โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้จัก “ภาษีรับให้” เครื่องมือดักทางเลี่ยงภาษี “มรดก” ส่งต่อความมั่งคั่งตอนมีชีวิต

Thairath Money

อัพเดต 25 มี.ค. 2568 เวลา 12.16 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. 2568 เวลา 12.16 น.
ภาพไฮไลต์

ทำความรู้จัก “ภาษีรับให้” คืออะไร สำคัญอย่างไร สรรพากรเรียกเก็บจากการให้หรือรับสินทรัพย์อย่างไร

ภาษีรับให้คืออะไร ต่างจากภาษีมรดกอย่างไร

หลายคนคงจะคุ้นเคยกับ “ภาษีมรดก” ที่กำหนดให้ผู้รับมรดกต้องเสียภาษีจากการรับทรัพย์สินตามพินัยกรรมในส่วนที่มูลค่าเกิน 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาษีที่รัฐเก็บจาก "การส่งมอบความมั่งคั่ง" (Wealth Transfer) ของบุคคลหลังเสียชีวิตไปแล้ว

แต่ยังมีภาษีอีกตัวหนึ่งที่มาพร้อมกัน นั่นก็คือ “ภาษีรับให้” หรือเรียกทั่วไปว่า ภาษีการให้ (Gift Tax) ที่มีจุดประสงค์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ดักทางไม่ให้มีการเลี่ยงภาษีมรดก เมื่อมีการโอนถ่ายทรัพย์สินในขณะที่เจ้าของมรดกยังมีชีวิตอยู่

โดยภาษีการรับให้ คือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่จัดเก็บจากทรัพย์สินที่ให้หรือรับแก่บุตร คู่สมรส ญาติ หรือบุคคลอื่น ก่อนผู้ให้เสียชีวิต มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 เป็นต้นมา

ใครมีหน้าที่เสียภาษีรับให้

ภาษีการให้กฎหมาย "ไม่จำกัดประเภททรัพย์สิน" ที่ให้ แต่จัดเก็บภาษีการให้จากทรัพย์สินทุกประเภทที่ "ให้" กัน ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้และผู้รับ

  • กรณีการให้อสังหาริมทรัพย์: กำหนดให้พ่อแม่ที่โอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ให้กับลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี
  • กรณีการให้สังหาริมทรัพย์

2.1 บุคคลธรรมดาหากได้รับทรัพย์สินจากพ่อแม่ ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ผู้รับมีหน้าที่เสียภาษีเฉพาะเงินได้ในส่วนที่เกินกว่า 20 ล้านบาทในแต่ละปีภาษี

2.2 บุคคลธรรมดาหากได้รับทรัพย์สินจากบุคคลอื่น ซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน คู่สมรส ผู้รับมีหน้าที่เสียภาษีเฉพาะเงินได้ส่วนที่เกินกว่า 10 ล้านบาทในแต่ละปีภาษี

อัตราภาษีรับให้

1. กรณีการให้อสังหาริมทรัพย์

ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่โอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองให้กับพ่อแม่ ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส มีหน้าที่เสียภาษีอัตรา 5% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับในส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท หรือนำไปรวมคำนวณกับเงินได้พึงประเมินอื่นก็ได้

2. กรณีการให้สังหาริมทรัพย์

2.1 หากบุคคลธรรมดารับทรัพย์สินจากพ่อแม่ ผู้สืบสันดาน คู่สมรส มีหน้าที่เสียภาษีอัตรา 5% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับในส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท หรือนำไปรวมคำนวณกับเงินได้พึงประเมินอื่นก็ได้

2.2 หากบุคคลธรรมดารับทรัพย์สินจากบุคคลอื่นซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน คู่สมรส มีหน้าที่เสียภาษีอัตรา 5% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับในส่วนที่เกิน 10 ล้านบาท หรือนำไปรวมคำนวณกับเงินได้พึงประเมินอื่นก็ได้

ที่มา : กรมสรรพากร

วิธีคำนวณภาษีรับให้

กรณีการให้อสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ ต้องเสียภาษีอัตรา 5% ของส่วนที่เกินกว่า 10 ล้านบาท หรือ 20 ล้านบาท (แล้วแต่กรณี) โดยวิธีการคำนวณ คือ ส่วนที่เกิน 10 ล้านบาท หรือ 20 ล้านบาท × อัตราภาษี 5% = ภาษีที่ต้องเสีย

