โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SpaceX - Palantir - Anduril จ่อคว้าตำแหน่งผู้ดูแล 'โดมทอง' ระบบป้องกันขีปนาวุธสหรัฐฯ

Thairath Money

อัพเดต 18 เม.ย. 2568 เวลา 09.49 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2568 เวลา 09.49 น.
ภาพไฮไลต์

“Golden Dome” หรือ “โดมทอง” คือระบบป้องกันขีปนาวุธที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอขึ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “Iron Dome” ของอิสราเอล เป้าหมายของสหรัฐฯ คือการพัฒนาโล่ป้องกันในระดับที่ใหญ่กว่า ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเซ็นเซอร์และระบบสกัดกั้น เพื่อสร้าง “โล่ในอวกาศ” ที่สามารถตรวจจับ ติดตาม และสกัดขีปนาวุธได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการบิน ซึ่งทรัมป์มองว่าเป็น “ภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดที่สหรัฐฯ ต้องเผชิญ”

แนวคิดนี้ดึงดูดความสนใจจากกลุ่มสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีที่กำลังหันมาโฟกัสกับอุตสาหกรรมกลาโหม โดยเฉพาะ SpaceX ที่อาจก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการพัฒนาระบบ “โดมทอง” นี้

SpaceX มีลุ้นเป็นผู้ดูแลโครงการ Golden Dome

หลังจากทรัมป์ประกาศเมื่อ 27 มกราคมว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องมีระบบโล่ป้องกันขีปนาวุธ ล่าสุด Reuters เปิดเผยว่า SpaceX ของ อีลอน มัสก์ พร้อมด้วยพันธมิตรอย่าง Palantir และ Anduril มีแนวโน้มสูงที่จะได้รับเลือกให้พัฒนาส่วนสำคัญของระบบ Golden Dome

ทั้งสามบริษัทนี้ก่อตั้งโดยบุคคลที่เป็นผู้สนับสนุนการเมืองรายใหญ่ของทรัมป์ เช่น อีลอน มัสก์ ที่เคยบริจาคเงินกว่า 250 ล้านดอลลาร์ให้กับการเลือกตั้งของทรัมป์ และปัจจุบันยังดำรงตำแหน่ง “ที่ปรึกษาพิเศษของประธานาธิบดี” อีกด้วย ส่งผลให้เขาได้เปรียบในการแข่งขันแย่งชิงบทบาทผู้นำโครงการนี้

รายงานระบุว่า ทั้งสามบริษัทได้เข้าหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์และกระทรวงกลาโหมในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเสนอแผนสร้างดาวเทียมกว่า 400 ถึง 1,000 ดวง ทำหน้าที่ตรวจจับและติดตามขีปนาวุธ และอาจมีดาวเทียมอีกราว 200 ดวงที่ติดตั้งอาวุธ เช่น ขีปนาวุธหรือเลเซอร์ เพื่อยิงสกัดเป้าหมายในอวกาศ

อย่างไรก็ตาม SpaceX ยืนยันว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งอาวุธบนดาวเทียมดังกล่าว

แหล่งข่าววงในเผยว่า “นี่เป็นการเบี่ยงเบนจากกระบวนการจัดซื้อแบบดั้งเดิม ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับอีลอน มัสก์เป็นพิเศษ เพราะบทบาทของเขาในฝ่ายบริหาร” ขณะที่ SpaceX และมัสก์ปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับบทบาทในการเจรจาสัญญากับรัฐบาล โดยบอกเพียงว่า “ไม่เป็นความจริง”

แม้สัญญาณจากกระทรวงกลาโหมจะเป็นบวกต่อ SpaceX แต่โครงการยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้อีกในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากมีบริษัทกว่า 180 แห่ง ยื่นข้อเสนอร่วมพัฒนา Golden Dome ไม่ว่าจะเป็นสตาร์ทอัพสายกลาโหมอย่าง Epirus, Ursa Major และ Armada ไปจนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ

แม้หลายบริษัทให้ความสนใจ แต่ก็มีข้อกังขาว่า โครงการนี้อาจมีต้นทุนสูงถึง “หลายแสนล้านดอลลาร์” โดยผู้เชี่ยวชาญอย่าง Laura Grego จาก Union of Concerned Scientists ตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ โดยมองว่าระบบนี้ “ทั้งแพงและเปราะบาง” เพราะหากศัตรูปล่อยขีปนาวุธมาพร้อมกันหลายลูก ระบบจะต้องใช้ดาวเทียมนับหมื่นดวงเพื่อรับมือ

SpaceX เสนอระบบบริการสมาชิก

ในขณะเดียวกัน SpaceX ได้เสนอแนวคิดการจัดตั้งระบบโดมทองในรูปแบบ “บริการสมาชิก” โดยให้รัฐบาลจ่ายเงินเพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีแทนที่จะเป็นเจ้าของระบบโดยตรง แม้ว่าแนวทางนี้อาจช่วยให้เลี่ยงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแบบเดิม และช่วยให้ระบบเริ่มใช้งานได้เร็วขึ้นโดยไม่ผิดกฎใดๆ แต่รัฐบาลอาจสูญเสียการควบคุมด้านการพัฒนาและการตั้งราคาระยะยาว

เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมบางคนแสดงความกังวลเกี่ยวกับแนวทางข้อเสนอของ SpaceX ที่นับว่าแปลกใหม่และไม่ธรรมดาสำหรับโครงการที่มีขนาดและความสำคัญเช่นนี้

นอกจากนี้ SpaceX ยังพยายามที่จะผลักดันบทบาทในส่วนของโครงการโดมทองที่เรียกว่า “custody layer” ซึ่งเป็นกลุ่มดาวเทียมที่จะตรวจจับขีปนาวุธ ติดตามวิถีการเคลื่อนที่ และประเมินว่ามุ่งหน้าไปยังสหรัฐฯ หรือไม่

โดย SpaceX ประเมินว่า ค่าใช้จ่ายในการออกแบบและวิศวกรรมเบื้องต้นของชั้น custody layer จะอยู่ระหว่าง 6 พันล้านถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ แหล่งข่าวสองรายกล่าว ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา SpaceX ได้ปล่อยดาวเทียมสอดแนมหลายร้อยดวง และเมื่อไม่นานมานี้ได้ปล่อยดาวเทียมต้นแบบหลายดวงที่อาจดัดแปลงมาเพื่อปรับใช้ในโครงการนี้ได้

แม้จะมีข้อเสนอมากมายจากหลายบริษัท แต่กระทรวงกลาโหมยังไม่ได้มีการระบุเลือกตัวผู้นำที่จะมารับผิดชอบโครงการนี้แต่อย่างใด หากแต่กล่าวเพียงว่า “จะเสนอทางเลือกให้ประธานาธิบดีตัดสินใจตามคำสั่งผู้บริหาร และให้สอดคล้องกับแนวทางและกรอบเวลาของทำเนียบขาว” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้อีลอน มัสก์ จะถูกคาดการณ์ว่าจะได้เป็นผู้นำในการผลิต “โดมทอง” แต่ทั้งนี้การชี้ชะตาทั้งหมดคงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทรัมป์ว่าจะเลือกใครให้เป็นคนจัดการ

ที่มา: Reuters

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...