โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พี่สาวร้องน้องชายถูกรถทหารชนท้าย จยย.ดับ ผ่านไป 1 ปี คดีส่อพลิก

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 16 ก.พ. 2568 เวลา 14.32 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2568 เวลา 06.30 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 16 ก.พ. – พี่สาวร้องสายไหมต้องรอด หลังน้องชายถูกรถทหารชนท้ายรถจักรยานยนต์เสียชีวิต ส่วนหลานชายได้รับบาดเจ็บสาหัส วอนขอความเป็นธรรมเรื่องคดี

นางวราภรณ์ อายุ 37 ปี ร้องเรียนกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังน้องชายถูกรถทหารชนท้ายรถจักรยานยนต์เสียชีวิต แต่ปรากฏว่าผ่านไป 1 ปีแล้ว คดีส่อพลิก จากถูกจะกลายเป็นผิด จนพ่อต้องตรอมใจตายไปอีกคน

นางวราภรณ์ เล่าว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2566 หลังตนเองให้น้องชายและหลานชายขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งเสื้อผ้าให้ลูกค้า ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 5 กิโลเมตร โดยผ่านถนนเส้นเอราวัณและกำลังจะเลี้ยวขวาไปทางสามแยกบอลลูน แต่ปรากฏว่าทั้งคู่หายไปนาน 1-2 ชั่วโมง จนเริ่มผิดสังเกต และจู่ๆ มีกู้ภัยโทรเข้ามาหา สุดท้ายรู้ว่ามีรถทหารขับรถด้วยความเร็วจากด้านหลังของน้องชายพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์จนน้องชายถูกลากไปไกลและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนหลานที่ซ้อนท้ายบาดเจ็บสาหัส สภาพใบหน้าฉีกขาด มีแผลเต็มตัว

นางวราภรณ์ ยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ครอบครัวทุกข์ใจอย่างมาก ทั้งสูญเสียน้องชายที่เป็นคนดูแลพ่อแม่เป็นหลัก และหลานยังหน้าเสียโฉม ไม่อยากไปโรงเรียน ทำให้ปัจจุบันไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะต้องไปพบจิตแพทย์อยู่ตลอด

หลังจากที่น้องชายเสียชีวิต พ่อยังตรอมใจ ไม่ทำอะไร เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่ออกไปไหน จนกลายเป็นซึมเศร้า อาการไม่ดี และทรุดลงเรื่อยๆ เลือดไม่สูบฉีด รวมถึงยังบ่นตลอดว่า “อยากไปอยู่กับน้อง” เมื่อตื่นมาก็ร้องไห้ตลอด จนสุดท้ายเสียชีวิต

ส่วนตนเองก็เครียดมาก จนวันนี้ไม่อยากสู้คดีต่อแล้ว ต้องโทรบอกพี่ชายให้มาช่วยต่อสู้คดีต่อ เพราะด้วยระยะเวลาที่ผ่านมานานกว่า 1 ปีแล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้ฟ้องแพ่งกับทหารยศ “สิบเอก” คนขับรถชนไปแล้ว แต่เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทราบว่าจากที่ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย กลายเป็นประมาทร่วม รู้สึกตกใจ ทั้งๆ ที่ตนเองยังไม่ได้ทราบจากทางตำรวจมาก่อน วันนี้เลยมาหาความเป็นธรรมและหาคำตอบว่าเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร

ส่วนการเยียวยา ฝั่งทหารยศสิบโทเข้าไปร่วมงานศพเป็นปกติ โดยให้ค่าเยียวยาน้องชาย ใส่ซองเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท และให้หลานที่บาดเจ็บ 5,000 บาท จากนั้นไม่ได้รับการติดต่ออีกเลย จึงมองว่ามันไม่คุ้มค่า เพราะมันขาดความสุขไปแล้ว จากเดิมน้องชายจะเป็นคนพาครอบครัว พ่อแม่ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ วันนี้กลับมีแต่ความทุกข์

นายเอกภพ กล่าวว่า ประมาทร่วมคงเป็นเรื่องการต่อสู้ทางแพ่ง แต่ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรจะให้ทนายของเพจช่วยดู ส่วนสิ่งที่ผู้เสียหายพูดก็เข้าใจเป็นอย่างดี เพราะเป็นความผูกพันในครอบครัว ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องมาดูกันเรื่องสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ผู้สูญเสียต้องได้รับความเป็นธรรม หลังจากนี้จะประสานกระทรวงยุติธรรม เยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียต่อไป.-419-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...