Rising Star แห่งอาเซียน: เปิดกลยุทธ์ไทยสู่ฮับกองถ่ายระดับโลก
ประเทศไทยไม่ได้มีดีแค่แหล่งท่องเที่ยวสวยงามและวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์ หากแต่ความหลากหลายของสถานที่ต่าง ๆ ในแต่ละภูมิภาคจนถึงเมืองใหญ่ ยังทำให้ไทยกลายเป็น ‘โลเคชันทองคำ’ ที่ดึงดูดผู้สร้างภาพยนตร์และซีรีส์จากทั่วโลก ให้ยกกองถ่ายมาปักหลักสร้างสรรค์ผลงานกันอย่างต่อเนื่อง ด้วยความหลากหลายของภูมิประเทศ ต้นทุนการผลิตไม่สูง ทีมงานมีความสามารถและความเป็นมืออาชีพ ตลอดจนแรงจูงใจจากมาตรการของรัฐในหลายยุคสมัย ทำให้ประเทศไทยกำลังเนื้อหอมอย่างมากในอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลก
มองฉากทัศน์ประเทศไทยสู่ ‘ผู้เล่นหลัก’ ในอุตสาหกรรมบันเทิงโลก
ย้อนกลับไปในอดีต มีภาพยนตร์ต่างประเทศมากมายที่เลือกประเทศไทยเป็นโลเคชันหลักในการถ่ายทำ ไม่ว่าจะเป็น The Man with the Golden Gun (1974) ในภาพยนตร์ชุดเจมส์ บอนด์ (Jame Bond) ที่ทำให้เกาะตาปู จังหวัดพังงา ได้รับฉายา “เกาะเจมส์ บอนด์” (James Bond Island) มาจนถึง The Beach (2000) ซึ่งนำแสดงโดยลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ที่สร้างชื่อเสียงให้อ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
(TFO Thailand Film Office / Facebook)
ไม่เพียงแต่ภาพยนตร์เท่านั้น ซีรีส์ดังหลายเรื่องก็เคยยกกองถ่ายมาเมืองไทยเช่นกัน เช่น Strike Back SS5 (2015) ซีรีส์แอ็กชันสุดฮิตของอังกฤษและอเมริกา รวมถึงกองถ่ายทำภาพยนตร์และซีรีส์เกาหลีหลายเรื่อง เช่น King the Land (2023) ที่นำเสนอภาพความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ วัฒนธรรมไทย ส่งผลให้ชาวเกาหลีเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น
ล่าสุดกระแสตอบรับจากซีรีส์ The White Lotus Season 3 (2025) ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะเกาะสมุยซึ่งได้กลายเป็นหมุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนทั่วโลก พร้อมสถิติใหม่ของการค้นหาที่พักในเกาะสมุยบนแอปพลิเคชันจองที่พักต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นถึง 12% และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเกือบ 2 ใน 3 หรือประมาณ 65% ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ หลังจากที่ซีรีส์ออนแอร์ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
คำถามที่ตามมาก็คือ อะไรเป็นแรงจูงใจที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็น ‘ผู้เล่นหลัก’ ในอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลกและผลกระทบที่ตามมา คุ้มค่าต่อสิ่งที่เสียไปแล้วหรือไม่
The White Lotus Season 3 Official Trailer
(Max / Youtube)
ส่องภาพลักษณ์ประเทศไทย ผ่านเลนส์ภาพยนตร์นานาชาติ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในภาพยนตร์และซีรีส์ต่างชาติเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ผู้สร้างภาพยนตร์หลายรายพยายามบอกเล่าภาพที่ดูสมจริงและความหลากหลายของประเทศไทย โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความสวยงามทางธรรมชาติ วัดวาอาราม หรือภาพลักษณ์เชิงลบเพียงอย่างเดียว ถึงอย่างนั้น ยังมีความท้าทายในการนำเสนอภาพลักษณ์ที่ถูกต้องและครอบคลุมในทุกแง่มุม รวมไปถึงภาพลักษณ์บางอย่างที่มักถูกนำเสนอซ้ำ ๆ นั่นคือ
สวรรค์เขตร้อนและความงามแบบ Exotic ภาพลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของประเทศไทยในภาพยนตร์ระดับโลกคือการเป็น “สวรรค์เขตร้อน” ที่เต็มไปด้วยความสวยงามตามธรรมชาติของท้องทะเล จะเห็นได้จากภาพยนตร์เรื่อง The Beach (2000) ที่ตอกย้ำความสวยงามของอ่าวมาหยาและหาดทรายสีขาวบริสุทธิ์ เช่นเดียวกับ Bridget Jones: The Edge of Reason (2004) ที่นำเสนอความงดงามของเกาะภูเก็ตได้อย่างน่าประทับใจ และกลายเป็นภาพจำที่แข็งแกร่งของประเทศไทยในสายตาชาวโลก
Bridget Jones: The Edge of Reason (2004)
(Universal Studio and Studio Canal and Miramax Film Corp.)
