โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คิดเห็นแชร์ : กรอ.ดันสามเสาความร่วมมือ ‘ชุมชน-โรงงาน-รัฐ’ ยกระดับอุตฯไทยยั่งยืน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ก.พ. 2568 เวลา 09.39 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2568 เวลา 06.10 น.

ภาคอุตสาหกรรมเป็นเครื่องยนต์หลักที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในมิติของการสร้างงาน สร้างรายได้ ผลักดันให้เกิดการพัฒนาและขับเคลื่อนเทคโนโลยีของประเทศ อีกทั้งยังเป็นกลไกของห่วงโซ่การผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบภายในประเทศให้สูงขึ้น ลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้า และเพิ่มขีดความสามารถส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ

หากขาดการวางแผนและการจัดการที่ดี การพัฒนาอุตสาหกรรมอาจส่งผลตรงข้ามต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดกระแสการต่อต้านโรงงานอุตสาหกรรม เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ปัจจุบันการขยายหรือการประกอบกิจการอุตสาหกรรมใหม่นับวันยิ่งเกิดขึ้นได้ยากและมีความซับซ้อนมากขึ้น ส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนโดยรวมและการขาดความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ หากปล่อยให้เนิ่นนานไป ผลกระทบเหล่านี้จะขยายวงกว้างไปสู่ห่วงโซ่การผลิตอื่นๆ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมและประเทศยังต้องการโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อขับเคลื่อนกลไกการผลิตและตอบสนองความมั่นคงของเศรษฐกิจโดยรวม กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จึงต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสังคม

โดยการสร้างกฎเกณฑ์ กติกาที่ชัดเจน เป็นที่ยอมรับตามหลักวิชาการสากล ซึ่งหลายท่านอาจจะรู้จักหรือคุ้นเคยกับ กรอ.ด้วยภาพจำ สายบู๊!! ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและกำกับโรงงาน ดังที่ปรากฏผ่านสื่อสาธารณะ เช่น การตรวจจับและดำเนินคดีกับกระทำความผิดลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ตาม กรอ.ยังมีบทบาทสำคัญใน สายบุ๋น!! ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้มีการบริหารจัดการการผลิตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชนและมีความลงตัวกับกติกาสากล โดยเฉพาะเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ และนโยบายของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ “ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส” เพื่อนำไปสู่ “อุตสาหกรรมเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนคู่กับชุมชน” โดย “ปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมเข้าสู่วิถีใหม่” พร้อมกับการผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์ของ “ชุมชนรักโรงงาน โรงงานรักชุมชน และสร้างการกระจายรายได้สู่ชุมชน” ที่ กรอ.มุ่งขับเคลื่อนผ่านการยกระดับมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ภายใต้โปรเจ็กต์ “CSR-DIW” ที่ย่อมาจากคำว่า “Corporate Social Responsibility, Department of Industrial Works”

โดย กรอ.ปั้นโปรเจ็กต์ “CSR-DIW” บนหลักคิด “การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างสมดุลและยั่งยืนคู่ชุมชน” ที่ไม่เน้นการทำ CSR ผ่านการบริจาค แต่เน้นให้เกิด “ความสมดุลและยั่งยืน” สร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมที่แข็งแกร่งของ 3 เสาหลักสำคัญ คือ โรงงาน ชุมชน และภาครัฐ โดยการปรับเปลี่ยนบทบาทของ กรอ. จากหน่วยงานตรวจสอบกำกับโรงงาน (Regulator) ไปสู่บทบาทของผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) สนับสนุนให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของทั้ง 3 เสาหลักอย่างเป็นรูปธรรม โดยการนำมาตรฐานสากลว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเป็นระบบ ISO 26000 : Social Responsibility

มาประยุกต์จัดทำเป็นมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการ และส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรม

มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ดำเนินกิจการภายใต้หลักจริยธรรมและการจัดการที่ดี โดยรับผิดชอบสังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกองค์กร ภายใต้ 7 หลักการ 7 หัวข้อหลัก และ 9 เกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติ

ทั้งนี้ ได้ผลักดันโปรเจ็กต์ “CSR-DIW” มาอย่างต่อเนื่อง โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงงานนำมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการ (CSR-DIW) ไปประยุกต์ใช้ในองค์กร ด้วยการสร้างแรงจูงใจผ่านรางวัล CSR-DIW

ที่มีประเมินร่วมกันจากภาคีเครือข่าย 3 เสาหลัก โดยแบ่งประเภทรางวัลออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1.รางวัล CSR-DIW for Beginner สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมหรือขนาดใหญ่ที่เริ่มทดลองหรือเตรียมความพร้อม ดำเนินการอย่างน้อย 3 หัวข้อหลัก คือ การกำกับดูแลองค์กร สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมและการพัฒนาชุมชน 2.รางวัล CSR-DIW สำหรับผู้ประกอบการที่สามารถดำเนินการได้ครบทั้ง 7 หัวข้อหลัก และ 3.รางวัล CSR-DIW Continuous สำหรับผู้ประกอบการดำเนิน CSR-DIW อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานที่นำมาตรฐาน CSR-DIW ไปดำเนินงานและได้รับการประเมิน รับรางวัล CSR-DIW แล้วกว่า 1,376 โรงงาน สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนทั่วประเทศกว่า 550 ชุมชน มีผลตอบแทนทางสังคมแล้วกว่า 250 ล้านบาท

ผลจากการนำมาตรฐาน CSR-DIW มาประยุกต์ใช้ในการประกอบกิจการโรงงาน จะเป็นการวางรากฐานเพื่อการปฏิรูปอุตสาหกรรม ทั้ง 1.ด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้โรงงานใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดปริมาณกากของเสียที่ต้องไปจัดการ ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้สารเคมีที่มีความเป็นพิษ ลดมลพิษสิ่งแวดล้อม 2.ด้านชุมชนและสังคม เกิดการขยายโอกาสทางธุรกิจในท้องถิ่น เพิ่มโอกาสทางอาชีพและการศึกษา ลดปัญหาข้อร้องเรียน สร้างความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ชุมชนมากยิ่งขึ้น สร้างความตระหนักให้โรงงานมีความรับผิดชอบและจิตใต้สำนึกที่ดีต่อส่วนรวม

และ 3.ด้านเศรษฐกิจ ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มกำไรให้ธุรกิจ พนักงานมีความสุขในการทำงานมากขึ้น สร้างงาน สร้างอาชีพให้ชุมชน เกิดความร่วมมือระหว่างโรงงาน ชุมชน และภาครัฐ เป็นกลไกสำคัญในการสร้างวัฒนธรรม “ชุมชนรักโรงงาน โรงงานรักชุมชนและสร้างการกระจายรายได้สู่ชุมชน” สู่การขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs)

พรยศ กลั่นกรอง

อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คิดเห็นแชร์ : กรอ.ดันสามเสาความร่วมมือ ‘ชุมชน-โรงงาน-รัฐ’ ยกระดับอุตฯไทยยั่งยืน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...