โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

59 ปี ปลานิล ปลายอดนิยมของคนไทย –แหล่งอาหารโปรตีนสำคัญ

JS100

อัพเดต 17 มี.ค. 2568 เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. 2568 เวลา 07.38 น. • JS100:จส.100
59 ปี ปลานิล ปลายอดนิยมของคนไทย –แหล่งอาหารโปรตีนสำคัญ

ปลานิล เป็นปลาที่ได้รับความนิยมของคนไทย มีต้นกำเนิดมาจากพันธุ์ปลา Nile tilapia จำนวน 50 ตัว ซึ่งสมเด็จพระจักรพรรดิอากิ ฮิโต เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศมกุฏราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลี้ยงไว้ในบ่อที่สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต จนแพร่ขยายพันธุ์เป็นจำนวนมาก

ปลาชนิดนี้เจริญเติบโตดี เลี้ยงง่าย และเนื้อมีรสชาติดี เหมาะที่จะเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่สำคัญของประชาชนทั่วไป จึงพระราชทานปลาที่เพาะเลี้ยงจากสวนจิตรลดาจำนวน 10,000 ตัว แก่กรมประมง เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2509 เพื่อขยายพันธุ์และแจกจ่ายแก่ประชาชนเพื่อนำไปเลี้ยงในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานชื่อปลาชนิดนี้ว่า“ปลานิล” ปัจจุบันปลานิลเป็นปลาที่นิยมบริโภคโดยทั่วไปในประเทศ และสามารถส่งออกนำรายได้เข้าประเทศมีมูลค่าถึงประมาณ 900 ล้านบาทต่อปี

ในปี พ.ศ.2525 กลุ่มวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สถาบันประมงน้ำจืดแห่งชาติ ได้นำลูกปลานิลสีแดงขนาด 2–3 เซนติเมตร จำนวน 1,000 ตัว จากสถานีประมงจังหวัดอุบลราชธานีมาเลี้ยงไว้เพื่อทำการคัดพันธุ์และศึกษาวิจัยด้านพันธุกรรม ภายใต้โครงการ “พันธุกรรมปลา” ในปี พ.ศ.2527 กรมประมงได้ส่งตัวอย่างปลานิลแดงนี้ไปตรวจสอบพันธุ์ ณ มหาวิทยาลัยสเตอร์ริง สหราชอาณาจักร และมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ จากการศึกษาสายพันธุ์โดยการวิเคราะห์ในระดับโปรตีนที่ถูกควบคุมด้วยยีนบางชนิด

สรุปได้ว่า ปลานิลแดงเป็นปลาลูกผสมระหว่างปลานิลกับปลาหมอเทศ ซึ่งมีความถี่ของยีนที่ศึกษาในครั้งนั้นเป็นของปลานิล 78 เปอร์เซ็นต์ ปลาหมอเทศ 22 เปอร์เซ็นต์ และมีลักษณะของโครโมโซมใกล้เคียงกับปลาหมอเทศและปลานิล ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะภายนอกของปลานิลแดงที่ปรากฏว่าคล้ายคลึงกับปลานิลและปลาหมอเทศ คือ มีปากเฉียงขึ้นคล้ายปลาหมอเทศและลักษณะลำตัวคล้ายปลานิล ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามมกุฏราชกุมารี ได้ทรงพระราชทานชื่อปลาชนิดนี้ว่า “ปลานิลสีแดง”แต่มักจะเรียกกันว่า ปลานิลแดง

ปลานิลเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและเป็นปลาน้ำจืดที่มีผลผลิตเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย ประเทศไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์ปลานิลเพียงร้อยละ 5 ของผลผลิตปลานิลทั้งหมด ฉะนั้น การเพาะเลี้ยงปลานิลในประเทศไทยยังมีโอกาสขยายตัวเพิ่มได้อีก เนื่องจากตลาดปลานิลทั่วโลกมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และถือว่าเป็นแหล่งอาหารชั้นดีที่ช่วยเสริมเรื่องความยั่งยืนทางด้านอาหารให้กับประเทศไทย

