โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พายุทรายถล่มอิรัก ทำหมอกส้มหนาทึบคลุมเมือง

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 16 เม.ย. 2568 เวลา 08.13 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. 2568 เวลา 01.13 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บาสรา 16 เม.ย. – หลายพื้นที่ทั่วอิรัก เผชิญกับพายุทรายพัดถล่มอย่างหนัก ส่งผลให้ผู้คนกว่า 1,000 คน มีปัญหาระบบทางเดินหายใจจนต้องเข้าโรงพยาบาล อีกทั้งยังทำให้ทัศนวิสัยย่ำแย่ด้วย

พายุทรายพัดถล่มทั่วพื้นที่ภาคกลางและใต้ของอิรัก รวมทั้งบางส่วนของเมืองบาสราตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ทัศนวิสัยย่ำแย่ ยวดยานหลายคันต้องแล่นฝ่าหมอกหนาไปตามถนนหลังพายุ ขณะบางคันไปต่อไม่ไหวต้องยอมจอดข้างถนน หลังจากพายุทรายพัดปกคลุมหลายจังหวัดภาคใต้ของอิรักจนเต็มไปด้วยฝุ่นสีส้ม ทัศนวิสัยลดลงเหลือเพียงไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร ทางการจำเป็นต้องปิดให้บริการสนามบินในจังหวัดนาจาฟและบาสรา

ตามข้อมูลของสำนักงานสาธารณสุขเมืองบาสรา พบว่า มีผู้ป่วยหายใจไม่ออก หรือมีปัญหาระบบทางเดินหายใจประมาณ 1,041 รายที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเมื่อวันจันทร์ ซึ่งที่โรงพยาบาลเมืองบาสรา แผนกฉุกเฉินเต็มไปด้วยผู้คนที่สวมหน้ากากอนามัย และคนอื่น ๆ ที่หายใจผ่านเครื่องพ่นละอองยา ส่วนโรงพยาบาลในจังหวัดมูธันนา ภาคใต้ของประเทศ รับผู้ป่วยหายใจไม่ออกอย่างน้อย 700 คน ส่วนอีกกว่า 250 คนถูกส่งเข้าโรงพยาบาลในจังหวัดนาจาฟ และอย่างน้อย 322 คน รวมทั้งเด็กด้วย เข้าโรงพยาบาลในจังหวัดดีวานิยาห์ ส่วนอีกกว่า 530 คน มีปัญหาระบบทางเดินหายใจในจังหวัดดีการ์ และบาสรา

อิรักถือเป็นประเทศที่เปราะบางที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลกที่เกิดวิกฤตด้านสภาพภูมิอากาศ ตามข้อมูลของสหประชาชาติ โดยภัยแล้งและสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้พื้นที่เกษตรกรรมแห้งแล้งและพื้นที่ส่วนใหญ่ของอิรักแทบจะอยู่อาศัยไม่ได้ในช่วงฤดูร้อน.-815.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...