เกษตรฯ ชูสินค้า GI ‘ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา’ คาดส่งออกปีละ 5 หมื่นตัน
The Bangkok Insight
อัพเดต 17 ก.พ. 2568 เวลา 01.27 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2568 เวลา 01.27 น. • The Bangkok Insight"อัครา" ชูสินค้า GI "ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา" ต่อยอดโครงการ 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง คาดส่งออกปีละ 5 หมื่นตัน
นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการและพบปะพี่น้องเกษตรกร ณ กลุ่มรักเกาะยอ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
ทั้งนี้ กลุ่มรักเกาะยอเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังทะเลสาบสงขลา หมู่ 4, 5, 8 ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา จำนวน 32 ราย พื้นที่เลี้ยง 4.13 ไร่ จำนวนกระชัง 294 กระชัง ผลผลิตเฉลี่ย 96 ตัน/ปี รายได้ 15.4 ล้านบาท/ปี ได้รับมาตรฐาน GAP จากกรมประมง
ปัจจุบัน ได้ดำเนินการเป็นจุดจำหน่ายสินค้าปลากะพงสดและอาหารทะเลอื่น ๆ ตามคำสั่งซื้อ เช่น หมึก และกุ้งก้ามกรามทะเลสาบ จากกลุ่มเกษตรกรอำเภอใกล้เคียง จำหน่ายโดยตรงหน้าท่า พ่อค้า ร้านค้าในท้องถิ่น การขายออนไลน์ และการจัดแสดงสินค้า
นอกจากนี้ กลุ่มมีการสร้างเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือด้านการตลาดกับกลุ่มผู้เลี้ยงปลากะพงอื่น ๆ ทั่วทั้งเกาะยอ สามารถควบคุมราคาตลาดปลากะพงให้อยู่ในระดับราคาที่เหมาะสม ทำให้กลุ่มเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น เกิดเป็นอาชีพหลักของสมาชิก ปัจจุบันกลุ่มรักเกาะยอขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลาของจังหวัดสงขลา
ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมงได้สนับสนุนงบประมาณโครงการเกษตรแปลงใหญ่ (ปลากะพง) งบประมาณปี 2565 - 2567 และงบประมาณปี 2566 โครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง จำนวน 1 แสนบาท และมีแผนการดำเนินงานในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อใช้ในกระบวนการเลี้ยงและการแปรรูปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และสามารถรักษาความสดของปลาจนถึงมือผู้บริโภค สามารถจัดส่งได้ทั่วประเทศ
พร้อมกันนี้ ยังจัดหาแหล่งเงินทุนในการพัฒนาการเลี้ยงที่มีประสิทธิภาพ การแปรรูปปลาที่ได้คุณภาพ และผลิตได้ตามความต้องการของตลาด จัดหาครุภัณฑ์ที่จําเป็นในการสนับสนุนด้านการแปรรูป เช่น โต๊ะสแตนเลสสําหรับแล่ปลากะพง พร้อมอุปกรณ์ รวมถึงการศึกษาดูงานการเลี้ยงและแปรรูปปลากะพง และสนับสนุนการทําการตลาดสินค้าปลากะพงด้วย
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการเกษตร โดยมีเป้าหมายให้ เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน ภายใต้นโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ เช่น นโยบายยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูงด้วยการต่อยอดโครงการ 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง สร้าง Brand หรือ Story ของจังหวัดหรือท้องถิ่น
นโยบายดังกล่าว เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง และเป็นแนวทางพัฒนาและปฏิรูปภาคการเกษตรไทยที่จะสร้างความมั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถพัฒนาและเพิ่มศักยภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร โดยเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน ได้ลงนามในพิธีสารว่าด้วยหลักเกณฑ์การตรวจสอบกักกันโรคและสุขอนามัยทางสัตว์แพทย์ของกรมประมง ที่มาจากการเพาะเลี้ยงส่งออกมายังสาธารณรัฐประชาชนจีน
พิธีสารฯ ฉบับนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้ไทยสามารถส่งออกปลากะพงขาวซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากการเพาะเลี้ยงชนิดแรก โดยคาดว่าจะสามารถส่งออกได้ปีละมากกว่า 50,000 ตันต่อปี
อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานตามนโยบายจะเกิดความสำเร็จได้จะต้องอาศัยการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคม รวมถึงเกษตรกร ดังนั้นเกษตรกรและประชาชนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในการทำการเกษตรที่ดี มีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของตลาด และสิ่งสำคัญต้องสามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้ในอนาคต
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ไทย-จีน ลงนามเกณฑ์ตรวจสอบ-สุขอนามัย ส่งออกปลากะพงขาว สร้างมูลค่ากว่า 4,900 ล้านต่อปี
- 'มังคุดทิพย์พังงา' ขึ้นทะเบียนสินค้า GI รายการที่ 3 ของจังหวัดพังงา
- 'พาณิชย์' ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ใหม่ 'บุกแม่ฮ่องสอน' อาหารของชาวชาติพันธุ์-ไทใหญ่
ติดตามเราได้ที่