โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

“กสทช.”ฟัน “เคโฟร์” ริบใบอนุญาตหลังถูกดำเนินคดี เตือน ปชช.อย่าหลงเชื่อทำธุรกิจเครือข่าย

เดลินิวส์

อัพเดต 26 มี.ค. 2568 เวลา 16.26 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 09.11 น. • เดลินิวส์
บอร์ด กสทช.มีมติให้ ใบอนุญาตบริการ เอ็มวีเอ็นโอ ของบริษัท เคโฟร์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ประกอบธุรกิจเอ็มวีเอ็นโอในชื่อซิมการ์ด “K4” สิ้นสุดลง ตามข้อ 13.1 ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสทช. เมื่อวันที่ 26 มี.ค. มีมติให้การอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่หนึ่ง เพื่อให้บริการขายต่อบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (บริการเอ็มวีเอ็นโอ) ของบริษัท เคโฟร์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (บริษัท เคโฟร์ฯ) ประกอบธุรกิจเอ็มวีเอ็นโอในชื่อซิมการ์ด “K4” สิ้นสุดลง ตามข้อ 13.1 ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม

หลังจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ออกหมายจับบริษัท เคโฟร์ฯ ซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตจาก กสทช. พร้อมทั้งกรรมการผู้มีอำนาจ ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากมีผู้เสียหายที่ถูกชักชวนให้ลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโซ่ เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน เมื่อเดือน ธ.ค. 67 จนนำไปสู่การออกหมายจับ และตรวจยึดทรัพย์สิน

นายไตรรัตน์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 68 สำนักงาน กสทช. ได้รับข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แจ้งข้อมูลการดำเนินคดีจับกุมกรรมการและยึดอายัดทรัพย์สินทั้งของบริษัท เคโฟร์ฯ และกรรมการ เพื่อเป็นพยานหลักฐานในคดี จำนวนกว่า 400 รายการ มูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท โดยมีประชาชนผู้เสียหาย 74 ราย มูลค่าความเสียหายรวม 29,770,771.45 บาท ในคดีอันเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งการถูกอายัดทรัพย์สินอาจส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม เป็นเหตุให้ กสทช. ต้องมีมติให้การอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมของบริษัท เคโฟร์ฯ สิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ กสทช. มีมติ และให้บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ เอ็นที ในฐานะผู้ขายส่งบริการโทรคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้แก่บริษัท เคโฟร์ฯ ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการของบริษัท เคโฟร์ฯ ต่อไป โดยข้อมูลของ เอ็นที ถึงสิ้นปี 67 มีผู้ใช้ซิมประมาณ 46,000 เลขหมาย มียอดเติมเงินล่าสุดสิ้นปี 67 ประมาณ 1.7 ล้านบาท เฉลี่ยมียอดเติมเงินเลขหมายละ 37 บาท

“เมื่อสำนักงาน กสทช. ได้พิจารณาถึงคุณสมบัติของบริษัท เคโฟร์ฯ ซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม เห็นว่าการที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้ดำเนินการจับกุมบริษัท เคโฟร์ฯ พร้อมทั้งกรรมการผู้มีอำนาจในฐานความผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินแล้ว มีผลให้บริษัท เคโฟร์ฯ ขาดคุณสมบัติผู้รับใบอนุญาต เป็นเหตุให้ กสทช. ต้องมีมติให้การอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมของบริษัท เคโฟร์ฯ สิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ กสทช. มีมติ และให้บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ ในฐานะผู้ขายส่งบริการโทรคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้แก่บริษัท เคโฟร์ฯ ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการของบริษัท เคโฟร์ฯ ต่อไป” นายไตรรัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ขอย้ำว่า กสทช. ไม่มีการให้ใบอนุญาตขายตู้เติมเงิน ซึ่งตู้เติมเงินไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. และกรณี MVNO ไม่สามารถนำซิมการ์ดไปทำธุรกิจเครือข่ายได้ หากไม่แน่ใจสามารถโทรศัพท์สอบถาม Call Center ของสำนักงาน กสทช. หมายเลข 1200

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...