ทั้งนี้มูลค่าทรัพย์สินส่วนเกินที่ได้รับแต่ละประเภท มีการคำนวณฐานภาษีที่แตกต่างกันดังนี้

  • ที่ดิน : ฐานภาษีคำนวณจาก "ราคาประเมินที่ดินทางราชการ"
  • หุ้น (นอกตลาดหลักทรัพย์) : ฐานภาษีคำนวณจาก "ราคาตามบัญชี" (Book Value)
  • หุ้น หรือ หลักทรัพย์ (ในตลาดหลักทรัพย์) : ฐานภาษีคำนวณจาก "ราคาปิด" ของหลักทรัพย์หรือหุ้น ณ วันที่ให้ (Market Value)
  • เงินสด ทองคำ : มีมูลค่าตามราคาของทรัพย์สินนั้นๆ

ใครได้รับการยกเว้นภาษีรับให้

การยกเว้นภาษีการรับมรดกตามประเภทหรือรายชื่อที่กำหนดในกฎกระทรวง มีดังนี้

  • บุคคลผู้ที่ได้รับมรดกที่เจ้ามรดกแสดงเจตนา หรือเห็นได้ว่ามีความประสงค์ให้ใช้มรดกนั้นเพื่อประโยชน์ในกิจการศาสนา กิจการศึกษา หรือกิจการสาธารณประโยชน์
  • หน่วยงานของรัฐ และนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อกิจการศาสนา กิจการศึกษา หรือกิจการสาธารณประโยชน์
  • บุคคล หรือองค์การระหว่างประเทศ ตามข้อผูกพันที่ประเทศไทยมีต่อองค์การสหประชาชาติ หรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือตามสัญญา หรือตามหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกันกับนานาประเทศ

ผู้เสียภาษีรับให้ ต้องยื่นแบบฯ อย่างไร เมื่อไร

การยื่นแบบฯ แบ่งออกเป็น 2 กรณี

1. กรณีที่คำนวณภาษีการรับให้ในอัตรา 5% แล้ว ต้องนำภาษีที่คำนวณได้มายื่นแบบ ภ.ง.ด.90 รวมกับเงินได้อื่นหรือไม่

ผู้เสียภาษีมีสิทธิเลือกเสียภาษีในอัตรา 5% โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณกับเงินได้อย่างอื่นในปีภาษีนั้น หรือเลือกนำไปรวมกับเงินได้อื่นเพื่อคำนวณภาษีตามปกติก็ได้

2. กรณีที่ผู้เสียภาษีเลือกเสียภาษีโดยไม่นำไปรวมคำนวณกับเงินได้อย่างอื่นในปีภาษี ต้องยื่นแบบแสดงรายการอย่างไร

กรณียื่นแบบกระดาษ ให้ระบุจำนวนเงินได้ จำนวนภาษี ในรายการ เงินได้จากการให้หรือการรับ (โดยเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 ของเงินได้เฉพาะส่วนที่ไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 42(26) (27) (28))
กรณียื่นแบบออนไลน์ ผ่านระบบ E-Filing เลือก เงินได้จากการให้หรือการรับ (มาตรา 40(8)) ระบุเงินได้พึงประเมิน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (เฉพาะกรณีโอนกรรมสิทธิ์/สิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์) และทำเครื่องหมายหน้าข้อความ O ต้องการเสียภาษีโดยไม่รวม

ต้องยื่นแบบแสดงภาษีเมื่อไร

ภาษีการรับให้ถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับให้ ต้องนำเงินได้ที่เกิดในระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ภายในเดือนกันยายนของปีภาษี และนำรายได้ระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ภายในเดือนมกราคม-มีนาคม ของปีถัดจากปีภาษี และหากยื่นแบบฯ ผ่านอินเทอร์เน็ตได้รับขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน

ที่มา

http://www.taxtanktv.com/content/008/008.pdf

https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/grow-your-wealth/handing-down-your-wealth-strategy

https://www.rd.go.th/43338-1/clear-cut-ภาษีการรับให้-gift-tax-ใครต้องเสียภาษี.html

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก “ภาษีรับให้” เครื่องมือดักทางเลี่ยงภาษี “มรดก” ส่งต่อความมั่งคั่งตอนมีชีวิต

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...