วัฒนธรรมอันรุ่มรวยและจิตวิญญาณที่ลึกซึ้ง นอกเหนือจากความงามทางกายภาพ วัฒนธรรมไทยก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ถูกหยิบยกมานำเสนอในภาพยนตร์หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอาราม พิธีกรรมทางศาสนา และประเพณีต่าง ๆ ภาพยนตร์บางเรื่องอาจเน้นไปที่การเดินทางเพื่อค้นหาความสุขสงบ หรือเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง
อาหารไทยรสจัดจ้าน อาหารไทยมักปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของฉากรับประทานอาหารในภาพยนตร์และซีรีส์ต่าง ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศที่สมจริง หรือบ่งบอกถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของตัวละคร ส่งผลให้อาหารไทยกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง รวมไปถึงเนื้อหาหลักในรายการทำอาหาร (Cooking Shows) หรือรายการท่องเที่ยว (Travel Shows) ที่นำเสนอความหลากหลายของอาหารไทย วัตถุดิบ เทคนิคการปรุงอาหาร และเรื่องราวเบื้องหลังอาหารแต่ละจาน
ความเป็นมิตรและการบริการที่จริงใจ หนึ่งในภาพจำเกี่ยวกับประเทศไทยในภาพยนตร์หรือซีรีส์ต่างชาติ นั่นคือ คนไทยเป็นมิตร มีน้ำใจ และให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน เช่นเดียวกับธุรกิจการท่องเที่ยวและการบริการในประเทศไทยที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่า การที่กองถ่ายต่างชาติเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำ ยังเป็นการโปรโมตภาพลักษณ์และวัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก ผ่านภาพยนตร์ ซีรีส์ สารคดี หรือรายการโทรทัศน์ที่ออกฉายในระดับนานาชาติ ซึ่งอาจนำไปสู่การกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างความสนใจในประเทศไทยในวงกว้าง ทว่าภาพลักษณ์เหล่านั้นสะท้อนความเป็นจริง หรือเป็นเพียงภาพจำลองที่ถูกปรุงแต่งเพื่อความบันเทิงกันแน่
(Michael Aleo / Unsplash)
อีกด้านของเหรียญ: ความท้าทายและภาพลักษณ์ที่ไม่สวยงาม
ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเข้ามาของกองถ่ายต่างชาตินั้นถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยตรง กองถ่ายเหล่านี้มักจะมีการใช้จ่ายจำนวนมากในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเช่าสถานที่ และค่าเช่าอุปกรณ์ในการถ่ายทำ ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับธุรกิจต่าง ๆ ในชุมชน ทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสในการจ้างงานให้กับคนไทยในหลากหลายตำแหน่ง ตั้งแต่ผู้ช่วยกองถ่าย ช่างแต่งหน้า-ทำผม ไปจนถึงทีมนักแสดง ซึ่งเป็นการยกระดับทักษะและถ่ายทอดเทคโนโลยีความรู้ด้านการผลิตให้กับทีมงานของไทย และส่งผลดีต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของกองถ่ายต่างชาติก็มีผลกระทบด้านลบที่ต้องพิจารณาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น บางครั้งกองถ่ายอาจจำเป็นต้องมีการปิดกั้นพื้นที่ หรือจำกัดการเข้าถึงสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งอาจสร้างความไม่สะดวกสบายให้กับชาวบ้าน นอกจากนี้ การเข้ามาของกองถ่ายขนาดใหญ่อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการขยะที่ไม่เหมาะสม หรือการทำลายทรัพยากรธรรมชาติในบางพื้นที่
อีกทั้งยังมีประเด็นความอ่อนไหวทางวัฒนธรรมและสังคมที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะกองถ่ายต่างชาติอาจไม่เข้าใจบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของไทยอย่างลึกซึ้ง และอาจนำไปสู่การนำเสนอภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสม หรือการกระทำที่แสดงความไม่เคารพต่อขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ รวมไปถึงผลกระทบต่อราคาและค่าครองชีพในท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นที่นิยมในการถ่ายทำ ซึ่งส่งผลให้ราคาที่พัก สินค้าและบริการต่าง ๆ อาจปรับตัวสูงขึ้นและส่งผลกระทบโดยตรงต่อชาวบ้านในพื้นที่
