โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มี้ พิศมัย หน้ามืดทำล้มกว่า 20 ครั้ง เล่าอึดอัดลูกไม่ให้ขับรถเองแล้ว

ไนน์เอ็นเตอร์เทน

อัพเดต 03 เม.ย. 2568 เวลา 16.59 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2568 เวลา 08.59 น. • NineEntertain ข่าวบันเทิงอันดับ 1 ของไทย

นักแสดงเจ้าของฉายา “ดาราเงินล้าน” มี้ พิศมัย วิไลศักดิ์ วัย 85 ปี หลังจากหายหน้าจากหน้าจอไปนาน วันนี้เจ้าตัวที่เดินทางมาร่วมงาน “รดน้ำขอพรศิลปินแห่งชาติ” ประจำปี 2568 เผยกับไนน์เอ็นเตอร์เทนว่า ที่หายหน้าไปพักใหญ่เป็นเพราะเรื่องสุขภาพที่ก่อนหน้านี้หกล้มภายในบ้านและนอกบ้านรวมแล้วกว่า 20 ครั้ง ซึ่งเป็นผลมาจากอาการหน้ามืด การล้มในแต่ละครั้งมีทั้งการล้มไม่รุนแรงและรุนแรงถึงขั้นศีรษะฟาดพื้น และทุกครั้งที่ล้มก็จะรีบเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อเอกซเรย์ทันที ซึ่งไม่มีส่วนใดได้รับอันตราย แต่ก็จะมีเจ็บขาอยู่บ้าง

ตอนนี้ในบ้านมีการติดราวจับไว้ทั่วบ้าน แต่ก็ยังล้มบางครั้งก็ล้มทับราวจับไปเลย จนทุกวันนี้ไปไหนมาไหนต้องมีคนคอยประคองและช่วยดูแลถึง 3 คน ไม่สามารถเล่นละครที่ต้องเดินเยอะ ๆ หรือเคลื่อนไหวมาก ๆ ได้ ซึ่งการล้มบ่อยถึง 20 ครั้ง แม้ลูก ๆ จะพยายามห้ามไม่ให้ออกไปไหน แต่มี้เองยังคงรักการเดินทาง ชอบไปไหนมาไหนอยู่ตลอด ต่อให้ใครห้ามก็ยังอยากออกไปเจอคนเยอะ ๆ เพราะจะทำให้มีความสุข บางครั้งไปงานต่างจังหวัดก็เคยไปล้มที่ต่างจังหวัดมาแล้วเหมือนกัน

ซึ่งจากการหกล้มบ่อยจนร่างกายไม่เหมือนเดิม ทำให้จากที่มี้เป็นคนที่เดินทางไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง ขับรถด้วยตัวเองมาโดยตลอด ได้ถูกลูก ๆ ยึดกุญแจรถยนต์ที่มีอยู่ 2 คันไป ไม่อนุญาตให้ขับรถเองอีกแล้ว ซึ่งมี้ยอมรับว่าอึดอัดเหมือนกันเพราะไปไหนมาไหนก็ไม่สะดวกเท่าเมื่อก่อน
นอกจากนี้มี้ยังเปิดใจถึงฉายาที่แฟน ๆ มอบให้ว่า “ดาวค้างฟ้า” ซึ่งมี้รู้สึกดีใจที่หลายคนมอบให้และยังคิดถึงเจ้าตัวอยู่เสมอ แม้จะมีผลงานให้ได้ติดตามน้อยลงในช่วงนี้ก็ตาม.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน

ภาพ : พิศมัย วิไลศักดิ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...