โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรคหัวใจไม่เลือกวัย อายุน้อยก็เสี่ยงได้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ม.ค. 2566 เวลา 06.27 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. 2566 เวลา 06.26 น.

คอลัมน์ : สุขภาพดีกับรามาฯ ผู้เขียน : รศ.นพ.ทศพล ลิ้มพิจารณ์กิจ สาขาวิชาโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

โรคหัวใจคือโรคยอดฮิตอันดับต้น ๆ ที่คร่าชีวิตของคนทั่วโลก มีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โรคหัวใจที่พบบ่อยและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเยอะที่สุดทั่วโลกคือ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน ซึ่งพบมากในผู้สูงอายุ ตามมาด้วยโรคลิ้นหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และโรคกล้ามเนื้อหัวใจ แม้ในอดีตโรคหัวใจจะเป็นโรคที่พบเจอบ่อยในผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันกลับพบว่า คนที่อายุยังน้อยหรือวัยรุ่นก็มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้มากเช่นกัน

สาเหตุของโรคหัวใจในคนอายุน้อย

โรคหัวใจนั้นมีปัจจัยเลี่ยงหลายอย่าง แต่คนอายุน้อยมักเป็นโรคหัวใจที่เกิดจากความผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิด หรือเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ที่พบมากที่สุดคือ การสูบบุหรี่ บางคนอายุแค่ 30-35 ปี ก็เป็นโรคหัวใจแล้ว หรือแม้แต่คนที่ร่างกายแข็งแรง เป็นนักกีฬาก็เสี่ยงในการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติได้ โดยเฉพาะนักกีฬาอาชีพหรือผู้ที่ใช้ร่างกายหนัก ๆ ควรตรวจเช็กสุขภาพหัวใจก่อนทุกครั้ง เพื่อดูว่าสามารถเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมที่หักโหมได้หรือไม่

อาการของโรคหัวใจ

เหนื่อยง่าย เบื้องต้นสังเกตอาการตัวเองได้จากพฤติกรรมเดิม ๆ ที่เคยทำ เช่น จากที่เคยขึ้นบันไดได้ 2-3 ชั้นแบบสบาย ๆ ตอนนี้ขึ้นแค่ชั้นเดียวก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว แสดงว่าร่างกายคุณเริ่มผิดปกติ แนะนำให้รีบไปเช็กด่วน เพราะนอกจากโรคหัวใจแล้ว ยังมีโรคอื่น ๆ ที่มีอาการคล้ายกันอีกด้วย

เจ็บแน่นหน้าอก โดยเฉพาะเวลาที่ออกแรง มักเจ็บบริเวณหน้าอกด้านซ้าย หายใจไม่ออก อึดอัดเหมือนมีของหนักทับที่หน้าอก บ่งบอกว่า อาจเป็นสัญญาณของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้

หน้ามืด เป็นลม หมดสติ เนื่องจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งจะวินิจฉัยได้ถูกต้องก็ต่อเมื่อได้รับการตรวจที่โรงพยาบาลเท่านั้น

เป็นโรคหัวใจออกกำลังกายได้หรือไม่

ผู้ป่วยโรคหัวใจสามารถออกกำลังกายได้ และควรออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 3-4 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30-45 นาที สามารถออกกำลังกายหรือกิจกรรมแบบใดก็ได้แล้วแต่สภาพร่างกาย เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ แบดมินตัน ฯลฯ แต่ไม่ควรออกกำลังกายหักโหมจนเกินไป ส่วนผู้ที่ยกเว้นการออกกำลังกายเลยคือ ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจระยะสุดท้าย เช่น โรคหัวใจล้มเหลว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...