TISCO หุ้นปันผลขวัญใจมหาชน ปี 2568
The Bangkok Insight
อัพเดต 29 เม.ย. 2568 เวลา 02.59 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2568 เวลา 02.55 น. • The Bangkok InsightTISCO หุ้นปันผลขวัญใจมหาชน ปี 2568 ยังน่าลงทุนอยู่ไหม !?
ว่าด้วยหุ้นธนาคารสายปันผลเด่น เชื่อว่าใครๆ ก็คงนึกถึง TISCO หรือ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจทางการเงินขนาดกลางในไทย ที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนจากปันผล (Dividend Yield) โดดเด่นเฉลี่ยปีละ 7-8% มาโดยตลอด และมีการจ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง เรียกว่าเป็นหุ้น Yield สูง จ่ายให้สม่ำเสมอ แถมไม่ต้องรอนาน
แต่คำถามของผู้ที่อยากลงทุนในหุ้น TISCO คือราคาหุ้นซึ่งแข็งมาตลอดทาง ปรับตัวขึ้นมาไกลมากแล้ว โดยเฉพาะช่วง 5 ปีมานี้ ราคาหุ้น TISCO ยืนใกล้ๆ ระดับ 100 บาท โดยแทบไม่ลงเลย ในขณะที่ P/E อยู่ที่ 11.60 เท่า แพงกว่าหมวดอุตสาหกรรมที่อยู่ระดับ 7.30 เท่า
เป็นปกติที่ TISCO จะกลับเข้าสู่ความสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง ในช่วงของการประกาศจ่ายเงินปันผลงวดประจำปี เพราะนักลงทุนมักใช้จังหวะตั้งแต่ช่วงต้นปีเข้าซื้อหุ้น เพื่อหวังเก็งกำไรการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น และอัตราเงินปันผลระดับสูง ที่มักจะประกาศจ่ายในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี
สำหรับปี 2568 นี้ TISCO ประกาศจ่ายปันผลรอบผลประกอบกับวันที่ 1 มกราคม 2567 - 31 ธันวาคม 2567 ที่ 5.75 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 25 เมษายน 2568 ดังนั้นเราจะพามาเจาะลึกกันว่าหุ้นธนาคารแห่งนี้ ยังน่าสนใจแค่ไหน?
TISCO กำไรไตรมาส 1/68 ลดลง เพราะ Credit Cost ที่สูงขึ้น
ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ของปี 2568 TISCO รายงานกำไรสุทธิ 1,643.38 ล้านบาท ปรับลดลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสที่ผ่านมา สาเหตุมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่หดตัว เนื่องจากการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของแบงก์ชาติตอนเดือนกุมภาพันธ์ 2568 และบริษัทได้มีการลดภาระดอกเบี้ยให้แก่ลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง
ประกอบกับสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Credit Cost) ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.7% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย เพื่อรองรับการเติบโตของสินเชื่อที่มีผลตอบแทนสูง เป็นหนึ่งในปัจจัยหนักที่กดดันกำไรในไตรมาสนี้
ส่วนของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 3.4% จากการเติบโตของรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ 10.3% รายได้ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 3.3% ซึ่งเกิดจากการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของ บล. ทิสโก้ และกำไรจากเงินลงทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ได้รับผลกระทบจากตลาดรถยนต์ในประเทศที่ยังคงอ่อนแอ ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมนายหน้าประกันภัยยังไม่ฟื้นตัว
TISCO ชะลอการเติบโตของสินเชื่อ ควบคุมคุณภาพสินทรัพย์
จากการประชุมนักวิเคราะห์ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2568 ผู้บริหาร TISOC สายควบคุมการเงินและบริหารความเสี่ยง (CFO) ให้มุมมองว่าเศรษฐกิจไทยยังคงอ่อนแอและยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาษีการค้าที่กำลังจะเกิดขึ้น ดังนั้น แนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อน่าจะต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่ 0-5% เนื่องจากธนาคารได้ลด LTV สำหรับสินเชื่อเช่าซื้อและจำนำทะเบียน
แต่คาดว่า Credit Cost ในปี 2568 จะยังต่ำกว่าระดับที่ให้ไว้ที่ 100-120 bps จากผลของโครงการ “You Fight WE Help” (คุณสู้ เราช่วย) และแนวทางการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด โดยมีสินเชื่อที่ลงทะเบียนในโครงการอยู่ที่ 4.3 พันล้านบาท โดย 60% ได้รับการปรับโครงสร้างในไตรมาส 1/2568 แล้ว ซึ่งช่วยลดทั้ง Credit Cost และ Loan Yield ไปพร้อมกัน
TISCO เงินปันผลสูง แต่ราคาหุ้นมีอัพไซด์จำกัด
มุมมองนักวิเคราะห์ บล. เอเซีย พลัส แนะนำหุ้น TISCO เป็น “Neutral” ราคาเป้าหมาย 102 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัพไซด์เหลือเพียง 2% ซึ่งจะจํากัดทางขึ้นของราคาหุ้น มองว่าราคาหุ้นสะท้อนโอกาสในการลงดอกเบี้ยของ กนง. ไปแล้ว แต่ข้อดีคือมี Dividend Yield ราว 7.8% ยังเป็นปัจจัยประคองราคาหุ้นอย่างน้อยจนถึงช่วงใกล้ XD ในวันที่ 25 เมษายนนี้
แต่มุมมองนักวิเคราะห์ บล. บัวหลวง แนะนำให้ “ขาย” หุ้น TISCO มองราคาพื้นฐานที่ 90 บาทต่อหุ้น เนื่องจาก PER ปี 2568 อยู่ที่ 12.5 เท่า PBV อยู่ที่ 1.8 เท่า และ ROE อยู่ที่ 14.8% ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน PBV/ROE ที่ 0.124 เท่า เท่ากับว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยหุ้นกลุ่มธนาคารซึ่งให้คำแนะนำที่ 0.087 เท่าอยู่มาก
ทั้งนี้ บล. บัวหลวง ชื่นชอบหุ้น BBL หรือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กับ หุ้น KTB หรือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มากกว่าหากจะเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารของไทย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'CKP' ไฟเขียวจ่ายปันผล 23 พ.ค.นี้ วงเงิน 691 ล้านบาท
- บอร์ด ปตท. แจ้งเลิกกิจการ 2 บริษัทย่อย ยันไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
- ปตท. ชวนชมคลิปที่อยากให้ทุกคนมาร่วมทำให้ ‘โลก’ กลายเป็นบ้านที่น่าอยู่
ติดตามเราได้ที่