ที่สำคัญ ภาพลักษณ์ของไทยในภาพยนตร์ต่างชาติก็ไม่ได้สวยงามเสมอไป บางครั้งประเทศไทยมักถูกนำเสนอในมุมมองที่มืดมิดและเต็มไปด้วยอันตราย ภาพยนตร์แนวแอ็กชันบางเรื่องใช้ประเทศไทยเป็นฉากหลังของการค้ายาเสพติด ความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ขบวนการค้ามนุษย์ การท่องเที่ยวเชิงเพศ (Sex Tourism) หรือปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศ จึงมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวและมุมมองที่ชาวต่างชาติมีต่อประเทศไทย ที่อาจเป็นมุมมองที่จำกัดและไม่ได้สะท้อนความจริงทั้งหมดอย่างหลีกเลี่ยงไมได้
มาตรการสนับสนุนของไทย: เปิดประตูต้อนรับกองถ่ายต่างชาติ
การที่ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับผู้สร้างภาพยนตร์ต่างประเทศนั้น ไม่ได้มาจากความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่รัฐบาลหลายยุคสมัยได้ตระหนักถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในการสร้างรายได้และส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศ ด้วยเหตุนี้ภาครัฐจึงออกมาตรการสนับสนุนเพื่อดึงดูดใจกองถ่ายทำจากต่างประเทศ
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ Thailand Film Incentive Measures หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “Thailand Film Incentive” เป็นชุดมาตรการส่งเสริมกองถ่ายทำภาพยนตร์และซีรีส์ต่างประเทศให้เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากการลงทุนและก่อให้เกิดการใช้จ่ายในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร การขนส่ง บริการด้านการผลิต และการจ้างงาน โดยเฉพาะ “โครงการคืนเงิน” (Cash Rebate) ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งอนุญาตให้กองถ่ายที่เข้ามาลงทุนและมีค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์ที่ภาครัฐกำหนด สามารถขอคืนเงินในอัตราที่แน่นอนจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย ได้แก่
ร้อยละ 15 ค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป (สิทธิประโยชน์หลัก + เพิ่มเติม ได้ไม่เกิน 25%)
ร้อยละ 20 ค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ 100 – 150 ล้านบาท (สิทธิประโยชน์หลัก + เพิ่มเติม ได้ไม่เกิน 30%)
ร้อยละ 25 ค่าใช้จ่าย มากกว่า 150 ล้านบาทขึ้นไป (สิทธิประโยชน์หลัก + เพิ่มเติม ได้ไม่เกิน 30%)
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีการอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ เช่น การขออนุญาตถ่ายทำ การประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ และการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ เพื่อให้กระบวนการถ่ายทำเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการถ่ายทำ เช่น สตูดิโอถ่ายทำและอุปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่อรองรับการผลิตภาพยนตร์ขนาดใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพ
(กองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา)
ปักหมุดประเทศไทย ในสมรภูมิแห่งอาเซียน
แม้รัฐบาลไทยจะตระหนักถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ ที่มาพร้อมกับการลงทุนของผู้ผลิตจากต่างประเทศ ทว่าในสมรภูมิการแข่งขันแห่งอาเซียน ประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้เล่นเพียงรายเดียวในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่ถือเป็นคู่แข่งสำคัญพบว่า แต่ละประเทศต่างก็มีมาตรการและจุดแข็งที่แตกต่างกันไป ได้แก่
