โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เร็ว-ช้า-หนัก-เบา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.พ. 2568 เวลา 09.01 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2568 เวลา 09.01 น.

คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

ถือเป็นเรื่องตลกที่น่าเศร้ามาก สำหรับการปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของรัฐบาลไทย

เพราะเพียงแค่สัปดาห์เดียวหลังจากที่รัฐบาลไทยตัดสินใจตัด “ไฟ-เน็ต-น้ำมัน”

ความสับสนอลหม่านก็เกิดขึ้นในฝั่งเมียนมา

อยู่ดี ๆ ผู้นำของชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ ที่ปล่อยปละละเลยให้ “จีนเทา” มาเช่าที่ดินทำเป็นบ่อนกาสิโน พนันออนไลน์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์มานาน ก็เกิดอาการอยู่ไม่สุข

เพราะชาวบ้านในพื้นที่การปกครองเดือดร้อนจากการไม่มีไฟฟ้าและน้ำมัน

โทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตที่เคยใช้ได้ก็ใช้ไม่ได้

เขาสั่งเลิกสัญญากับ “จีนเทา”

และช่วยคนต่างชาติที่ทั้งถูกหลอกและเต็มใจให้เดินทางกลับประเทศผ่านทางเมืองไทย

น่าตกใจที่จำนวนคนที่ทำงานให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีเป็น 10,000 คน

มาจาก 20 กว่าประเทศ

หมายความว่าพื้นที่นี้เป็นแหล่งคอลเซ็นเตอร์ใหญ่ที่หลอกเงินจากคนทั่วโลก ไม่ใช่ไทยเพียงประเทศเดียว

เป็นแหล่งอาชญากรรมและค้ามนุษย์ระดับโลก

ถามว่าคนกลุ่มนี้เดินทางมาที่นี่ได้อย่างไร

คำตอบที่ชัดเจนที่สุด คือ จากผู้นำคนหนึ่งของชนกลุ่มน้อยที่บอกว่าทุกคนไม่สามารถเหาะลงมาได้

“ผ่านทางไหน ไทยรู้ดี”

ใช่ครับ เขาหมายความว่าเมืองไทย คือ ทางผ่านของกลุ่มค้ามนุษย์กลุ่มนี้

มีคนเคยบอกผมว่า เที่ยวบินจาก กทม. ไปแม่สอดนั้น จะมีบริษัททัวร์ล็อกที่นั่งไว้ตลอด

หลอกใครมาได้เมื่อไร ขึ้นเครื่องได้ทันที

ถ้าไม่มีก็พร้อมจะปล่อยที่นั่งว่าง

ดูจากโมเมนตัมของการลงมือจัดการปัญหาอย่างจริงจังของรัฐบาลชุดนี้ มีโอกาสที่เราจะสามารถจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในฝั่งเมียนมาได้สำเร็จ

ในเวลาอันรวดเร็ว

แน่นอนที่สุด คำถามที่เกิดขึ้นในใจคนไทยจำนวนมากก็คือ ทำไมปัญหาที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศที่คนไทยก่นด่ามายาวนานเป็น 10 ปี

กลับกลายเป็นสายลม

เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

ถ้าแก้ปัญหาได้ง่าย ๆ แบบนี้

ที่ผ่านมาทำไมไม่ทำ

ปล่อยให้คนไทยถูกหลอกเป็นเงินปีละหลายหมื่นล้านบาท

เรื่องนี้ต้องตั้งคำถามย้อนไปที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จและครองอำนาจมานาน 10 ปี

ทำไมไม่ทำอะไรเลย

ทั้งที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ คุมอำนาจฝ่ายความมั่นคงทั้งกองทัพ ตำรวจ และมหาดไทย

ในขณะที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยก็ปล่อยปัญหามายาวนานถึง 2 ปี จึงค่อยลงมือ

ก่อนลงมือก็ “รำวง” อยู่นานกว่าจะยอมตัดไฟ

ถ้ารัฐบาลลงมือตั้งแต่ตอนที่คุณทักษิณ ชินวัตร ปราศรัยถึงเรื่องนี้ ตอนหาเสียงนายก อบจ. ช่วงกลางเดือนมกราคม

คะแนนน่าจะเป็นของพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นกอบเป็นกำ

แต่พอมาลงมือหลังจากรัฐบาลจีนส่งผู้ช่วยรัฐมนตรีมาเมืองไทย และยื่นเงื่อนไขกับตัวแทนรัฐบาลไทย

คนจำนวนมากจึงมองว่าที่รัฐบาลลงมือลุยจริงจัง เพราะโดน “สี จิ้นผิง” บีบมา

และมาตรการที่ทำก็เป็นเรื่องที่ “รังสิมันต์ โรม” และพรรคประชาชนเสนอมาก่อนนานแล้ว

ผมนึกถึงคำสอนอมตะของคุณเทียม โชควัฒนา ผู้ก่อตั้งค่ายสหพัฒน์

“เร็ว-ช้า-หนัก-เบา”

อะไรควรจะเร็ว ให้ทำเร็ว

อะไรควรจะช้า ให้ช้า ๆ

อะไรควรจะหนัก ให้ทุ่มเทหนัก ๆ

อะไรที่ควรจะเบา ให้เบา

เป็นคำสอนง่าย ๆ สำหรับนักบริหารทุกคน

และเป็นบทเรียนของรัฐบาลชุดนี้

อะไรควรจะเร็ว

…ให้เร็ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เร็ว-ช้า-หนัก-เบา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...