นายนิธิพัฒน์ พันธุ์ธุมจินดา นักธุรกิจ ฟาร์มปลาสวยงาม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงความแตกต่างของ ปลาหมอคางดำ กับ ปลานิล ว่า มีเพื่อนหลายท่านอาจจะคิดว่าปลาหมอคางดำเป็นสัตว์ต่างถิ่นชนิดรุกรานร้ายแรง เพราะเป็นปลาชนิดที่กินปลากินกุ้ง แต่จริงๆแล้ว อาหารหลักของปลาหมอคางดำก็ไม่ได้ต่างจากปลานิลมากนัก โดยปลานิลวัยเด็กนั้นก็จะกินทั้งพืชและสัตว์ชนิดเล็กๆ ก่อนจะปรับรสนิยมมากินพืชเป็นหลักในวัยโต

ส่วนปลาหมอคางดำจะกินพืชและสัตว์ตลอดชีวิต แต่สัตว์ที่เลือกกินส่วนใหญ่ก็เป็นสัตว์ชนิดเล็กเข่นลูกกุ้งลูกปลาและสัตว์เซลเล็กๆในธรรมชาติ

ธรรมชาติของปลานิลจะกินอาหารในเวลากลางวันคล้ายๆกับปลาทั่วๆไป ในขณะที่ปลาหมอคางดำจะมีพฤติกรรมประหลาดคือกลางวันกินบ้างแต่กลางคืนกินหนัก

ปัญหาการรุกรานหนักและรุนแรงของปลาหมอคางดำจริงๆจึงไม่ใช่การไล่กินปลากันอย่างที่เข้าใจ แต่เป็นปลาที่มีอัตราการขยายสายพันธุ์รวดเร็ว พ่อและแม่ต่างช่วยกันอมไข่ลูกจึงมีอัตรารอดสูง เพิ่มจำนวนมหาศาลได้ในเวลาอันรวดเร็ว และรุกรานระบบนิเวศด้วยการแย่งอาหารและถิ่นอาศัยของปลาและสัตว์น้ำชนิดอื่นๆได้ภายในเวลาที่รวดเร็ว

ส่งผลกระทบต่อฟาร์มกุ้งฟาร์มปลา เพราะปลาหมอคางดำ เพิ่มจำนวนรวดเร็วแย่งกินไปทุกที่ ยิ่งกุ้งที่เป็นสัตว์กินอาหารช้า ก็จะโดนแย่งกินอาหารหมด จนถ้ากุ้งไม่อดตายก็ต้องกินกันเอง

และที่น่าสะพรึงที่สุดก็คือ ปลาหมอคางดำชอบอาศัยอยู่ในน้ำกร่อย แต่ก็ไมใช่ว่าจะอาศัยในน้ำจืด หรือชายฝั่งทะเลไม่ได้ การแพร่ระบาดรุกรานของปลาชนิดนี้จึงสามารถกระจายได้ในหลายพื้นที่และหลายแหล่งน้ำกว่าปลาชนิดอื่นๆ

คำถามที่ได้ยินบ่อยๆว่าทำไมปลานิลไม่รุกรานรุนแรงเหมือนปลาหมอคางดำ เพราะเห็นได้ชัดว่าสังคมเราอยู่ร่วมกับปลานิลมาร่วมห้าสิบปีไม่ได้มีปัญหาอะไรร้ายแรงเหมือนอยู่กับอีคางดำนี้มาแค่ไม่กี่ปี

ปัจจัยหลักๆเลยก็คือ ปลานิลที่หลุดรอดจากการทำฟาร์มเลี้ยงหรือมีคนใจบุญนำมาปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติกันนั้น เป็นปลาเพื่อการบริโภคที่พัฒนาและควบคุมให้เจริญเติบโตเร็ว เนื้อเยอะ ซึ่งก็จะเป็นปลาที่ผ่านกระบวนการสำคัญตั้งแต่เด็กที่ทำให้ เป็นปลาตัวผู้เกือบจะร้อยเปอร์เซนต์ น้อยตัวมากๆที่จะหลุดมาเป็นตัวเมีย ที่เขาทำอย่างนั้น ก็เพราะปลานิลตัวผู้นั้นตัวใหญ่โตเร็วเนื้อเยอะกว่าปลาตัวเมียมากครับ

#ปลานิล

#ปลาหมอคางดำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...