มาเลเซีย หนึ่งในคู่แข่งที่น่าจับตามอง ด้วยมาตรการคืนเงินที่น่าสนใจไม่แพ้กันอย่างมาตรการ Film in Malaysia Incentive (FIMI) โปรแกรมให้เงินคืน (Cash Rebate) สูงสุด 30% สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในมาเลเซีย (มีเงื่อนไขด้านค่าใช้จ่ายขั้นต่ำและการจ้างงาน) และ Tax Incentives มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับบริษัทที่ลงทุนในการผลิตภาพยนตร์ บวกกับโครงสร้างพื้นฐานด้านสตูดิโอที่ทันสมัยรองรับการผลิตภาพยนตร์ขนาดใหญ่ได้ นอกจากนี้ รัฐบาลมาเลเซียยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง
สิงคโปร์ แม้สิงคโปร์อาจไม่ได้มีข้อได้เปรียบด้านความหลากหลายของโลเคชันเท่าประเทศไทยหรือมาเลเซีย แต่จุดแข็งของสิงคโปร์อยู่ที่ความพร้อมด้านเทคโนโลยีและบุคลากรที่มีคุณภาพสูง รวมถึงระบบราชการที่มีประสิทธิภาพและความโปร่งใส ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กองถ่ายต่างชาติให้ความสำคัญอย่างมาก รวมถึงมาตรการ Singapore Film Commission (SFC) Grants โครงการสนับสนุนด้านการเงินสำหรับโครงการภาพยนตร์ต่าง ๆ รวมถึงการผลิตร่วมกับต่างชาติ และ Tax Incentives มาตรการทางภาษีสำหรับบริษัทที่ลงทุนในอุตสาหกรรมสื่อ
เวียดนาม ประเทศที่จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจในอาเซียน ด้วยความหลากหลายของภูมิประเทศที่ยังคงความเป็นธรรมชาติสูง และค่าใช้จ่ายในการผลิตที่ค่อนข้างต่ำ แม้ปัจจุบันเวียดนามจะยังไม่มีมาตรการ Cash Rebate แต่รัฐบาลกำลังพิจารณาให้การสนับสนุนมากขึ้น มีการอำนวยความสะดวกในการขออนุญาตถ่ายทำและประสานงานผ่านหน่วยงานภาครัฐ อีกทั้งเสน่ห์ของเวียดนามก็ดึงดูดกองถ่ายทำที่ต้องการความแปลกใหม่และกองถ่ายที่มีงบประมาณจำกัด
อินโดนีเซีย รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และอาจมีมาตรการสนับสนุนกองถ่ายทำจากต่างประเทศในอนาคต เช่น การอำนวยความสะดวกในการขออนุญาตถ่ายทำ อย่างไรก็ตาม มาตรการสนับสนุนอาจยังไม่เข้มข้นเท่าประเทศอื่น ๆ และอาจมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานบางประการ
ฟิลิปปินส์ ฟิลิปปินส์มีมาตรการ Film Philippines Office (FPO) Incentives โครงการสนับสนุนด้านการเงินและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ สำหรับกองถ่ายต่างชาติ การให้เงินคืน (Cash Rebate) สูงสุด 25% (มีเงื่อนไขด้านการจ้างงาน) พร้อมโบนัสด้านวัฒนธรรมเพิ่มอีก 5% สำหรับโปรเจ็กต์ที่ผ่านการคัดเลือก และ Tax Incentives มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับโครงการภาพยนตร์ที่ได้รับการอนุมัติ จุดเด่นของฟิลิปปินส์ยังอยู่ที่บุคลากรมีความสามารถด้านการผลิตภาพยนตร์และค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงนัก ทำให้ฟิลิปปินส์มีแรงดึงดูดกองถ่ายต่างชาติ แต่ความท้าทายอาจอยู่ที่เรื่องของความปลอดภัยและเสถียรภาพทางการเมืองในบางพื้นที่
จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยยังคงมีข้อได้เปรียบในหลาย ๆ ด้าน เช่น ความหลากหลายของโลเคชัน ความพร้อมของบุคลากร และโปรดักชันทันสมัย อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในภูมิภาคอาเซียนกลับมีความเข้มข้นมากขึ้นทุกที บวกกับปัจจัยทางการเมืองและสังคมภายในประเทศ ที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของกองถ่ายต่างชาติได้ ประเทศไทยจึงต้องเร่งพัฒนาและปรับปรุงมาตรการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันต่อไป
(Humphrey Muleba / Unsplash)
ก้าวต่อไปของไทย: โอกาสในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมหนังที่รออยู่เบื้องหน้า
