โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไอซ์ รักชนก” ซัด นายกฯ ปราบแก๊งคอลฯ แค่ผักชีโรยหน้า-ปล่อยทุนเทา แลกดีลปีศาจ

WeR NEWS

เผยแพร่ 25 มี.ค. 2568 เวลา 10.59 น.

“รักชนก” จัดหนัก “ครม.ลูกคุณช่างเกี่ยง” จงใจปล่อยปละละเลยปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์ ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ “แพทองธาร” เกรงใจกลุ่มทุนเครือข่าย ปล่อยทุนเทาต่างชาติ-ทุนไทยเทาบ่อนทำลายประเทศแลกดีลปีศาจพาพ่อกลับบ้าน

วันที่ 25 มีนาคม 2568 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน อภิปรายฯ ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ ในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยกล่าวว่า แม้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ สแกมเมอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เหมือนจะได้รับการตอบสนองจากรัฐบาล แต่ก็เป็นเพียงภาพลวงตา ผักชีโรยหน้า ที่รัฐบาลอยากให้ประชาชนเชื่อ ความเป็นจริงนายกฯ ยังมีพฤติกรรมที่ไม่อาจไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดินได้อีกต่อไป เพราะขาดภาวะผู้นำ ลอยตัวอยู่เหนือปัญหา ไม่ยอมตัดสินใจ ปล่อยให้เกิดสภาวะเกี่ยงกันทำงานหลายต่อหลายครั้ง จนสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมหาศาล ต้องให้รัฐบาลต่างชาติเข้ามากดดันถึงจะมีการลงมือ

การแก้ปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ให้หมดไปจำเป็นต้องทำลายโครงสร้างอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งทุนต่างชาติสีเทาและทุนไทยเทา ที่ร่วมมือกันบ่อนทำลายประเทศไทยด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาด แต่นายกฯ กลับจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราวกับต้องการเอื้อผลประโยชน์ให้แก่พวกพ้องและกลุ่มทุน ปล่อยให้เกิดการทุจริตในระบบราชการ จนการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร

มูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงของแก๊งสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั่วโลกมีมากถึง 2.24 ล้านล้านบาท โดยกว่า 50% เกิดขึ้นโดยแก๊งสแกมเมอร์จาก 3 ประเทศ คือ ลาว กัมพูชา และเมียนมา ที่ล้วนมีชายแดนติดกับบ้านเราทั้งสิ้น ความเสียหายทั้งหมดคือตัวเลขที่ทำให้คนไทยประสบภัยรายวัน เพราะถูกขโมยเงินไปจากกระเป๋า บางคนหมดตัวถึงขั้นจบชีวิต

รัฐบาลเพื่อไทยเคยตั้งเป้า อยากขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ประเทศไทยเป็นฮับท่องเที่ยว ฮับดิจิตอล ฮับการบิน ฮับขนส่ง แต่ตอนนี้ที่เราเป็นได้คือฮับของคนที่ทำทีว่าเป็นนักท่องเที่ยว แต่แท้จริงเข้ามาทำธุรกิจสีเทา ฮับของเศรษฐกิจดิจิทัลแบบพนันออนไลน์ครบวงจร ฮับของการบินแต่เป็นการบินเข้ามาเพื่อเป็นทางผ่านเข้าสู่ขบวนการค้ามนุษย์ ฮับขนส่งแต่เป็นการส่งอิฐหินดินปูนไปสร้างความมั่งคั่งให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะเห็นได้ว่ากระบวนการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ สแกมเมอร์ทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เกี่ยวข้องกับหน่วยงานเป็นสิบหน่วยงาน ต้องใช้อำนาจของนายกฯ เท่านั้นมาแก้ไข ไม่ใช่แค่ฝากใครดูแลแบบส่ง ๆ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องทำงานข้ามกระทรวง และต้องตัดสินใจในมาตรการสำคัญ ๆ เกี่ยวกับมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และต่างประเทศ

เริ่มที่ “ต้นน้ำ” อย่างการตัดไฟ เรามีจุดซื้อขายไฟกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด 18 จุด ซึ่งเป็นบริเวณชายแดน 3 ประเทศที่มีสถิติว่ามีแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงคนทั่วโลกสูงสุด ดังนั้นยากที่จะปฏิเสธว่าไฟฟ้าที่หล่อเลี้ยงให้ดินแดนสแกมเมอร์สว่างไสว ส่วนหนึ่งถูกส่งมาจากบ้านเรา แต่กว่าจะตัดไฟได้ตามที่ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนเสนอ ก็โต้กันไปกันมาระหว่างมหาดไทยกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ จนต้องเรียกว่าเป็น “รัฐบาลลูกคุณช่างเกี่ยง”

