โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมดเวลา Magnificent-7 เมื่อกำไรโตช้า หรือนางฟ้ากำลังจะตกสวรรค์

Finnomena

อัพเดต 18 ก.พ. 2568 เวลา 17.41 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 17.34 น. • Finnomena Editor

ต้องยอมรับว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา Magnificent-7 หรือหุ้นกลุ่ม 7 นางฟ้า คือผู้ที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาให้วิ่งเป็นขาขึ้น โดยมีสตอรี่หลักอย่างการเติบโตของ Generative AI ประกอบกับอัตราการเติบโตของกำไร (EPS Growth) อันยอดเยี่ยมของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่

Magnificent-7 ประกอบไปด้วย Alphabet, Amazon, Apple, Meta Platforms, Microsoft, Nvidia และ Tesla

มูลค่าบริษัทที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณของ Magnificent-7 ในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี เกิดคำถามตามมาเป็นระยะว่านี่เป็นการเติบโตแบบ Bubble หรือไม่ ใกล้จะ Cycle หรือยัง และ Valuation กำลังแพงเกินจริงหรือเปล่า?

Stock Market Snapshot

เปิดปี 2025 มานี้ เราจึงเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวของหุ้นกลุ่มนี้ โดยผลตอบแทน YTD ของ Magnificent-7 อยู่ที่ +1.7% ต่ำกว่า S&P 500 และ Nasdaq 100 ที่ทำได้ +4.7% และ 5.2% ตามลำดับ (as of 14/02/2025)

ตั้งข้อสังเกตการชะลอตัวของ Magnificent-7

1. EPS Growth โตในอัตราที่ลดลง

จุดแรกที่น่าสนใจคือ EPS Growth ของกลุ่ม Magnificent-7 กำลังเติบโตในอัตราที่ลดลง ซึ่งจะเห็นว่าการประมาณการกำไรของนักวิเคราะห์ที่มองไปข้างหน้า เริ่มถูกคาด EPS Growth ที่น้อยลง ทั้ง Nvidia, META, Amazon, Alphabet, Microsoft และ Apple โดยมีเพียง Tesla เท่านั้นที่ถูกมองว่าจะดูดีขึ้น

2. นักวิเคราะห์ Downgrade EPS กดดันภาพรวมตลาด

ตั้งแต่ต้นปีเราพบว่ากลุ่ม Magnificent-7 ถูกนักวิเคราะห์ Downgrade EPS ลงมากกว่าเมื่อเทียบกับ S&P 500 และ US Large Cap ex Mag 7

3. เงินลงทนใน AI ที่มหาศาล อาจไม่คุ้มค่าเมื่อภาพของเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนไป

โดยในปี 2025 ทั้งกลุ่ม Magnificent-7 มีแผนจะใช้งบ CAPEX สูงถึง 281 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 22.7% แต่อัตราการเติบโตของรายได้และกำไรกลับต่ำกว่า 15% แปลว่าเม็ดเงินที่ทุ่มลงทุนอาจจะไม่ได้สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้อย่างที่หวัง ทั้งหมดจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมปีนี้ อาจจะไม่ใช่ปีทองของหุ้น 7 นางฟ้าอีกแล้ว แม้ภาพรวมหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง แต่จะถูกกระจายตัวไปในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมมากขึ้น ไม่ใช่แค่ในบิ๊กเทคเท่านั้น

หมดเวลา 7 นางฟ้า หันหาโอกาสการลงทุนอะไรดี?

Finnomena Funds มองว่ากลุ่มที่จะ Outperform คือหุ้นขนาดเล็กในสหรัฐฯ ดัชนี Russell 2000 เนื่องด้วยราคาหุ้นขนาดเล็กยังคง Laggard หุ้นขนาดใหญ่ แต่ดัชนีชี้นำผู้ประกอบการขนาดเล็กพุ่งสูงขึ้น และอาจบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการหุ้นขนาดเล็ก นอกจากนี้ เชื่อว่านโยบายของ"ทรัมป์ 2.0" จะสร้างผลประโยชน์ต่อหุ้นขนาดเล็กมากกว่า เช่น

  • Domestic Focus: นโยบาย "American First" ช่วยลดการแข่งขันจากบริษัทข้ามชาติ และสนับสนุนบริษัทในประเทศให้สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดได้มากขึ้น
  • Tariff Benefits: ทำให้สินค้าในประเทศมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น จากการเพิ่มกำแพงภาษีสินค้านำเข้า ซึ่งอาจเพิ่มความต้องการสำหรับสินค้าที่ผลิตในประเทศและเพิ่มผลกำไรให้กับบริษัทขนาดเล็กด้านการผลิต
  • Tax Cuts: เป็นประโยชน์ต่อบริษัทขนาดเล็ก เนื่องจากจ่ายอัตราภาษีนิติบุคคลเต็มจำนวนมากกว่าบริษัทใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ
  • Regulatory Relief: ลดค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติตามกฎระเบียบสำหรับบริษัทขนาดเล็ก และทำให้บริษัทขนาดเล็กเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

แนะนำ Selective Buy บนหุ้นสหรัฐฯ ผ่านกองทุน ASP-USSMALL-A ที่ลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ขนาดเล็ก ส่วนใครยังคงชอบกลุ่มเทคโนโลยี แต่อยากกระจายตัวลดสัดส่วนบิ๊กเทค แนะนำกองทุน B-INNOTECH ซึ่งคัดหุ้นเทคโนโลยีแบบ Active เน้นกระแสเงินสดแข็งแกร่ง และราคาไม่แพง โดยมีสัดส่วน Mag-7 ไม่ถึง 15%

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...