โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

16 ล้ง ผนึกชาวสวนจันทบุรี ทำสัญญาตัดทุเรียนแก่สู้ศึก เวียดนาม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ก.พ. 2566 เวลา 06.16 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2566 เวลา 06.16 น.

16 ล้งผนึกชาวสวนจันทบุรีทำสัญญาล่วงหน้าตัด “ทุเรียนแก่” เปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งจาก 32% เป็น 35% หวังแข่งเดือดทุเรียนเวียดนามในตลาดจีน

นายชลธี นุ่มหนู ประธานเครือข่ายพิทักษ์ทุเรียนไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อีกไม่กี่วันจะเข้าสู่ฤดูผลไม้ภาคตะวันออก เพื่อแก้ปัญหาการตัดทุเรียนอ่อน และมีการส่งออกทุเรียนผลแก่ขึ้นตามที่ตลาดจีนต้องการ ได้เสนอแนวคิด “โครงการยกระดับคุณภาพทุเรียนแบบมีส่วนร่วม” เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างชาวสวน

ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุ (ล้ง) หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรเอกชน โดยการตัดทุเรียนผลแก่ด้วยการเพิ่มเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียนส่งออกอีก 3% จาก 32% เป็น 35% เพื่อแข่งขันกับทุเรียนเวียดนามที่ตัดผลแก่กว่าของไทยส่งขายตลาดจีน

หลักการคือ ให้ล้งกับชาวสวนที่ต้องการขายทุเรียนแก่ทำข้อตกลงกันเอง ในการแขวนทุเรียนไว้บนต้น เพื่อให้ได้เปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้ง 35% ล้งต้องจ่ายค่าแขวนเพิ่มขึ้น เน้นย้ำเป็นความสมัครใจ ซึ่งตอนนี้มีล้งใน จังหวัดจันทบุรีเข้าร่วมโครงการแล้ว 16 ราย เปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มอีก 3% ใช้เวลาแขวนไว้บนต้นประมาณ 3-5 วัน ล้งจะจ่ายเพิ่มให้ กก.ละ 3-5 บาทจากราคาปกติ แต่ทุเรียน 32% ตามมาตรฐานเดิมยังคงซื้อขายได้

ซึ่งปีนี้กรมส่งเสริมวิชาการเกษตรมีมาตรการยกระดับคุณภาพหมอนทองภาคตะวันออก (จันทบุรี ระยอง ตราด) เพิ่มเป็น 35% โดยเริ่มจากกลุ่มแปลงใหญ่ก่อน

“ปีนี้ทุเรียนภาคตะวันออกมี 4 รุ่นทยอยออกมา รุ่น 1 จะออกกลางเดือนเมษายนต้องเข้มงวดควบคุมให้ได้ เพื่อเป็นแนวทางให้รุ่นต่อ ๆ ไป ถ้าควบคุมคุณภาพไม่ดีจะมีทุเรียนอ่อนตัดข้ามรุ่นมาก

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกับชาวสวนคือ การแขวนทุเรียนแก่ไว้บนต้นอีก 3-5 วัน ผลทุเรียนยังได้รับน้ำและอาหาร น้ำหนักไม่ต่างจากผล 32% ส่วนกรณีที่ชาวสวนคิดว่าการแขวนทุเรียนแก่ทิ้งไว้จะทำให้ต้นโทรม ไม่จริง สาเหตุที่ต้นโทรมส่วนใหญ่มาจากใช้สารแพ็กโคลบิวทราโซลและการไว้ผลมากเกินไป

ส่วนล้งมีข้อกังวลการขนส่ง ถ้าติดด่านหลายวันทุเรียนแก่จะแตกเน่าเสียหาย คาดว่าปีนี้ความเข้มงวดมาตรการโควิด-19 ของจีนผ่อนคลายลง การขนส่งน่าจะสะดวกรวดเร็วขึ้น และปกติช่วงกลางหรือปลายฤดูเก็บเกี่ยวตัดกัน 38-40% อยู่แล้ว” นายชลธีกล่าว

ด้านนางบุษบา นาคพิพัฒน์ นายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทุเรียน 32%-35% ไม่ได้ต่างกันมาก ใช้เวลา 3 วัน เพิ่มได้ 3% กลุ่มแปลงใหญ่ตัดเกิน 38-40% สำหรับตลาดภายในประเทศอยู่แล้ว หากยกระดับทุเรียนส่งออก 35% เห็นด้วย แต่ชาวสวนและผู้ซื้อต้องทำสัญญากันให้ชัดเจน

นายสัญชัย ปุรณะชัยคีรี เจ้าของบริษัท ริชฟิลด์เฟรชฟรุ๊ต จำกัด บริษัทส่งออกผลไม้ไทย และนายกสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย เปิดเผย “ประชาชาชาติธุรกิจ” ว่า การแข่งขันกันในตลาดทุเรียน คาดว่าล้ง ผู้ส่งออกชาวจีนขยายฐานไปรับซื้อที่เวียดนามมากขึ้น และทำให้การรับซื้อในไทยน้อยลง ขณะที่ปัญหาการตัดทุเรียนอ่อนยังเป็นปัญหาที่ค่อนข้างยุ่งยาก

บริษัทได้เข้าร่วมโครงการยกระดับคุณภาพทุเรียนแบบมีส่วนร่วม และบริษัทมีโครงการที่จะรับซื้อทุเรียนมีเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้ง 32% ขึ้นไป ทำสัญญาแบบเหมาสวนล่วงหน้าประมาณ 2-2 เดือนครึ่ง โดยวางมัดจำ 8-15% ตามสภาพผลผลิตของแต่ละสวน ราคาจะขึ้น-ลงตามตลาด

ชาวสวนจะได้รับเงินล่วงหน้าไประยะยาว เกือบ 3 เดือน ไม่ต้องเร่งตัดทุเรียน มีตลาดแน่นอน ต่างจากการเหมาสวนทั่วไป ระยะเวลาเพียง 1 เดือน การทำสัญญาระยะยาวทำให้ซื้อได้ต่ำกว่าราคาตลาดขณะนั้น กก.ละ 5 บาท เป็นช่วงพีกที่ทุเรียนออกมาก (ปลายเมษายน-พฤกษภาคม)

“ล้งจะมีข้อมูลบริหารจัดการ วางแผนการตัดทุเรียน 35% การเตรียมตู้คอนเทนเนอร์ หลักเกณฑ์การทำสัญญาชาวสวน-ล้งต้องคุยกันเป็นสัญญาใจกับลูกค้า นายหน้า มือตัด ชาวสวน ตอนนี้บริษัทรับเหมาทำสัญญาซื้อล่วงหน้าไปเรื่อย ๆ โดยมีโควตาที่รับซื้ออีกหลาย 10,000 ตัน”

ขณะที่นายสัญชัย โกสัลล์วัฒนา เกษตรกรเจ้าของเพจกลุ่มทำสวนเอาเงิน ไม่ได้เอาเงินทำสวน กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุเรียนเวียดนามมีข้อได้เปรียบไทยแทบทุกอย่าง ทั้งการขนส่ง การตัดแก่จัด ค่าแรงถูก โอกาสที่ไทยจะแข่งขันได้ต้องหันมาพัฒนาอัตลักษณ์ทุเรียนไทย และกำหนดอย่างชัดเจนแต่ละสายพันธุ์ และสร้างแบรนด์ โดยเริ่มที่ 4 สายพันธุ์หลักที่ส่งตลาดต่างประเทศก่อนคือ หมอนทอง พวงมณี ชะนี กระดุม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...