โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ดาวโจนส์ปิดบวก 300.03 จุด นักลงทุนประเมินผลประกอบการบริษัท - การค้าโลก

efinanceThai

เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 00.32 น.

ดาวโจนส์ปิดบวก 300.03 จุด นักลงทุนประเมินผลประกอบการบริษัท - การค้าโลก

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 เม.ย. 68 7:32: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันอังคาร (29 เม.ย.) โดยดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 300.03 จุด ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน โดยนักลงทุนประเมินหลายปัจจัย ทั้งรายงานผลประกอบการบริษัท ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการเปลี่ยนแปลงด้านสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 300.03 จุด หรือ 0.75% ปิดที่ 40,527.62 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 32.08 จุด หรือ 0.58% ปิดที่ 5,560.83 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 95.19 จุด หรือ 0.55% ปิดที่ 17,461.32 จุด

สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดด้านการค้า สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า จีนอาจสูญเสียตำแหน่งงานมากถึง 10 ล้านตำแหน่งอย่างรวดเร็ว จากผลกระทบของภาษีศุลกากร ขณะเดียวกัน ยังได้ส่งสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาการค้ากับประเทศอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่นและอินเดีย ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งนำไปสู่การประกาศรีดภาษีของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา

ทางด้านฮาวเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ จะลงนามคำสั่งยกเว้นภาษีนำเข้ารถยนต์บางส่วน ที่ตั้งไว้ 25% เพื่อให้ผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐฯ มีเวลาปรับตัวในการย้ายห่วงโซ่อุปทานกลับมาในประเทศ ซึ่งทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งนี้ก่อนตลาดปิดไม่นาน อย่างไรก็ตาม หุ้นของกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ ตอบสนองต่อข่าวนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยหุ้น General Motors (GM) ปิดลดลง 0.6% แม้รายงานผลประกอบการไตรมาสที่แข็งแกร่ง แต่ได้เลี่ยงเผยแพร่คาดการณ์ประจำปี

ดัชนีดาวโจนส์ ยังได้แรงหนุนจากหุ้น Honeywell ที่พุ่งขึ้น 5.4% หลังรายงานกำไรหลังปรับทวนที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสแรก และหุ้น Sherwin-Williams ผู้ผลิตสี ที่พุ่ง 4.8% หลังเผยผลประกอบการดีเกินคาด ด้านหุ้น Coca-Cola ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหุ้นในดัชนีดาวโจนส์ ปิดบวก 0.8% หลังรายได้และกำไรดีกว่าที่คาดการณ์

อย่างไรก็ดี ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดเริ่มสะท้อนผลกระทบที่เพิ่มขึ้นจากสงครามการค้า โดยดุลการค้าของสหรัฐฯ ขาดดุลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมี.ค. เนื่องจากบริษัทเร่งนำเข้าสินค้าก่อนมาตรการรีดภาษีมีผลบังคับใช้ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก Conference Board ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2020 โดยสหรัฐฯ ยังมีกำหนดรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะรายงานจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย. ที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์ และผลประกอบการจากบริษัทในกลุ่ม Magnificent Seven เช่น Apple และ Microsoft เพื่อหาสัญญาณผลกระทบจากมาตรการรีดภาษี

ด้านหุ้นรายตัว พบว่าหุ้น United Parcel Service (UPS) ลดลง 0.4% หลังรายงานผลประกอบการและแผนปลดพนักงาน 20,000 คน พร้อมกับลดการจัดส่งสินค้าสำหรับ Amazon.com ขณะที่หุ้น Wells Fargo เพิ่มขึ้น 2.4% หลังประกาศแผนซื้อหุ้นคืนมูลค่าสูงถึง 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้ว่าทั้ง 3 ดัชนีหลักยังอยู่ในแดนลบในปีนี้ แต่ตลาดหุ้นแสดงสัญญาณฟื้นตัวในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนี S&P 500 ทำสถิติปิดแดนบวกเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. โดย HSBC ปรับลดเป้าหมายดัชนี S&P 500 สิ้นปีลงเหลือ 5,600 จุด จากเดิม 6,700 จุด

ที่มา Reuters

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...