จะมีข้อได้เปรียบหลายประการ แต่ประเทศไทยยังคงเผชิญหน้ากับความท้าทาย ท่ามกลางการแข่งขันด้านมาตรการสนับสนุนกองถ่ายต่างชาติของหลายประเทศในอาเซียน ไทยจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนและแผนการดำเนินการอย่างจริงจังในหลาย ๆ ด้าน เช่น
ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลและภาคเอกชนควรร่วมกันลงทุนในการสร้างสตูดิโอขนาดใหญ่ที่ทันสมัย พร้อมด้วยอุปกรณ์การถ่ายทำและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อดึงดูดกองถ่ายภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากทั่วโลก
พัฒนาบุคลากรอย่างรอบด้าน ควรสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสถาบันฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างจริงจัง ภายใต้ความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ เพื่อถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ
ปรับปรุงกฎระเบียบให้มีความคล่องตัว ทบทวนและปรับปรุงระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทำภาพยนตร์ให้มีความชัดเจน โปร่งใส และเอื้อต่อการลงทุนจากต่างชาติ รวมถึงลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน
ส่งเสริมการลงทุนและสร้างแรงจูงใจ เพิ่มสิทธิประโยชน์และแรงจูงใจทางการเงิน เช่น การเพิ่มอัตราการคืนเงิน (Cash Rebate) และขยายขอบเขตให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบริษัทที่ลงทุนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์
เครือข่ายและความร่วมมือระดับนานาชาติ การเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์และตลาดภาพยนตร์ระดับโลก จะสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับผู้ผลิตภาพยนตร์จากต่างประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุนในประเทศไทย
ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของไทย ภาครัฐควรประชาสัมพันธ์และทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างภาพลักษณ์และตอกย้ำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จัก ในฐานะจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก
สนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศ รัฐบาลควรส่งเสริมและสนับสนุนผู้ผลิตภาพยนตร์ไทยให้มีโอกาสสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพและสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ซึ่งจะเป็นการสร้างชื่อเสียงและความน่าสนใจให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์โดยรวม
ก้าวต่อไปของประเทศไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก จึงเป็นก้าวที่เต็มไปด้วยความหวังและโอกาสที่รออยู่เบื้องหน้า จากอดีตที่เคยเป็นเพียงฉากหลังที่น่าสนใจ ปัจจุบันประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลก แต่หากประเทศไทยอยากจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในภูมิภาคได้อย่างแท้จริง เราจำเป็นต้องเรียนรู้จากความสำเร็จของประเทศอื่น ๆ และปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก เพื่อเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาตำแหน่งและความโดดเด่นของประเทศไทยในเวทีนี้ต่อไป
ที่มา : บทความ “Thailand’s soft power boom: Pop culture and global expansion” โดย Abhishek Sharma และ Aadityavikram Rana
บทความ “Why Thailand is one of the world’s best filming locations” จาก thirdkultureproductions.com
บทความ “One-Stop Service for Film Permit Applications in Thailand” จาก thailand.go.th
บทความ “Working towards a better future in assisting and creating amazing local production and content.” จาก filminmalaysia.com
บทความ “FDCP OPENS THE FIRST CYCLE APPLICATIONS OF FILM PHILIPPINES INCENTIVES 2025” จาก fdcp.ph
เว็บไซต์ "imda.gov.sg"
เว็บไซต์ "fdcp.ph"