การตัดไฟเป็นเพียงก้าวแรก ต่อมาคือการตัดอินเทอร์เน็ต ที่เป็นเหมือนท่อน้ำที่หล่อเลี้ยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้มีศักยภาพในการหลอกคนทั้งในไทยและทั่วโลกได้อย่างไม่สะดุด แต่พอไปดูการปราบปรามจะเห็นว่าความคืบหน้าน้อยมาก เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องออกนโยบายให้ กสทช. บังคับให้บริษัทเอกชนรับผิดชอบ แต่มาจนถึงวันนี้ กสทช. กลับเหมือนเป็นตัวถ่วงมากกว่าตัวช่วย ประชาชนอยากเห็นการปราบปรามที่จริงจัง สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รู้อยู่แล้วว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตั้งอยู่ตรงไหนบ้าง ควรพิจารณาระงับสัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือต้องจัดการเสาสัญญาณให้จริงจังและเข้มข้นกว่านี้

ต่อมาคือเรื่อง “ท่าข้าม” ซึ่งเป็นท่าส่งของชั่วคราว ความสำคัญคือมูลค่าเศรษฐกิจชายแดนทั้งหมดของจังหวัดตาก 60% มาจากท่าข้ามส่งของ การขออนุญาตเปิดท่าข้ามอาศัยอำนาจตามกฎหมายศุลกากร โดยต้องยื่นเรื่องไปที่ศูนย์สั่งการชายแดนที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวโต๊ะให้อนุมัติการเปิดใช้ สมช. ได้ให้ข้อมูลไว้ใน กมธ.ความมั่นคงฯ ว่าท่าข้ามที่เปิดใช้ทั้งหมดตอนนี้ จริง ๆ เป็นท่าข้ามแบบชั่วคราว ถ้าเสร็จภารกิจแล้วต้องปิด แต่ท่าข้ามในจังหวัดตาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่แม่สอด ทุกวันนี้อยู่มานานเหมือนเป็นท่าถาวรไปแล้ว

เรื่องการปิดท่าข้ามนั้น ตนถามย้ำใน กมธ.ความมั่นคงฯ หลายครั้งว่าสรุปใครต้องเป็นคนปิดกันแน่ แต่ไม่มีเสียงตอบรับ มีแต่การโยนกันไปมาระหว่างศุลกากร ผู้ว่าฯ สมช. ตอกย้ำถึงการเป็นรัฐบาลลูกคุณช่างเกี่ยง ดังนั้น ถ้าหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งแก้ไม่ได้ นายกฯ ต้องเป็นคนสั่งการ แต่เรื่องนี้คุยกันมาเป็นปีไม่จัดการ พอฝ่ายค้านตั้งท่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถึงเพิ่งมาสั่งปิดไปท่าหนึ่ง แบบนี้ควรจะเพิ่มอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกสัปดาห์ นายกฯ จะได้ตั้งใจทุกวัน

การดูแลชายแดนที่ปล่อยปละละเลยแบบนี้ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้องมีมาตรการจำกัดพื้นที่ฟรีวีซ่า โดยการห้ามนักท่องเที่ยวเข้าจังหวัดที่มีความเสี่ยง เช่นพื้นที่ชายแดนที่มีปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่พรรคประชาชนเสนอเรื่องนี้ เรามารอดูกันว่าเรื่องการจำกัดวีซ่า สุดท้ายนายกฯ กว่าจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาดต้องใช้เวลาอีกกี่เดือน

ต้นน้ำอีกอย่างคือเรื่องการค้ามนุษย์ เพราะแก๊งเหล่านี้ต้องการแรงงานทาสจำนวนมหาศาล แต่เราเห็นการบุกปราบปรามการค้ามนุษย์น้อยมากจากรัฐบาล จนมีข่าวซิงซิง ดาราจีน โดนหลอกไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รัฐบาลไทยที่นิ่งเฉยมาตลอด อยู่ดีๆ กลับดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ท่ามกลางแก๊งคอลเซ็นเตอร์มากมายหลายร้อยแก๊ง พื้นที่เป็นพัน ๆ ตารางกิโลเมตร เหยื่อที่ถูกหลอกนับหมื่นคน แต่รัฐบาลไทยกลับล้วงมือเข้าไปเลือกช่วยออกมาได้แค่คนเดียวเท่านั้น ทำให้เกิดข้อสงสัยกันทั้งโลกว่า ที่ผ่านมาแก๊งมิจฉาชีพกับตำรวจประเทศไทยรู้งานกันอยู่แล้วหรือไม่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...