โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สมาพันธ์ปศุสัตว์ฯ ค้านนำเข้าเนื้อสัตว์จากสหรัฐ แต่ไฟเขียวนำเข้าข้าวโพดแทน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.พ. 2568 เวลา 02.35 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2568 เวลา 02.35 น.

สมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เสนอภาครัฐ กระทรวงพาณิชย์ แนะเปิดนำเข้าข้าวโพด-ข้าวสาลี-กากถั่วฯ สหรัฐ แต่ยังต้องปิดรับเนื้อวัว-เนื้อหมู-เนื้อไก่-เครื่องใน ชี้ส่งผลกระทบอาชีพเกษตรกรไทยล่มสลาย

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย และเลขาธิการสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เปิดเผยว่า สมาพันธ์ปศุสัตว์ฯ ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เสนอความเห็นต่อการเปิดตลาดสินค้าเกษตร สหรัฐอเมริกา โดยเสนอว่า รัฐบาลต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน โดยไม่ควรเปิดตลาดสินค้าทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู และเครื่องใน รวมถึงเนื้อไก่

เนื่องจากประเทศไทยมีกฎหมายคุ้มครองสุขอนามัยของผู้บริโภคในประเทศ อาทิ การห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดง ตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 รวมถึงประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ พ.ศ. 2559 เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาเชื้อดื้อยาในผู้บริโภค และแม้ว่าสินค้าบางรายการจะเป็นสินค้าพรีเมี่ยม เช่น เนื้อวัว ก็มีต้นทุนในระดับที่สินค้าไทยไม่สามารถแข่งขันได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในประเทศ ตลอดห่วงโซ่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะต้นน้ำ อาทิ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าว และมันสำปะหลัง

ในส่วนของวัตถุดิบอาหารสัตว์ อย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ไทยขาดแคลน สามารถเปิดตลาดให้นำเข้าจากสหรัฐได้ รวมถึงข้าวสาลี กากถั่วเหลือง โดยภาครัฐต้องลดอัตราภาษีกากถั่วเหลืองที่ 2% เพื่อจูงใจการนำเข้า พร้อมกับกำหนดปริมาณนำเข้าให้เท่ากับปริมาณที่ขาดแคลนในประเทศ พร้อมกำหนดช่วงเวลานำเข้า เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับช่วงที่เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตของไทย ซึ่งตรงกับข่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนสิงหาคม

รวมทั้งกำหนดคุณสมบัติผู้นำเข้า เพื่อใช้ในการผลิตอาหารสัตว์เท่านั้น ห้ามจำหน่ายจ่ายแจกเช่นเดียวกับสินค้าเมล็ดถั่วเหลือง นอกจากนี้ ควรสนับสนุนให้มีการนำเข้าเครื่องมือทางการเกษตรที่ทันสมัยด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเกษตร

ทั้งนี้ปัจจุบัน ความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยอยู่ที่ 9.2 ล้านตัน แต่ผลิตในประเทศได้ 5 ล้านตัน และที่ผ่านมา มีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน 2 ล้านตัน และนำเข้าข้าวสาลีอีกประมาณ 1.7 ล้านตัน แต่จากปัญหาฝุ่น PM 2.5 และหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงอาจเปลี่ยนมาเป็นนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาแทน

นายพรศิลป์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันไทยนำเข้าถั่วเหลืองจากบราซิลเป็นหลักด้วยเหตุผลด้านต้นทุน เนื่องจากโปรตีนถั่วเหลืองบราซิลสูงกว่าสหรัฐ หากสหรัฐสามารถจำหน่ายถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองในราคาที่แข่งขันได้ จะเพิ่มโอกาสให้นำเข้าจากสหรัฐได้มากขึ้น นอกจากนี้การตรวจวัดโปรตีนระหว่างไทยกับสหรัฐยังมีความแตกต่างกัน จึงควรมีการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มโอกาสในการนำเข้าจากสหรัฐได้มากขึ้น

สมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ก่อตั้งเมื่อปี 2552 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาคปศุสัตว์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพ และแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่ ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 15 สมาคม

ประกอบด้วย สมาคมปศุสัตว์ไทย สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สมาคมผู้ผลิตและแปรรูปสุกรเพื่อการส่งออก สมาคมกุ้งไทย สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ สมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาไทย สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมส่งเสริมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย สมาคมผู้เลี้ยงเป็ดเพื่อการค้าและการส่งออก สมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทย สมาคมผู้เลี้ยงไก่พันธุ์ สมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย และสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมาพันธ์ปศุสัตว์ฯ ค้านนำเข้าเนื้อสัตว์จากสหรัฐ แต่ไฟเขียวนำเข้าข้าวโพดแทน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...