTEP เผย Q1/68 กำไร 1.65 หมื่นลบ. ลดลง 11.35% เหตุราคาขายปิโตรเลียมลดลง-มีบันทึกค่าเสื่อม

efinanceThai

เผยแพร่ 25 เม.ย. 2568 เวลา 06.35 น.

PTTEP เผย Q1/68 กำไร 1.65 หมื่นลบ. ลดลง 11.35% เหตุราคาขายปิโตรเลียมลดลง-มีบันทึกค่าเสื่อม

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 เม.ย. 68 13:35 น.

PTTEP เผย Q1/68 มีกำไร 1.65 หมื่นล้านบาท ลดลง 11.35% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เหตุราคาขายปิโตรเลียมลดลง และมีบันทึกค่าเสื่อมราคา ค่าสูญสิ้น และค่าตัดจำหน่าย ด้านผู้บริหาร เผยความคืบหน้าสำคัญเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งสามารถนำส่งรายได้จากการดำเนินงานให้กับรัฐกว่า 6,800 ล้านบาท

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 มีกำไรสุทธิที่ 16,560 ล้านบาท หรือลดลง 11.35% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/67 ที่มีกำไรสุทธิ 18,682 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายที่ลดลง และมีบันทึกค่าเสื่อมราคาค่าสูญสิ้น และค่าตัดจำหน่าย รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น

โดยกำไรจากการดำเนินงานปกติสำหรับไตรมาส 1/68 ลดลง 53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1/67 สาเหตุหลักจากรายได้จากการขายลดลงจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง ในขณะที่ปริมาณขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่จากโครงการจี 1/61 และโครงการมาเลเซียแปลงเค รวมทั้งค่าเสื่อมราคา ค่าสูญสิ้น และค่าตัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น มาจากโครงการจี 1/61 ตามปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งโครงการจี 2/61 มีค่าใช้จ่ายจากกิจกรรมซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น

ขณะที่การขาดทุนจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติสำหรับไตรมาส 1/68 ลดลง 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1/67 โดยหลักเป็นผลของกำไรจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน ตามราคาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าที่ปรับตัวลดลงในไตรมาส 1 ปีนี้ ในขณะที่ไตรมาส 1 ปีก่อน ราคาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าอยู่ในช่วงปรับตัวสูงขึ้น ทำให้เกิดขาดทุนจากสัญญาประกันความเสี่ยงฯ

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PTTEP เปิดเผยว่า ในไตรมาสที่ 1/68 และในช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีความก้าวหน้าในการดำเนินธุรกิจหลายด้าน โดยล่าสุด ปตท.สผ. ได้ลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติส่วนเพิ่มของแหล่งอาทิตย์ กับ ปตท. ซึ่งเป็นผู้ซื้อ เพื่อเพิ่มปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติต่อวันตามสัญญา (Daily Contract Quantity หรือ DCQ) ขึ้นเป็น 330 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากเดิมที่ปริมาณ 280 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เดือนมิ.ย.68 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยตอบสนองความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติของประชาชนและส่งเสริมการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ

รวมถึงในเดือนเม.ย.68 ปตท.สผ. ยังได้เข้าซื้อสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มเติมในบริษัท APICO LLC ซึ่งเป็นผู้ร่วมทุนในโครงการสินภูฮ่อม แหล่งปิโตรเลียมบนบกที่สำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ส่งผลให้ ปตท.สผ. ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมในโครงการสินภูฮ่อมเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 90 จากเดิมร้อยละ 80.487 และได้รับปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการลงทุนที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งในปี 2567 โครงการสินภูฮ่อมมีปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติเฉลี่ย 105 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และคอนเดนเสท 222 บาร์เรลต่อวัน

สำหรับการพัฒนาโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage หรือ CCS) ที่โครงการอาทิตย์ ได้รับการบรรจุอยู่ในแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศปี 64- 73 (Nationally Determined Contribution Action Plan Mitigation 2021-2030) แล้วในปี 67 ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการทำข้อตกลงต่างๆเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) โดยคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 700,000 – 1,000,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีขั้นสูง ต่อยอดองค์ความรู้ รวมทั้ง การพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศต่อไปในอนาคต

สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 1/68 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 74,196 ล้านบาท (เทียบเท่า 2,185 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 484,218 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2567 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากอัตราการผลิตปิโตรเลียมของโครงการ G1/61 ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยอยู่ที่ 45.74 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก จึงส่งผลให้ไตรมาสที่ 1 นี้ บริษัทมีกำไรสุทธิ 16,561 ล้านบาท (เทียบเท่า 488 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ปตท.สผ. ได้นำส่งรายได้ให้กับรัฐในรูปของภาษีเงินได้ ค่าภาคหลวง และส่วนแบ่งผลประโยชน์อื่นๆในไตรมาส 1/68 จำนวนกว่า 6,800 ล้านบาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาชุมชน การศึกษา และการวิจัยและพัฒนา เป็นต้น นอกจากนี้รัฐยังได้รับส่วนแบ่งของผลผลิตปิโตรเลียมจากโครงการ G1/61 และ G2/61 ซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) เป็นรายได้ทางตรงจากการผลิตปิโตรเลียมที่รัฐนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอีกส่วนหนึ่งด้วย

เรียบเรียง โดย ปริวัฒน์ หินพลอย อนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...